รีเซต

15 ที่เที่ยวยุโรป ฤดูใบไม้ผลิ เที่ยวเมืองสวย อากาศดี ชมดอกไม้ เดินเพลินไม่รู้เบื่อ

15 ที่เที่ยวยุโรป ฤดูใบไม้ผลิ เที่ยวเมืองสวย อากาศดี ชมดอกไม้ เดินเพลินไม่รู้เบื่อ
SummerB
25 มีนาคม 2565 ( 17:30 )
2.7K
1

      ฤดูใบไม้ผลิ หนึ่งในฤดูไฮซีซั่นของ ยุโรป ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากที่สุดในรอบปี เพราะนอกจากกจะมีอากาศที่แจ่มใส เย็นสบาย และไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไปแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้บานสะพรั่ง สร้างสีสันไปทั่วทั้งเมืองด้วยเช่นกัน และนี่คือ 15 ที่เที่ยวยุโรป ฤดูใบไม้ผลิ ที่ควรไปสัมผัสสักครั้งในชีวิต สวยสดใสจนต้องยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปรัวๆ 📸 🌼

 

ที่เที่ยวยุโรป ยอดฮิต ฤดูใบไม้ผลิ

 

1. สวนเคอเคนฮอฟ Kukenhof

เนเธอแลนด์ Netherlands

 

 

      การไปเที่ยว สวนเคอเคนฮอฟ (Keukenhof) เมืองลิซเซ่ (Lisse) ถือเป็นไฮไลท์ของฤดูใบไม้ผลิใน ประเทศเนเธอร์แลนด์ เลยค่ะ เพราะเป็นสวนที่เปิดเฉพาะเดือนมีนาคม-พฤษภาคมเท่านั้น อีกทั้งยังมี ดอกทิวลิป ดอกไม้ประจำเนเธอร์แลนด์กว่า 800 สายพันธุ์ รวมแล้วกว่า 7 ล้านดอก สลับกันสร้างสีสันไปพร้อมๆ กับดอกไม้ชนิดอื่น เช่น ดอกลิลลี่ ดอกแดฟโฟดิล หรือนาซิสซัส ดอกไฮยาซินธ์ และดอกกล้วยไม้อีกหลากหลายสายพันธุ์ บอกเลยว่าใครที่มาเนเธอร์แลนด์ช่วงฤดูใบไม้ผลิแล้วไม่ได้มาสวนเคอเคนฮอฟคงน่าเสียดายแย่เลยค่ะ

 

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/oqrKzC5BNxsFXHoD6 

===========

 

2. แคว้นโพรวองซ์ Provence

ฝรั่งเศส France

 

 

      เมื่อพูดถึง โพรวองซ์ (Provence) ก็อดนึกถึง ทุ่งลาเวนเดอร์ ช่วงฤดูร้อนของฝรั่งเศสไม่ได้ แต่ถ้าไปเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เราอาจจะไม่ได้เจอทุ่งลาเวนเดอร์ แต่จะพบกับ ดอกวิสทีเรีย (Wisteria) สีม่วงละมุนเบ่งบานอยู่ตามกำแพงตึกอาคารต่างๆ ในเมือง ดอกซากุระ หรือ เชอร์รี่บลอสซัม (Cherry Blossoms) สีขาวที่เรียงรายกันในเมือง Vaucluse รวมถึง ทุ่งดอกป๊อปปี้ (Poppy) สีแดงที่ขึ้นสลับกับผืนหญ้าสีเขียวโดยมีขุนเขาขนาดใหญ่เป็นฉากหลัง เรียกว่าเป็นฤดูแห่งสีสันที่มีเสน่ห์สุดๆ ไปเลย

อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ 9 ที่เที่ยวฝรั่งเศส ประเทศโรแมนติก หลากหลายวัฒนธรรมแดนยุโรป

 

โปรวองซ์ Provence ที่เที่ยวฝรั่งเศส ฤดูใบไม้ผลิ

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/852G4u9hSpdHqs4z6 

===========

 

3. หมู่บ้านแคว้นอาลซัส Alsace

ฝรั่งเศส France

 

 

