7 ที่เที่ยวตามรอย ดาบพิฆาตอสูร Kimetsu no Yaiba ในญี่ปุ่น เหมือนยกมาจากอนิเมะเป๊ะ!

7 ที่เที่ยวตามรอย ดาบพิฆาตอสูร Kimetsu no Yaiba ในญี่ปุ่น เหมือนยกมาจากอนิเมะเป๊ะ!
Muzika
29 ตุลาคม 2563 ( 16:50 )
31K
2

     วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักการ์ตูนเรื่องนี้อีกแล้ว "Kimetsu no Yaiba" หรือ ดาบพิฆาตอสูร ที่โด่งดังไปทั่วโลกจริงๆ เพราะเนื้อหาที่ชวนลุ้นทุกๆ ตอน ตัวละครสุดเท่ที่น่าจดจำทั้งฝ่ายอสูร และนักล่าอสูร รวมถึงที่เป็นที่โจษจันมากที่สุดคืองานภาพสุดเนี้ยบ ผสมผสานสไตล์แบบพู่กันญี่ปุ่น ที่ดูทั้งแข็งแกร่ง และอ่อนช้อยในเวลาเดียวกัน

 

รู้จัก ดาบพิฆาตอสูร Kimetsu no Yaiba

Demon Slayer โดยย่อ

 

 

     ดาบพิฆาตอสูร เป็นเรื่องราวของ คามาโดะ ทันจิโร่ เด็กหนุ่มที่ครอบครัวของตนถูกอสูรฆ่าตายทั้งหมด เหลือแต่เพียงเขา และน้องสาวที่ชื่อเนะซึโกะเท่านั้นที่รอดตายมาได้ แต่เนะซึโกะก็กลับกลายเป็นอสูรไปอีกคน เพื่อที่จะหาทางทำให้น้องสาวกลับมาเป็นมนุษย์ดังเดิมให้ได้ จึงตัดสินใจที่จะเป็นนักล่าอสูรตามคำชักชวนของโทมิโอะกะ กิยู นักล่าอสูรที่เดินทางผ่านมา

     เรื่องราวเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นยุคไทโช (ประมาณปี 1912-1926) ซึ่งเราก็จะได้เห็นสภาพภูมิประเทศ ศิลปวัฒนธรม และการดำเนินชีวิตแบบชาวญี่ปุ่นในสมัยนั้น

     ความพิเศษอีกอย่างของเรื่องนี้ก็คือ หลายๆ สถานที่นั้นมีที่เที่ยวให้แฟนๆ ได้ไปตามรอยที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย! ใครที่อินกับเรื่องนี้ถ้าได้ไปจะรู้เลยว่าตรงกับตอนไหน ฉากไหนบ้าง ส่วนจะมีที่ไหนบ้าง ลองตามไปดูกันได้เลยครับ

*คำเตือน* บทความนี้อาจมีสปอยเนื้อหาบางส่วน ใครยังดูไม่จบโปรดอ่านด้วยความระวัดระวัง

 

ดูอนิเมะ ดาบพิฆาตอสูร ออนไลน์ Season 1

 

1. สวนดอกไม้ อาชิคางะ Ashikaga Flower Park

จังหวัดโทชิกิ (Tochigi)

 

     ที่นี่เป็นหนึ่งใน สวนดอกฟูจิ หรือ ดอกวิสทีเรีย (Wisteria) ที่สวยงามอลังการที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีไฮไลท์อยู่ที่อุโมงต้นวิสทีเรียยาวเกือบ 100 เมตร และต้นวิสทีเรียขนาดใหญ่ยักษ์ อายุกว่า 140 ปี สวนแห่งนี้เป็นต้นแบบของภูเขาฟูจิคาซาเนะ ซึ่งเป็นภูเขาที่นักดาบของกลุ่มจับอสูรมาขังไว้ โดยที่ตีนเขาจะมีดอกฟูจิที่อสูรเกลียดนักหนาบานอยู่เต็มพื้นที่ อสูรจึงออกจากเขาไม่ได้ ซึ่งกลุ่มนักล่าอสูรก็ใช้เป็นเวทีคัดเลือกคนเข้ากลุ่มนั่นเอง

 

 

