วันเดียว เดินเที่ยวกรุงเทพ กับ 10 พิกัดต้องเช็คอิน ย่านเยาวราช

          มีเวลาหยุดเพียงวันเดียวก็เที่ยวได้ ครั้งนี้เราจะพาไปเดินเที่ยวกรุงเทพกันที่ย่านเยาวราช ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยศาลเจ้า วัดมากมายแล้ว ยังมีร้านอาหารให้เลือกอิ่มอร่อยกันแบบตลอดเส้นทาง และนี่คือ 10 พิกัดที่ต้องแวะเช็คอินในย่านเยาวราช วันหยุดหน้าอย่าลังเล ตามไปเที่ยวกันเลย

 วันเดียว เดินเที่ยวกรุงเทพ กับ 10 พิกัดต้องเช็คอิน ย่านเยาวราช

 

====================

 

1.พิพิธภัณฑ์วัดไตรมิตร (ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช)

Wat Traimit

          เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งใจบอกเรื่องราวของชาวจีนโพ้นทะเลที่มาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร และต่อมาได้สร้างความรุ่งเรืองบนถนนสายทองคำบนผืนแผ่นดินไทย โดยพยายามแสดงให้ผู้เข้าชมทราบถึงความรู้เบื้องต้นของชุมชนชาวจีนในสำเพ็งและเยาวราช จนกระทั่งกลายเป็นย่านการค้าที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ นอกจากนี้ภายในวัดไตรมิตรวิทยารามยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ล้ำค่าซึ่งต้องหาโอกาสมากราบไหว้ขอพร นั่นคือ “พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร” หรือ “หลวงพ่อทองคำ” ซึ่งมีความงดงามและเป็นพระพุทธรูปทองคำบริสุทธิ์ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าเฉพาะเนื้อทองคำสูงถึง 21.1 ล้านปอนด์

 

====================

 

2.ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา (วงเวียนโอเดียน)

Chinatown

kamui29 / Shutterstock.com

Yaowarat

neotemlpars / Shutterstock.com

          ตั้งอยู่ตรงจุดตัดถนนเจริญกรุง ถนนเยาวราช และถนนมิตรภาพไทย-จีน วงเวียนแห่งนี้เดิมเป็นวงเวียนน้ำพุ สร้างขึ้นสมัยจอมพลประภาส จารุเสถียร ปัจจุบันปรับปรุงเป็นซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2542 จนเป็นสัญลักษณ์ของไชน่าทาวน์ ซุ้มประตูออกแบบโดยช่างชาวจีน ยอดหลังคาซุ้มประกอบด้วยมังกร 2 ตัว ชูตราสัญลักษณ์ “พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542” และทองคำหนักบริสุทธิ์หนัก 99 บาท หุ้มพระปรมาภิไธยย่อ ภปร. หมายถึง ชาวไทยเชื้อสายจีนที่เทิดทูนองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ไว้เหนือเกล้า
นอกจากนี้ใต้หลังคาซุ้มประตูยังเป็นแผ่นจารึกนามซุ้มประตูที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 โดยจารึกเป็นภาษาไทยด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งเป็นลายพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จารึกอักษรจีน “เซิ่ง โช่ว อู๋ เจียง” หมายถึง “ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน” พร้อมนามาภิไธย “สิรินธร” โดยตั้งตระหง่าน งามสมเป็นประตูสู่ไชน่าทาวน์

 

====================

 

3.ร้านเอี๊ยะแซ ร้านกาแฟและขนมปังปิ้ง

Thai food

          ร้านเก่าแก่เปิดมายาวนานกว่า 80 ปี ย่านเยาวราช ในทุกๆวัน จะมีผู้สูงอายุมานั่งจิบกาแฟกันที่นี่ เหมือนเป็นที่พบปะสังสรรค์ โต๊ะและเก้าอี้ภายในร้านจะเป็นไม้สีเข้มดูแข็งแรงและเพิ่มมนต์ขลัง นับเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากมากในปัจจุบัน กาแฟของที่นี่มีสโลแกนว่า “คั่วสดๆ ชงใหม่ๆ วันต่อวัน” ร้านเปิด-ปิดเวลา 05.00 – 20.00 น. ทุกวัน

 

====================

 