      แคว้นอาลซัน (Alsace) ตั้งอยู่สุดทางทิศตะวันออกของประเทศฝรั่งเศส และทิศตะวันตกของ แม่น้ำไรน์ (Rheinfall) ซึ่งติดกับพรมแดนของ เยอรมนี และ สวิตเซอร์แลนด์ ประกอบไปด้วยหมู่บ้านและเมืองสุดน่ารักที่ยังอนุรักษ์สถาปัตยกรรมแบบยุคกลางเอาไว้ อีกทั้งยังมีหลายเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Ville Fleurie หรือ Flowering City ซึ่งแปลว่า "หมู่บ้านแห่งดอกไม้" อีกด้วย เพราะถ้าเราไปเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เราจะเห็นดอกไม้ผลิบานไปทั่วเมือง ทั้งตามถนนหนทาง และหน้าต่างของอาคารบ้านเรือน ดูแล้วสดชื่นสบายตาเป็นอย่างมากค่ะ

อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวฝรั่งเศส ชม 10 หมู่บ้านน่ารัก แห่งแคว้น Alsace สีสันสดใส เหมือนเทพนิยาย

 

elitravo / Shutterstock.com

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/Q9WzqcixKYzCkuhW8 

===========

 

4. แคว้นทัสคานี Tuscany

อิตาลี Italy

 

 

      ฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่เหมาะกับการไปเที่ยว แคว้นทัสคานี (Tuscany) ประเทศอิตาลี มากๆ เพราะอากาศกำลังเย็นสบาย เดินเล่นได้เพลินๆ แบบไม่รู้สึกเบื่อ ถ้าไปเดินเล่นตามเมืองหลวงของแคว้นอย่าง ฟลอเรนซ์ (Florence) เราก็จะพบกับนักท่องเที่ยวมากมายที่มาชมสถาปัตยกรรมที่งดงามของเมือง แต่ถ้าเดินทางออกไปทางแถบชนบทอย่าง เมืองเคียนติ ก็จะได้เห็นท้องทุ่งสีเขียวอันกว้างใหญ่ ที่เป็นทั้งที่ตั้งของ ไร่องุ่น ทุ่งหญ้า และทุ่งดอกไม้ ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของแคว้นทัสคานีที่ไม่ควรพลาด

อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ 12 เมืองสวย ที่เที่ยวอิตาลี สุดยอดเมืองแห่งศิลปะ วิวสวยปัง ยอดฮิตตลอดกาล

 

Janos / Shutterstock.com

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/LW835WjWBZSVC9Yo8 

===========

 

5. ทะเลสาบโคโม่ Lake Como

อิตาลี Italy

 

 

        ทะเลสาบโคโม่ (Lake Como) เป็นสถานที่พักตากอากาศยอดนิยมของประเทศอิตาลี โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงใบไม้เปลี่ยนสี เพราะสภาพอากาศค่อนข้างแจ่มใสและปลอดโปร่ง เหมาะกับการนั่งเรือเดินทางไปยังเมืองต่างๆ รอบทะเลสาบ ระหว่างการท่องเที่ยว เราจะได้ชมทิวทัศน์ของ เทือกเขาแอลป์ (Alps) สุดอลังการตั้งตระหง่านเป็นพื้นหลังอีกด้วย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทะเลสาบโคโม่จึงขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก

อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยว อิตาลี ล่องเรือชม ทะเลสาบโคโม่ Lake Como ความงดงามดังภาพวาด

 

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/6E3W3imAQncoHVyA7 

===========

 

6. มอลตา

Malta

 

 

       เดินทางลงใต้มาจากประเทศอิตาลี ก็จะพบกับ ประเทศมอลตา (Malta) ประเทศเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ทางฝั่งของ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Sea) ประกอบไปด้วย 3 เกาะหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่ เกาะมอลตา (Malta) เกาะโกโซ (Gozo) และ เกาะโคมิโน (Comino) เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ผสานอารยธรรมแดนตะวันจากหลากหลายวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กรีก โรมัน อาหรับ ชาวซิซิลี ฝรั่งเศส และอังกฤษ นอกจากนี้ยังมีที่เที่ยวธรรมชาติเจ๋งๆ อีกมากมายที่น่าไปชม และเนื่องจากเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ตรงชายฝั่งทะเลและทางใต้ของยุโรป จึงทำให้มีสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นสบายไปจนถึงอบอุ่น เหมาะกับการท่องเที่ยวตลอดปีเลยค่ะ 

อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ 8 ที่เที่ยวมอลตา Malta เสน่ห์เมืองแห่งท้องทะเล สวย เลอค่า ต้องไปสัมผัส

 

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/3w5odghZjBLoeWEL8 

===========

 