     ใครที่อยากมาในช่วงที่ดอกไม้บานเต็มที่ ต้องมาช่วงกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเราจะได้เห็นดอกวิสทีเรียหลากสี ทั้งม่วง ขาว ฟ้า ชมพู และเหลือง งดงามตระการตาเป็นที่สุดจริงๆ ใครอยากมาสามารถนั่งรถไฟจากกรุงโตเกียวได้ ใช้เวลาประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง

 

2. ศิลาแยก อิตโต-เซกิ Itto-seki Split Boulder

จังหวัดนารา (Nara)

 

 

     หนึ่งในภารกิจสุดโหดหินที่ทันจิโร่ต้องทำให้ได้ นั่นคือการผ่าก้อนหินยักษ์ให้เป็น 2 ซีกด้วยดาบ กว่าจะสำเร็จก็ต้องใช้เวลานานมากๆ เลยทีเดียว ซึ่งเจ้าก้อนหินที่ว่านี่มีอยู่จริงที่จังหวัดนาราครับ ชื่อว่า ศิลาอิตโต-เซกิ เพียงแต่คนผ่าไม่ใช่ทันจิโร่เท่านั้นเอง ตามตำนานว่าเป็นฝีมือดาบของซามูไร นามว่า ยางิว มุเนโตชิ (Yagyu Munetoshi) ที่ต่อสู้กับเทงงุ (Tengu สิ่งมีชีวิตในตำนานของญี่ปุ่น เชี่ยวชาญมนต์มายา และวิชาแปลงกาย) ด้วยการฟาดดาบเพียงหนึ่งครั้ง ผ่าทั้งตัวเทงงุ และก้อนหินยักษ์ด้านหลังออกเป็น 2 ซีก

 

3. เรียวกังอะชิโนะมากิ ออนเซน Ashinomaki Onsen

จังหวัดฟุคุชิมะ (fukushima)

 

Image Source: www.ookawaso.co.jp/en

 

     เรียวกังหรือโรงแรมแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นแห่งนี้ มีการตกแต่งที่แปลกตา และมีความคล้ายคลึงกับ ปราสาทไร้ขอบเขต ของ จอมอสูรมุซัน คิบุสึจิ ที่ทุกสิ่งทุกอย่างในนี้จะกลับหัวกลับหางไม่รู้ทิศทาง โชคดีว่าในเรียวกังนี้ไม่ได้ดูน่ากลัวขนาดนั้น โดยตรงกลางเรียวกังจะมีเวทียื่นออกมาเหนือบ่อน้ำ และมีนักดนตรีมาคอยเล่นเพลงอยู่เสมอ เหมือนกับฉากที่มีอสูรเล่นบิวะเพื่อควบคุมปราสาทอยู่นั่นเอง

 

4. ภูเขาคุโมโทริ Mt. Kumotori

ครอบคลุมจังหวัดโตเกียว ไซตามะ และยามานาชิ

(Tokyo, Saitama, Yamanashi)

 

 

     เขาคุโมโทริ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโตเกียว (สูงจากระดับน้ำทะเล 2,017 เมตร) ชาวญี่ปุ่นรู้จักที่นี่ในฐานะ "ภูเขาสูงที่เอื้อมแตะก้อนเมฆ" ที่นี่เป็นฉากหลังของบ้านตระกูลคามาโดะ และทันจิโร่เองก็อาศัยเก็บฟืนจากป่าไปขายในเมืองนั่นเอง ใครที่อยากถ่ายรูปให้เหมือนในการ์ตูนเลยจะต้องมาเที่ยวในช่วงหน้าหนาว เพราะหิมะขาวจะตกปกคลุมจนทั่วทั้งภูเขาเลย

 

5. พิพิธภัณฑ์เมจิมุระ Meiji Mura

จังหวัดไอจิ (Aichi)

 

topimages / Shutterstock.com

 