4.พิพิธภัณฑ์ทองคำ ห้างทองตั้งโต๊ะกัง

          ตึกพิพิธภัณฑ์นี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 เป็นตึกเจ็ดชั้นออกแบบโดยสถาปนิกชาวฮอลันดา แต่ภายในตกแต่งและใช้เฟอร์นิเจอร์แบบจีน พิพิธภํณฑ์ตั้งอยู่บนชั้น 6 แม้จะไม่ได้เป็นห้องขนาดใหญ๋โต แต่ก็เต็มไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือในการทำทอง เช่น แม่พิมพ์ในการปั๊มทอง ตราชั่งไม้โบราณ ไหน้ำกรดที่ใช้เก็บน้ำกรดเพื่อใช้ในการสกัดทองคำบริสุทธิ์ นอกจากนั้นยังมีเครื่องมือประเภทปากคีบ คีมหนีบ ค้อน ตะไบ กรรไกร ฯลฯ ที่ใช้สำหรับทำลวดลายของทอง เบ้าหลอมทอง แท่นตีทอง และมีเตาต้มทองซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการทำทอง สามารถเข้าชมได้ตั้งแต่เสวลา 09.30 – 16.00 น. โดยไม่เสียค่าเข้าชม (ควรติดต่อล่วงหน้า หากมาเป็นหมู่คณะ)

 

====================

 

5.ข้าวมันไก่สไตล์ไหหลำ สุกี้โบราณ ร้านไท้เฮง

chicken rice

          “ไท้เฮง” เป็นภัตตาคารที่เริ่มเปิดขายบนถนนเยาวราชมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2463 ซึ่งในช่วงเวลานั้นถือได้ว่าเป็นภัตตาคารแห่งแรกที่ขายข้าวมันไก่และสุกี้ยากี้แบบไหหลำที่ใช้เตาถ่าน โดยเฉพาะสุกี้ยากี้จะมีเครื่องปรุงรสคือน้ำหมักที่คลุกเคล้าอยู่ในเนื้อสัตว์และผักที่รวมกันอย่างลงตัว ประกอบกับน้ำจิ้มที่เป็นสูตรเฉพาะ ซึ่งทำให้ยังคงเป็นตำนานความอร่อยของข้าวมันไก่และสุกี้ยากี้บนถนนเยาวราชจนถึงปัจจุบัน

 

====================

 

6.วัดบำเพ็ญจีนพรต (ย่งฮกยี่)

          เดิมชื่อวัดย่งฮกอำ คาดว่าสร้างโดยชาวจีนในสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาพระอาจารย์สงเห็งได้ปฏิสังขรณ์วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น “ย่งฮกยี่” ในราวปี พ.ศ.2430 แล้วกราบบังคมทูลขอพระราชทานนามวัดจากรัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงพระราชทานนามวัดใหม่ว่า “วัดบำเพ็ญจีนพรต” ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดในประเทศก็ว่าได้ แต่มีพระสงฆ์จีนจำพรรษาอยู่ อุโบสถมีขนาดเล็ก พื้นที่กว้างสุดเพียง 7.80 เมตร ยาว 10.20 เมตร เป็นอาคารโครงสร้างไม้แบบจีน ผนังก่ออิฐฉาบปูน หลังคาจั่วมุงด้วยกระเบื้องดินเผากาบกล้วยแบบจีน และเป็นที่ประดิษฐานองค์พระประธานสำคัญๆ มากมาย

 

====================

 

7.วัดกันมาตุยาราม

          วัดนี้สร้างขึ้นในปลายรัชกาลที่ 4 โดยนางกลีบ สาครวาสี ได้อุทิศสวนดอกไม้สร้างเป็นวัดขึ้น ต่อมาบุตรของนางกลีบ คือพระดรุณรักษา (กัน สาครวาสี) ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อสร้างวัดเสร็จแล้ว นางกลีบได้น้อมเกล้าฯ ถวาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “วัดกันมาตุยาราม” อันหมายถึง วัดที่มารดาของนายกันเป็นผู้สร้าง บริเวณวัดแห่งนี้ค่อนข้างแคบ มีปูชนียสถานสำคัญคือเจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบลังกา สร้างเลียนแบบธัมเมกขสถูปในประเทศอินเดีย และในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวพุทธประวัติ

 

====================

 

8.วัดมังกรกมลาวาส (เล่ง เน่ย ยี่)