7. คอตส์โวลด์ส Cotswolds

อังกฤษ England

 

 

      หลายคนอาจคุ้นภาพหมู่บ้านสไตล์อิงลิชคอทเทจจากภาพวาดแลนด์สเคปชื่อดังมากมาย แต่วันนี้เราจะพาทุกคนไปสัมผัสกับของจริงที่ คอตส์โวลด์ส (Cotswolds) ศูนย์รวมหมู่บ้านชนบททางภูมิภาคใต้ตอนกลางของประเทศอังกฤษ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของหมู่บ้านสีน้ำผึ้งสุดน่ารัก และเนินหญ้าที่สวยงาม เหมาะกับการไปเที่ยวทุกฤดู แต่ถ้าอยากชมสีสันของมวลดอกไม้ล่ะก็ ต้องเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนเลยค่ะ เราจะได้พบกับทั้ง ทุ่งดอกคาโนล่า ทุ่งดอกป๊อปปี้ และ ทุ่งลาเวนเดอร์ สวยฟินสุดๆ ไปเลย 🌼

อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ 10 หมู่บ้าน Cotswolds ที่เที่ยวอังกฤษ ท่องสู่โลกในนิทาน หมู่บ้านสวยชนบท

 

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/1QSBTwtbMXaBL89v8 

===========

 

8. คอร์นวอล Cornwall

อังกฤษ England

 

 

      เที่ยว คอร์นวอล (Cornwall) เมืองชายฝั่งทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ และจุดสิ้นสุดของแผ่นดินอังกฤษ จุดหมายปลายทางของคนที่รักทะเล มีชายหาดสวยๆ หมู่บ้านชาวประมง และ Land's End หน้าผาซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของแผ่นดินอังกฤษ ขนาบคู่ขนานไปกับท้องมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ เป็นทัศนียภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย และแน่นอนว่ามาถึงเมืองทะเลแล้วก็อย่าลืมไปชิมอาหารทะเลสดๆ ด้วยนะ

 

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/N9MgjewX3gJbFsu6A 

===========

 

9. เอดินบะระ Edinburgh

สกอตแลนด์ Scotland

 

 

      หลังจากฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ ก็ถึงฤดูที่ดอกไม้ต่างพากันผลิบาน สร้างสีสันให้กับ เมืองเอดินบะระ (Edinburgh) แห่งนี้ได้เป็นอย่างดี เพลิดเพลินไปกับการเดินเล่นชมสวนต่างๆ ในเมือง เช่น Dunbar Close, Prince Street Gardens และ Canongate Kirk เพื่อชมดอกไม้และพืชพรรณนานาชนิดที่ออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วทั้งสวน และอาคารเก่าแก่ต่างๆ ที่บอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ของเมืองเอดินบะระ

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/wS719XyiLXYEoQMfA 

===========

 

10. ไอซ์แลนด์

Iceland

 

 

      เสน่ห์ของ ไอซ์แลนด์ (Iceland) ไม่ได้มีเพียงการล่าแสงเหนือ และความหนาวเย็นในฤดูหนาวเท่านั้น เพราะเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ เราจะได้เห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของขุนเขาสีเขียวขจี และทุ่งดอกไม้ที่เบ่งบานแต่งเติมทุกที่ให้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาถนัดตา

อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ 9 ที่เที่ยวไอซ์แลนด์ Iceland แบบไม่ล่าแสงเหนือก็ไปได้

 

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/eMLFmt5Qwc7F63vL6 

===========

 

11. เกาะครีต Crete

กรีซ Greece

 

 

      เกาะครีต (Crete) เกาะที่ใหญ่ที่สุดใน ประเทศกรีซ และใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 5 ของเกาะแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอีกด้วย เต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ แหล่งโบราณคดีที่เก่าแก่ที่สุดในกรีซ ทะเล ชายหาดสวยๆ และภูเขา ด้วยอากาศที่ค่อนข้างอบอุ่นจึงเหมาะกับการมาเที่ยวตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิเป็นต้นไปค่ะ แต่ถ้าอยากเล่นทะเลแบบชิลๆ เลยก็ต้องรอช่วงหน้าร้อน แต่เสน่ห์ของเกาะครีตในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็คือดอกไม้ที่ผลิบานสลับกับทุ่งหญ้าสีเขียว เติมแต่งให้เกาะแห่งนี้ดูสดชื่นขึ้นเป็นเท่าตัว