     อย่างที่เอ่ยถึงในตอนต้น ว่าเรื่องราวของดาบพิฆาตอสูรนั้นเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่นยุคไทโช ใครที่อยากชมสถาปัตยกรรม และบ้านเมืองในสมัยนั้นจะต้องไปดูที่พิพิธภัณฑ์เมจิมุระครับ เพราะเขารวบเอาอาคารต่างๆ ไม่ว่าจะบ้านเรือน ร้านค้า โบสถ์ ฯลฯ มาไว้ที่นี่ ซึ่งยุคนั้นจะอยู่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ญี่ปุ่นเริ่มเดินหน้าประเทศให้มีความทันสมัยขึ้นในทุกๆ ด้าน ใครที่อยากเห็นอาคารหน้าตาแบบคฤหาสน์ผีเสื้อ ซึ่งเป็นหน่วยพักฟื้นขององค์กรนักล่าอสูร หรือสถานที่นัดรวมตัวของเสาหลักทั้ง 9 ก็มาดูที่นี่ได้เลย

 

6. ศาลเจ้าโฮมังงูคามาโดะ Kamado Shrine

จังหวัดฟุกุโอกะ (fukuoka)

 

     ศาลเจ้าคามาโดะ หรือชื่อเต็มๆ ว่า โฮมังงูคามาโดะ ตั้งอยู่บน ภูเขาโฮมัง ซึ่งถือว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งของเมืองนี้ ส่วนของตัวศาลเจ้านั้นแม้จะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับการ์ตูนโดยตรง แต่ด้วยความที่ชื่อของศาลเจ้านั้นเป็นชื่อเดียวกับนามสกุลของทันจิโร่นั่นเอง เลยทำให้มีแฟนการ์ตูนเรื่องนี้สนใจไปเยี่ยมชมศาลเจ้านี้มากขึ้น กลายเป็นหมุดหมายใหม่ไปโดยปริยาย รวมไปถึงแผ่นป้ายขอพรเอมะ ที่เต็มไปด้วยรูปวาดของตัวละครจากเรื่อง Kimetsu no Yaiba เต็มไปหมด

 
 
 
 
 
View this post on Instagram
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

A post shared by Shiho (@datemeusako) on

OttoPhoto / Shutterstock.com

 

     และอีกความน่าสนใจของที่นี่ ก็คือเครื่องแต่งกายของนักบวชยังเป็นลายตารางหมากรุก ลายเดียวกันกับของทันจิโร่เป๊ะ นับว่าเป็นความคล้ายคลึงที่น่าจะได้รับแรงบันดาลใจไปนั่นเอง ถึงจะไม่รู้ว่าศาลเจ้านี้มีความเกี่ยวข้องจริงๆ แค่ไหน แต่ที่แน่ๆ ความโด่งดังของดาบพิฆาตอสูรก็ทำให้มีคนมาสักการะที่ศาลเจ้าแห่งนี้อย่างล้นหลาม

 

7. พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต Kyoto Railway Museum

จังหวัดเกียวโต (Kyoto)

 

Unique Shutter / Shutterstock.com

 

     และตอนสุดท้ายของอนิเมะก็จะถึงเนื้อเรื่องช่วงที่ทันจิโร่ และพวกพ้องจะต้องขึ้นรถไฟมุ่งหน้าสู่ภารกิจต่อไป ใครอยากไปลองสัมผัสกับรถไฟรุ่นนี้เป๊ะๆ ตัวเป็นๆ ไปดูได้ที่พิพิธภัณฑ์รถไฟเกียวโต ซึ่งเป็น พิพิธภัณฑ์รถไฟญี่ปุ่น ที่ดีที่สุดครับ นอกเหนือจากนี้ยังมีรถไฟโชว์ให้ดูหลากหลายแบบมาก ตั้งแต่หัวรถจักรไอน้ำรุ่นแรกๆ รถไฟที่ใช้ช่วงสงคราม จนถึงรถไฟชินกันเซ็นรุ่นแรกเลย

 

     ใครอยากไปเที่ยวให้ครบๆ น่าจะต้องใช้เวลาในญี่ปุ่นหลายวันหน่อยล่ะนะ ทีนี้ก็เหลือแค่รอลุ้นว่าเขาจะเปิดประเทศให้ไปเที่ยวเมื่อไหร่เท่านั้นเอง ใครเป็นแฟนการ์ตูนเรื่องนี้ห้ามพลาดเป็นอันขาด!

==================

 

ตามติดเทรนด์เที่ยว อัพเดทที่พักสวย
แชร์ทริปสุดชิล โพสต์ภาพสุดปัง ของคุณได้แล้วที่ แอปทรูไอดี
คลิกเลย >> TrueID Travel Community <<