Yaowarat

thebigland / Shutterstock.com

Yaowarat

Vassamon Anansukkasem / Shutterstock.com

          เป็นวัดจีนสังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายแห่งประเทศไทย ชื่อวัดได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 วัดนี้ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2414 ใช้เวลาก่อสร้าง 8 ปี มีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบทางจีนตอนใต้ของสกุลช่างแต้จิ๋ว โดยวางแปลนตามแบบวัดหลวง คือมีวิหารท้าวจตุโลกบาลเป็นวิหารแรก ตรงกลางเป็นพระอุโบสถ ข้างหลังพระอุโบสถเป็นวิหารเทพเจ้า การสร้างใช้ไม้และอิฐเป็นวัสดุสำคัญ
จากประตูทางเข้าถึงวิหารท้าวจุโลกบาล จะเห็นเทพเจ้า 4 องค์ในชุดนักรบจีน (ข้างละ 2 องค์) ชาวจีนเรียกว่า “ซี้ไต๋เทียงอ้วง” หมายถึงเทพเจ้าที่ปกปักษ์รักษาคุ้มครองทิศต่างๆ ทั้ง 4 ทิศ ถัดจากวิหารท้าวจตุโลกบาลคือพระอุโบสถ เป็นที่ประดิษฐานพระประธานของวัด คือพระศากยมุนีพุทธเจ้า พระอมิตาภพุทธเจ้า พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า ทั้งหมด 3 องค์ นอกจากนี้ยังมีเทพเจ้าอื่นรวมทั้งหมด 58 องค์

 

====================

 

9.ศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ย

Yaowarat

KoBoZaa / Shutterstock.com

          สร้างโดยชาวจีนแต้จิ๋วตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนกลาง ภายในวัดก่อสร้างด้วยศิลปะจีนแบบแต้จิ๋ว เสาเป็นรูปทรงเม็ดข้าวแบบปล่องตรงกลางนิดๆ พันรอบด้วยมังกรตัวยาว นอกจากนั้นยังตกแต่งสถานที่ด้วยวัตถุโบราณล้ำค่าหาดูได้ยาก มีระฆังโบราณสำคัญใบหนึ่งสร้างตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง ของสำคัญอีกสิ่งหนึ่งคือกระถางธูปที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะแห่งนี้มีผู้คนเดินทางมาขอพรมากมาย โดยเฉพาะขอพรจากเทพเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยะฮูหยิน และทหารเอกหอเฮียฮ้วง ซึ่งเป็นปรมาจารย์เรื่องตี้ลี่ฮวงจุ้ยและการทำนายทายทัก เหมาะสำหรับนักเดินทางและผู้ที่ต้องการที่พักอาศัย

 

====================

 

10.ศาลเจ้าแม่กวนอิม โรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ

Yaowarat

chingyunsong / Shutterstock.com

          มูลนิธิเทียนฟ้า ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2445 เป็นมูลนิธิแห่งแรกในประเทศไทย โดยการรวมตัวกันของกลุ่มชาวจีน 5 ภาษา เพื่อสงเคราะห์ผู้ป่วยที่ยากไร้ให้ได้รับการรักษาพยาบาล มีทั้งการรักษาแบบแผนปัจจุบันและแผนจีน ภายในมูลนิธิแห่งนี้มีศาลรูปเคารพของเจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรปางประธานพร ประดิษฐานเป็นเทพเจ้าองค์ประธาน ผู้คนนิยมมาขอพรให้ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บ ให้มีสุขภาพแข็งแรง องค์ทำด้วยไม้จันทน์แกะสลัก รูปแบบศิลปะราชวงศ์ถัง แต่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยของราชวงศ์ซ่งหรือเมื่อประมาณ 800 – 900 ปีที่ผ่านมา และในปี พ.ศ.2501 ได้ถูกอัญเชิญมาจากประเทศจีน ประดิษฐานอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน

 

          ยังมีเส้นทางท่องเที่ยวในกรุงเทพที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นย่านท่าเตียน ย่านบางรัก ย่านราชประสงค์ ย่านสามเสน ย่านเสาชิงช้า ย่านางเลิ้ง และย่ากุฎีจีน สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ thai.tourismthailand.org

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป 

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

 


Facebook

Twitter


และ แอปพลิเคชั่น 


TrueID Application

Add friend ที่ ID : @TrueID

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

COMMENT

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