หนีเที่ยว เชียงราย ทริปม่วนมันส์ 3 วัน 2 คืน

หนีเที่ยว เชียงราย ทริปม่วนมันส์ 3 วัน 2 คืน
aichan
16 สิงหาคม 2561 ( 19:00 )
43K
3

      แพ็คกระเป๋าขึ้นเหนือไปชิลเอาท์กันที่ เชียงราย ดินแดนเหนือสุดแดนสยาม หนีเที่ยวไปกับบรรยากาศสุดชิล กิจกรรมสุดมันส์ วัฒนธรรมสุดคูล ที่สำคัญของกินอร่อย แถมมีที่เที่ยวสวยให้โพสต์ท่าถ่ายรูปเช็คอินชิคๆ อีกด้วยค่ะ บินลัดฟ้าไปกับสายการบินบางกอกแอร์เวยส์ เจอกันที่สนามบินแม่ฟ้าหลวงที่จังหวัดเชียงรายกัน! 

 

 

หนีเที่ยวเชียงราย

3 วัน 2 คืน

 

      ระหว่างรอขึ้นเครื่องบิน เราแวะไปนั่งรอที่เลาจน์ของสายการบินบางกอกแอร์เวย์สค่ะ ภายในห้องรับรองกว้างและสะดวกสบาย มีทั้งจุดชาร์จแบตโทรศัพท์ มุมอินเตอร์เน็ต บริการ WI-FI ฟรี มีเครื่องดื่มและขนมบริการเพียบ ที่ปลื้มมากคือข้าวต้มมัด เพราะอร่อยหวานมันแบบไทยๆ ใครบินเช้ามากจนไม่มีเวลากินข้าวมาก่อน หรือหิวระหว่างรอขึ้นเครื่อง กินข้าวต้มมัดรองท้องอิ่มสบายเลยค่ะ

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ 9 สิ่งที่ต้องทำ ใน เลาจน์ บางกอกแอร์เวย์ส

 

    ถึงแล้ว เชียงราย ! เราเริ่มต้นเที่ยวในตัวเมืองกันก่อน ต่อนยอน ต๊ะ ต่อนยอน นั่งสามล้อผ่อเวียง ชิลชมเมืองเชียงราย โดยตลอดระยะเวลา 1 ชั่วโมงขบวนสามล้อจะพาเราลัดเลาะตามเส้นทาง สัมผัสกับกับบรรยากาศถิ่นวัฒนธรรมล้านนา และผ่านวัดสำคัญของเมืองเชียงราย คือ วัดพระสิงห์ วัดพระแก้ว และวัดกลางเวียงค่ะ ไปจนถึงหอนาฬิกาเฉลิมพระเกียรติและสิ้นสุดที่ตลาดไนท์บาซาร์

 

      คืนที่เชียงรายของทริปนี้ เราพักกันที่ เอ สตาร์ ภูแล วัลเลย์ รีสอร์ทท่ามกลางทิวเขาเขียวขจีที่มีพื้นที่กว้างขวางทีเดียว ห้องพักมีหลายแบบหลายโซน แต่ทั้งหมดรายล้อมด้วยธรรมชาติและมีบรรยากาศสงบเงียบเป็นส่วนตัว ภายในรีสอร์ทยังมีพื้นที่สำหรับจัดงานปาร์ตี้ รวมถึงกิจกรรมให้ทำหลากหลาย ทั้งการขี่รถ ATV การปั่นจักรยานรอบรีสอร์ท ให้อาหารแกะ ยิงธนู ดำนา และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายเลยทีเดียว


      สำหรับห้องพักที่เราพักวันนี้เป็นห้องพูลวิลล่าค่ะ ห้องนอนกว้างขวางมากๆ มีห้องนั่งเล่นแยกต่างหาก อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำส่วนตัว วิวภูเขาสวยชิลใกล้ชิดธรรมชาติสุดๆ

 

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ เอ-สตาร์ ภูแล วัลเลย์ เชียงราย ที่พักสุดสบาย รายล้อมทิวเขา

 

