แม้จะช้า แม้จะนอนไม่สบายเท่าโรงแรม แต่บรรยากาศเนิบๆ ไม่เร่งรีบ พักผ่อนอยู่ในพื้นที่เล็กๆ นี่เอง เป็นเสน่ห์ของการเดินทางโดยรถไฟตู้นอนที่นักเดินทางต่างประทับใจ วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับรถไฟตู้นอนหนึ่งเดียวในญี่ปุ่นที่ไห้บริการมาอย่างยาวนาน นั่นคือ Sunrise Seto และ Sunrise Izumo หรือเรียกรวมกันว่า Sunrise Express นั่นเองครับ

 

Photo Trains & Transportation

 

     รถไฟตู้นอนนั้นแม้จะวิ่งมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยเมจิ แต่ปัจจุบันที่การเดินทางด้วยเครื่องบินที่ได้รับความนิยมมากขึ้น รวมถึงการมาของรถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น ทำให้ปัจจุบันขบวนรถไฟตู้นอนกลายเป็นของหายากที่แม้แต่ชาวญี่ปุ่นเองยังหาโอกาสขึ้นไม่ค่อยจะได้ (เว้นแต่ว่าตั้งใจจะมานอนจริงๆ) เมื่อไม่มีคนขึ้นก็ทยอยปิดตัวไปเรื่อยๆ จนเหลือเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นนี่แหละ (ไม่นับรวมพวกรถไฟตู้นอนสุดหรูที่วิ่งเฉพาะช่วงเวลาที่จำกัดนะครับ)

 

 

     สำหรับ Sunrise Seto และ Sunrise Izumo นี้ ให้บริการมาตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 1998 ที่มี 2 ชื่อเพราะทั้งคู่เป็นรถไฟเชื่อมติดกัน ยาว 14 ตู้ และเริ่มวิ่งจากสถานี Tokyo Station พร้อมกันที่ชานชาลาหมายเลข 9 และ 10 ก่อนจะไปแยกทางกันที่สถานี Okayama เหลือฝั่งละ 7 ตู้ นั่นเอง ซึ่งขั้นตอนการแยกขบวนรถไฟจะใช้เวลาแค่ 3 นาทีเท่านั้นเอง ส่วนชื่อขบวนว่า Sunrise นั้นมาจากการที่รถออกจากต้นทางค่ำถึงปลายทางรุ่งเช้าพอดี (7 โมงกว่า)

 

Photo Rsa

 

     Sunrise Seto มุ่งหน้าไปยังเมืองทาคามัตสึ ในภูมิภาคชิโกกุ ใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนSunrise Izumo มุ่งหน้าสู่เมืองอิซุโมะ ในภูมิภาคจูโกกุ ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง ส่วนขากลับทั้ง 2 ขบวนก็จะมารวมตัวกันที่สถานี Okayama เช่นเดิมครับ

 

Photo しんかわな 

 

     พูดถึงบรรยากาศด้านในบ้างดีกว่า แน่นอนว่าสะอาดเรียบร้อย งานเนี้ยบสมกับเป็นรถไฟญี่ปุ่นจริงๆ ครับ ที่สำคัญยังมีห้องอาบน้ำให้บริการด้วยอีกต่างหาก ซึ่งรถไฟตู้นอนส่วนมากจะไม่มี (เพราะอะไรก็ไม่รู้ ทั้งที่เวลาค้างคืนใครๆ ก็อยากอาบน้ำอยู่แล้ว) ใครจะอาบก็ไปซื้อตั๋วอาบน้ำที่ตู้ได้เลย ราคา 320 เยน อาบได้ 6 นาที เวลาจะอาบก็แค่เอาตั๋วไปเสียบที่เครื่อง แล้วมันจะขึ้นเวลานับถอยหลังขึ้นมา จะทำไรก็รีบทำซะนะ

 

 

มาดูที่นอนกันบ้าง รถไฟสาย Sunrise นี้จะแบ่งคลาสออกเป็นหลายประเภท แบ่งตามลักษณะการนอนตามที่คุณต้องการ ดังนี้