 

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/cntdebRQRAwpX1Ky9 

===========

 

12. ซินตรา Sintra

โปรตุเกส Protugal

 

 

     ซิงตรา (Sintra) เมืองสวยที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นมรดกโลกในส่วนของ ภูมิทัศน์วัฒนธรรม (Cultural Landscape) เป็นแห่งแรกของยุโรปเมื่อปี ค.ศ. 1995 และเป็นเมืองพักตากอากาศชื่อดังแห่งหนึ่งของ ประเทศโปรตุเกส แลนด์มาร์คของเมืองที่พลาดไม่ได้เลยคือ Pena Palace หรือ Pala'cio Nacional da Pena พระราชวังที่สร้างขึ้นใหม่เมื่อปี ค.ศ. 1854 แทนโบสถ์หลังเดิม และ Quinta da Regaleira ปราสาทสุดอลังการที่ถ่ายทอดแนวคิด ความเชื่อ และจินตนาการอันล้ำลึกของ Carvalho Monteiro เศรษฐีชาวบราซิลที่นำบ้านหลังนี้มาปรับปรุงใหม่ในช่วงศตวรรษที่ 19 แต่ถ้าอยากสัมผัสกับกลิ่นอายสดชื่นของทะเลก็ต้องไปที่ Cabo da Roca จุดชมวิวริมทะเลที่ตั้งอยู่ตรงปลายสุดของเขา Serra de Sintra เลยค่ะ

อ่านรีวิวเต็มๆ ที่ 8 ที่เที่ยว ซิงตรา Sintra โปรตุเกส สวยล้ำค่า มรดกโลกแห่งยุโรปแดนใต้

 

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/vq2NoQ2TumBdkHfq7 

===========

 

13. อิบิซา Ibiza

สเปน Spain

 

 

      เกาะอิบิซ่า (Ibiza) ขึ้นชื่อว่าเป็นสวรรค์แห่งการพักผ่อนของนักฟุตบอล เนื่องจากตั้งอยู่ไม่ไกลจากต้นทางของลีคฟุตบอลใหญ่ๆ ในยุโรปเท่าไรนัก อีกทั้งยังมีน้ำทะเลไล่เฉดสีอย่างสวยงาม และหาดทรายที่เหมาะกับการไปอาบแดดชิลๆ หรือนั่งชมอาทิตย์ตกดินสุดโรแมนติก นอกจากนี้ยังมีทุ่งดอกป๊อปปี้สีแดงที่จะบานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย ราวกับหลุดเข้าไปในภาพวาดเลยทีเดียว

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/mk8Dniy4MwBQc2FJ7 

===========

 

14. โคเปนเฮเกน Copenhagen

เดนมาร์ก Denmark

 

 

      ท่ามกลางตึกอาคารสีสันสดใสริมทะเลที่ เมืองโคเปนเฮเกน (Copenhagen) เมืองหลวงของเดนมาร์ก เราจะได้เห็นมวลดอกไม้พากันเบ่งบานไปทั่วเมืองในช่วงฤดูใบไม้ผลิ โดยเฉพาะบริเวณ Kirsebæralléen ที่เราจะได้พบกับ อุโมงค์ต้นซากุระ เรียงรายกันอย่างสวยงาม ถ้าได้ไปเดินเล่นคงต้องฟินมากแน่ๆ นอกจากนี้ยังมี สวน Tivoli Gardens ริมทะเลสาบ Tivoli Lake ที่มาพร้อมกับดอกไม้นานาชนิด และขบวนพาเหรดที่พร้อมสร้างความสนุกสนานในช่วงฤดูใบไม้ผลิค่ะ

 

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/jEPmVPtV2tUvHo4H6 

===========

 

15. กอเตอร์ Kotor

มอนเตเนโกร Montenegro

 

 

     กอเตอร์ (Kotor) เมืองมากเสน่ห์แห่ง มอนเตเนโกร ที่ติดชายฝั่งทะเลเอเดรียติก (Adriatic Coast) และสามารถเดินทางจาก เมืองดูบรอฟนิก ประเทศโครเอเชีย มาที่นี่ได้ด้วยทางรถยนต์ เต็มไปด้วยเสน่ห์ของอาคารบ้านเรือนที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีทิวทัศน์สุดอลังการของภูเขาและท้องทะเล เหมาะสุดๆ ในการไปเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อนค่ะ

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/FDUZmFw1PemdKjBKA