       มาถึงถิ่นดินแดนล้านนาทั้งที มื้อเย็นวันนี้ต้องไม่พลาดการรับประทานอาหารแบบขันโตก ที่ ร้านสะบันงาขันโตก ลิ้มลองอาหารพื้นเมืองแท้ๆ รสชาติอร่อย พร้อมกับชมโชว์พื้นเมือง เช่น โชว์ฟ้อนเล็บ โชว์ฟ้อนเทียน โชว์ฟ้อนแง้น และโชว์วิถีคนเมือง ซึ่งเป็นศิลปะล้านนาที่หาชมได้ยาก

       อิ่มอร่อยกันแล้วก็ออกไปชม หอนาฬิกาเปลี่ยนสีพุทธศิลป์เชียงราย หรือหอนาฬิกาเชียงราย สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยามค่ำคืนมีการเปิดไฟสวยงามมาก

 

Loveischiangrai / Shutterstock.com

 

 

       เริ่มต้นทริปวันที่ 2 ด้วยการตะลุยทำกิจกรรมสนุกๆ กันที่ ไร่สิงห์ปาร์ค หรือ ไร่บุญรอด แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยค่ะ เราเริ่มต้นด้วยฟาร์มทัวร์ นั่งรถรางสัมผัสธรรมชาติ ทิวทัศน์ของไร่กว้างโอบล้อมด้วยภูเขา ชมสวนผักผลไม้ พืชไร่นานาพันธุ์ รวมถึงทุ่งดอกไม้สีสันสดใส ทั้งทุ่งปอเทือง และทุ่งคอสมอสหลากสีตระการตา ซึ่งจะผลิบานชูช่อสะพรั่งในช่วงฤดูหนาว

 

       แวะสถานีแรกกับ ไร่ชา สีเขียว ซึ่งภายในไร่สิงห์ปาร์คปลูกไว้หลายจุดเลยทีเดียว สำหรับจุดนี้นอกจากเราจะได้ชมแปลงไร่ชาที่ปลูกเป็นแถวอย่างสวยงามกินพื้นที่กว้างแล้ว ยังมีบริการชุดชาวเขาและพร็อบอย่างตะกร้าเก็บใบชาแต่งให้เข้ากับบรรยากาศ โพสต์ท่าถ่ายรูปชิคๆ อวดเพื่อนกันค่ะ

 

      นั่งรถรางกันต่อไปยังสถานีที่ 2  สวนสัตว์ สัมผัสชีวิตสัตว์อย่างใกล้ชิด ซึ่งไร่สิงห์ปาร์คเลี้ยงสัตว์ไว้มากมาย ตั้งแต่ยีราฟ ม้าลาย วัววาตูซี่ วัวแดง ที่หาชมได้ยาก เราซื้อกล้วยให้อาหารเจ้ายีราฟกับม้าลายสุดน่ารัก พร้อมถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอย่างสนุกสนาน

 

 

       นั่งรถรางชมไร่กับแล้ว ปิดท้ายด้วยกิจกรรม Zip Line กรี๊ดลั่นไร่เลยค่ะ ท้าทายความกล้าด้วยการโหนสลิงจากตึก 9 ชั้น มองจากข้างล่างก็สูงพอควร ทำเอาใจตุ้มๆ ต่อมๆ หลังจากแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เราขึ้นไปยืนบนจุดปล่อย มีเวลาทำใจสักพัก พอนับ 3 ถูกปล่อยลงมา กลับรู้สึกว่ามันส์อย่าบอกใคร!

 

 

       นอกจากกินกรรมสนุกๆ ข้างต้นแล้ว ไร่สิงห์ปาร์คยังเป็นพื้นที่สำหรับนักปั่นจักรยานด้วยค่ะ โดยมีเส้นทางปั่นจักรยานรอบไร่ เริ่มตั้งแต่ 2 กิโลเมตร ไปจนถึง 10 กิโลเมตร ใครชอบปั่นจักรยานหรืออยากออกกำลังกายแถมได้ความสนุก สามารถนำจักรยานมาเองหรือเช่าปั่นเที่ยวชมไร่ นอกจากนี้อีกหนึ่งจุดที่ต้องแวะถ่ายรูปเลยก็คือ สิงห์ยักษ์สีทอง ถือเป็นแลนด์มาร์คที่ต้องแวะเช็คอินเลยก็ว่าได้

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่  สิงห์ปาร์ค เชียงราย ชิลชมวิวไร่กลางหุบเขา เล่นซิปไลน์สุดมันส์

 