 

 

- Single Deluxe เตียงนอนคลาสที่สะดวกสบายที่สุด พื้นที่กว้างขวางหลับสบาย มีอุปกรณ์จำเป็นครบครัน ทั้งไม้แขวนเสื้อ ชุดนอน หมอน รองเท้าสลิปเปอร์ รวมถึงแปรงสีฟัน และสบู่ที่จะมีให้เฉพาะคลาสนี้คลาสเดียว ทั้งขบวนมีแค่ 6 ห้องเท่านั้นจ้า อยากได้ต้องรีบจอง

 


- Sunrise Twin ห้องกว้างใหญ่ซึ่งมีเตียงนอนเอาไว้ทั้งสองฝั่งของห้องเลย (ไม่ใช่เตียงสองชั้น)

 


- Single / Single Twin คลาสนี้จะเล็กกว่าดีลักซ์แค่เล็กน้อยเท่านั้น สำหรับผู้โดยสารที่มากัน 2 คน แนะนำให้เลือกแบบทวิน จะมีเตียงนอน 2 ชั้นให้ ชั้นบนรัดสายไว้อย่างแน่นหนาไม่ต้องกลัวกลิ้งตก

 


- Solo เป็นห้องที่เตียงแคบที่สุดในบรรดาเตียงทั้งหมด แต่ก็แลกมาด้วยความเป็นส่วนตัว สำหรับห้องนอนแบบส่วนตัวทุกคลาสนั้นจะมีประตูที่ต้องใส่หมายเลขพาสเวิร์ดเข้า-ออก รับประกันความปลอดภัย

 

Photo W0746203-1


- มาที่ไฮไลท์กันบ้าง นั่นคือ Nobinobi Zaseki เป็นพื้นที่นอนส่วนใหญ่ของรถไฟขบวนนี้เลย ดูหน้าตาชวนให้นึกถึงโรงแรมแคปซูล คือเแบ่งเป็นห้องเล็กๆ แบ่งเป็น 2 ชั้น บน-ล่าง มีไฟหัวนอน มีผ้าม่านไว้กั้นปลายเตียง แต่กำแพงระหว่างห้องจะบังเพื่อนบ้านข้างเคียงแค่ช่วงหัวเท่านั้นนะ ซึ่งถ้ามากับเพื่อนเยอะๆ ก็น่าสนุกดี

 

Photo W0746203-1

 

     และเพราะเป็นขบวนรถไฟที่ค่อยๆ แล่น ใช้เวลากินลมชมวิวไปเรื่อยๆ พื้นที่ส่วนกลางของสาย Sunrise เลยมีตู้ Lounge พร้อมเคาน์เตอร์บาร์ติดหน้าต่างไว้นั่งกินข้าว จิบเครื่องดื่มชิลชิลชมวิวได้ บนขบวนจะไมมีบริการเสริฟอาหาร ดังนั้นขอให้ซื้อข้าวกล่องเบนโตะเตรียมมาไว้ก่อนนะ ส่วนเครื่องดื่มจะมีตู้กดน้ำไว้ให้ครับ

 

 

     จะเห็นได้ว่ารถไฟตู้นอนสายนี้คุ้มค่าแก่การเจียดเวลาไปนอนเล่นเสียเหลือเกิน โดยเฉพาะเวลาที่นั่งมาจากโตเกียว แล้วลืมตาตื่นขึ้นมาเจอกับภาพยามเช้าเป็นวิวทะเลเซโตะ เป็นบรรยากาศที่หาไม่ได้จากการนั่งเครื่องบินอย่างแน่นอน แม้จะน่าเสียดายว่าอีกไม่นานขบวนรถไฟสายนี้จะต้องถูกยกเลิกการให้บริการไป ใครอยากไปซึมซับบรรยากาศก็รีบหน่อยนะครับ

 

ข้อมูล และภาพประกอบบางส่วน : JR West Japan

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

 

 

Tags

ญี่ปุ่น รถไฟญี่ปุ่น รถไฟตู้นอน เอเชีย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Top