       สำหรับช่วงบ่าย เราไปวัดสวยอลังการที่สุดของประเทศไทย วัดร่องขุ่น วัดซึ่งมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ด้วยอุโบสถสีขาว ประดับด้วยกระจกสีเงินแวววาว ลวดลายปูนปั้นอันอ่อนช้อย เป็นลวดลายไทยและรูปสัตว์ต่างๆ ในเทพนิยาย ยามเมื่อต้องกระทบกับแสงแดด วัดแห่งนี้จึงเปล่งประกายระยิบระยับสว่างไสว ราวกับเมืองสวรรค์ นอกจากนี้ภายในอุโบสถยังประดับด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สร้างสรรค์ด้วยฝีมืองดงามประณีต ชนิดที่ว่าใครเห็นก็ต้องตะลึงไปตามๆ กัน

 

 

      วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2540 ออกแบบก่อสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรชื่อดังของเมืองไทย ด้วยแรงบันดาลใจจาก 3 สิ่ง คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จึงได้สร้างงานพุทธศิลป์นี้เพื่อถวายเป็นงานศิลปะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ความงดงามของวัดร่องขุ่นนั้นโด่งดังไกลถึงต่างชาติ ในนาม “White Temple” มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่างพากันมาเยี่ยมชมมากมายไม่ขาดสาย เรียกได้ว่ามาเที่ยวเชียงรายเมื่อไหร่ วัดร่องขุ่นถือเป็นลิสต์แรกที่ต้องไปเยือน

 

 

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ วัดร่องขุ่น ภาพวาดแห่งสถาปัตยกรรม สวรรค์แห่งศิลปะ เชียงราย

 

 

       และแล้วก็ถึงวันสุดท้ายของทริป ช่วงเช้าเราเดินทางไปยัง สวนแม่ฟ้าหลวง ดอยตุง เดินทอดน่องผ่อนคลายในสวนที่อุดมด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด โดยเฉพาะดอกไม้เมืองหนาว ต่างชูช่อผลิบานหลากสีสัน และไม้ยืนต้นที่เติบโตสูงใหญ่ให้ความร่มรื่น สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ร่างกายสดชื่น ประหนึ่งเป็นการชาร์จพลังชีวิต

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ เที่ยวดอยตุง ชมดอกไม้เมืองหนาวสวนแม่ฟ้าหลวง เยือนพระตำหนักดอยตุง

 

      ต่อด้วยกิจกรรมสุดมันส์ที่จะทำให้หัวใจเต้นรัว กับ Doi Tung Tree Top Walk อีกหนึ่งไฮไลท์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัย ด้วยการท้าทายความสูงจับก้อนเมฆบนดอยตุง กับทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ความยาว 295 เมตร สูงกว่า 30 เมตรจากพื้นดิน ทอดยาวท่ามกลางป่าร่มรื่นและพรรณไม้ในสวนแม่ฟ้าหลวง ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที

 

 

       ตลอดทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ เราได้สัมผัสกับความเย็นสดชื่นของต้นไม้สีเขียวสูงใหญ่ และได้ทั้งความเสียวท้าทาย เพราะสะพานเดินนั้นจากที่กว้างจะค่อยๆ แคบลงเรื่อยๆ ในช่วงท้าย แต่ปลอดภัยหายห่วงเพราะคนที่เดินทุกคน จะต้องสวมอุปกรณ์ป้องกัน รวมถึงตัวสะพานเองก็มีตาข่ายรองอีกหนึ่งชั้นค่ะ

 

 

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ เที่ยวดอยตุง เดินเล่นเหนือยอดไม้ ที่ DoiTung Tree Top Walk เชียงราย

 

      ตลอดทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ เราได้สัมผัสกับความเย็นสดชื่นของต้นไม้สีเขียวสูงใหญ่ และได้ทั้งความเสียวท้าทาย เพราะสะพานเดินนั้นจากที่กว้างจะค่อยๆ แคบลงเรื่อยๆ ในช่วงท้าย แต่ปลอดภัยหายห่วงเพราะคนที่เดินทุกคน จะต้องสวมอุปกรณ์ป้องกัน รวมถึงตัวสะพานเองก็มีตาข่ายรองอีกหนึ่งชั้นค่ะ

 

      แอดเวนเจอร์เบาๆ กันไปแล้ว ช่วงสายเราเดินทางไปยัง โรงงานจินนาลักษณ์กระดาษสา เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวและแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับกระดาษสาค่ะ เริ่มจากการฟังบรรยาย ทำความรู้จักต้นปอสา ขั้นตอนของการทำกระดาษสา ตั้งแต่การต้มเปลือกปอสา การฟอกขาวและคัดแยก การตีเยื่อ จนถึงการสร้างลวดลายและการตากกระดาษสา ซึ่งแต่ละขั้นตอนต้องใช้เวลาและความพิถีพิถันมาก กว่าจะได้กระดาษสาที่สวยงามสักชิ้น จากนั้นเราก็ได้ลองเวิร์คช้อปทำกระดาษสากันค่ะ

 

 

       วิธีการทำไม่ยากอย่างที่คิดเลยค่ะ เพียงนำเยื่อกระดาษที่ผสมกาวเทลงไปในกรอบไม้ ซึ่งมีโครงสร้างเป็นด้ายตาข่าย เพื่อให้เยื่อยึดเกาะไว้เมื่อแห้ง จากนั้นตีให้เยื่อกระจายเท่าๆ กัน แล้วลงมือตกแต่งด้วยดอกไม้หลากสีสัน วางแล้วแต่ชอบเลยค่ะ จุดนี้ได้ลองใช้ความคิดสร้างสรรค์และศิลปะกันอย่างเต็มที่ เมื่อตกแต่งจนเสร็จก็ค่อยๆ ยกกรอบไม้ขึ้น แล้วนำไปตากแดดไว้ประมาณ 1-2 วัน ก็จะแห้ง กลายเป็นกรอบรูปกระดาษสา งานฝีมือศิลปะที่เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร

 

      เที่ยงวันนี้เราแวะชิลกันที่ร้าน Hacienda Coffee House ร้านกาแฟสุดชิคตกแต่งสวยเหมือนอยู่ยุโรป ด้านในร้านบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ตกแต่งสไตล์วินเทจ ด้วยของตกแต่งน่ารักๆ อย่างถ้วยกระเบื้องลายสวย ตุ๊กตาเซรามิก โคมไฟทรงโบราณ อีกทั้งหมอนอิงปักลวดลายดอกไม้ นอกจากนี้ยังมีโซนระเบียงซึ่งตกแต่งด้วยโต๊ะกลมปูด้วยผ้าปูโต๊ะสีหวานลายน่ารักๆ และต้นไม้ดอกไม้หลากสี เหมาะกับการนั่งชิลล์จิบชากาแฟ ชมวิวทิวเขาธรรมชาติที่รายล้อม

 

 

      สำหรับเมนูอาหารของร้าน Hacienda Coffee House เป็นอาหารตะวันตกและฟิวชั่น มีให้เลือกชิมทั้งสลัด สเต็ก สปาเก็ตตี้ อาหารทานเล่นและของหวาน เบเกอรี่โฮมเมด วันนี้เราสั่งสลัดไส้กรอก สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าครีม สเต็กหมู บอกเลยว่ากลมกล่อมทุกจานเลยค่ะ จากนั้นปิดท้ายด้วย Tea Time Set Menu ซึ่งรวมเอาขนมหวาน เค้ก ทาร์ต หลากหลายรสชาติน่ารับประทานมาให้ได้ลิ้มลอง อร่อยประทับใจจริงๆ ค่ะ

 

 

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ Hacienda Coffee House เชียงราย คาเฟ่สุดชิคในหุบเขา

 

       ก่อนจะโบกมือบ๊ายบายเมืองในหุบเขา เราแวะร้านนันทวรรณ ซื้อของฝากพวกไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม และเดินทางต่อไปยังสนามบินเพื่อกลับกรุงเทพฯ ตลอด 3 วัน 2 คืนที่จังหวัดเชียงราย บอกเลยว่าทั้งชิลและม่วนมันส์ !

 

 

ที่เที่ยวเชียงราย ที่น่าสนใจอื่นๆ

เที่ยวเหนือ ! แบกเป้เที่ยว เชียงราย น่าน พะเยา
4 วัน 3 คืน ช่วงปลายฝนต้นหนาว 

หน้าหนาวเที่ยวไหน ! 15 ที่เที่ยว เชียงราย
เที่ยวเมืองรอง หนีนายไปเที่ยวกัน

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง