ช่วงนี้ยังคงเดินวน นั่งชิล จิบกาแฟ คาเฟ่เปิดใหม่ ในเซ็นทรัลเวิลด์ แน่นอนว่าคราวนี้ก็ถึงเวลา ที่เราจะพาทุกคนไปบุก คาเฟ่ ร้านกาแฟ สาขาล่าสุดของแบรนด์ Casa Lapin กันที่สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ครับ มาดูกันว่าสาขาแห่งนี้จะมีอะไรน่าสนใจ และแปลกใหม่บ้าง ตามไปดูกันเลย

 

 

        Casa Lapin สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ จะตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 โซน Atrium ถือว่าสะดวกมากๆ สำหรับใครที่สะดวกเดินทางมาโดยรถไฟฟ้า BTS ซึ่งสามารถลงได้ถึง 2 สถานี ก็คือ สถานีชิดลม และสถานีสยาม จากนั้นก็เดินเท้าทาง SkyWalk ต่อนั่นเอง ถือว่าใจกลางเมืองมาก

 

 

        แน่นอนว่าการเปิดตัวสาขาล่าสุดในครั้งนี้ ทางแบรนด์ได้มีการเปลี่ยนโลโก้ใหม่ มาในรูปร่างกระต่ายน้อย ภายใต้คอนเซ็ปต์ Runway Home ดังนั้นการตกแต่งภายในร้านของสาขานี้ จึงเน้นไปทาง Luxury มีความหรูหรา แบบเรียบง่าย มีการใช้โทนสีน้ำตาลเข้ม และแสงไฟอ่อนๆ เพื่อให้คความรู้สึกเหมือนเรากำลังเดินทางกลับเข้าสู่บ้านโพรงกระต่าย ตามความหมายชื่อของร้าน Casa Lapin

 

 

        Casa Lapin สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ จะมีการเสิร์ฟเครื่องดื่มประเภทกาแฟ และเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ รวมไปถึงเมนูอาหาร สไตล์ Coffee & Brunch เหมือนอย่างสาขาอื่นๆ เหมือนเดิม แต่อย่างแรกที่เรากลับสะดุดตา เมื่อเดินเข้ามาภายในร้านก็คือ เครื่องชงกาแฟแบบ Steampunk  นั่นเองครับ

 

 

        การชงกาแฟแบบ Steampunk จะเป็นการชงในรูปแบบเร่งความดันของน้ำในการสกัดเมล็ดกาแฟ โดยผ่านการควบคุมของแท็บแล็ตทั้งหมด ข้อดีของเครื่องนี้ก็คือ เราจะได้กลิ่นของเมล็ดกาแฟชัดเจนกว่า การชงรูปแบบอื่นๆ แถมรสชาติก็ยังดีอีกด้วย  

 

 

        ซึ่งถ้าเราอยากจะสั่งเครื่องดื่ม ที่ต้องชงผ่านเครื่อง Steampunk ล่ะก็ จะต้องเลือกพันธุ์เมล็ดกาแฟก่อนนะครับ ซึ่งทางคาเฟ่มีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลายหลายสายพันธุ์มากๆ แถมแต่ละสายพันธุ์ก็หายาก แปลกใหม่ อีกด้วย

 

 

        ซึ่งครั้งนี้เราได้เลือกเมล็ดสายพันธุ์ที่ชื่อว่า MANIPRUEK จาก จ.น่าน มาลองกัน ส่วนตัวเราแล้วค่อนข้างชอบกลิ่นของตัวนี้มากๆ มันมีความหอมกลิ่นคั่วเมล็ดกาแฟอย่างชัดเจน น้ำหนักรสชาติก็อยุ่ในระดับปานกลาง ไม่เข้มจนเกินไป

 

 

        มาเยือนถึงบ้านโพรงกระต่ายทั้งที จะพลาดเมนูพื้นฐาน ในหมวดเอสเพรสโซ่ไปได้ยังไง จริงป่ะ ?  ซึ่งกาแฟที่นี่ มีการการคัดสรรวัตถุดิบท้องถิ่น โดยเกษตรกรผู้คุ้นชินกับกาแฟมายาวนาน ผ่านการแปรรูปเป็นเมล็ดกาแฟหอมเฉพาะตัว และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ก่อนจะมาถึงมือบาริสต้าที่มากไปด้วยประสบการณ์ เอาเป็นว่าถ้าใครกำลังตามหาร้านกาแฟดีๆ สักร้าน ที่นี่สามารถตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน

        เริ่มต้นกันที่เมนู Caffe Latte (120.-) และ Iced Cappuccino (130.-) มาลองกันก่อน เป็นการอุ่นเครื่อง ฮ่าๆ บอกเลยว่าทุกคนจะต้องประทับใจกับศิลปะของการวาดลวดลายบนลาเต้ร้อนแน่นอน เพราะบาริสต้าของที่นี่ได้มีประสบการณ์ ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

 

 

        แต่ถ้าใครเบื่อเมนูลาเต้ และคาปูชิโน่แบบเดิมๆ กันแล้วล่ะก็ ที่นี่ยังมีเมนู Dirty (120.-) ให้ได้เลือกสั่งกันอีกด้วย แม้หน้าตาของแก้วนี้จะเหมือนเป็นลาเต้ร้อนที่แยกชั้นนมกับเอสเพรสโซ่ แต่อันที่จริงแล้ว มันเป็นเครื่องดื่มเย็นนะครับ แถมเวลาทาน ต้องยกซดได้เลย รสชาติจะได้รับความเข้มของเอสเพรสโซ่ในระดับปานกลาง ตัดกับนมสดแท้ เพื่อทานได้อย่างง่ายขึ้น นั่นเองครับ

        มาถึงเมนูเครื่องดื่มในหมวด Mocktail กันบ้าง ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาความสดชื่น ทางร้านมีมาให้เราได้เลือกถึง 4 เมนูด้วยกันในหมวดนี้ คือ Pina Colada (165.-) / Safe n’sound (160.-) / Spicy Matgarita (165.-) / Caramello (175.-)

 

 

        ซึ่งทั้ง 4 เมนูนี้จะมีรสชาติ และธีมที่แตกต่างกันออกไป แต่สำหรับเราแล้ว ค่อนข้างชอบเมนู Pina Colada ที่ให้ความสดชื่น ของรสชาติน้ำสับปะรด แถมยังเพิ่มความแปลกลงไปอีกขั้นก็คือ ภายในแก้วนี้ยังมีส่วนผสมของไอศกรีมมะพร้าว เพิ่มความมัน และหอมลงไปอีกด้วย

 

 

        และอีกหนึ่งเมนูม็อกเทลที่เราชอบก็คือ Spicy Matgarita ซึ่งเมนูนี้ทุกคนจะได้สัมผัสรสชาติที่เปรี้ยว สดชื่น และจัดจ้าน ทางร้านได้คิดค้นสูตรลับพิเศษ ให้ได้รสชาติความเผ็ดจากพริกเข้าไปนิดหน่อยลงไปในแก้วนี้ แถมยังเพิ่มดีเทลเล็กน้อยลงไปบริเวณขอบแก้ว อย่างการโรยเกลือไว้รอบๆ แก้วอีกด้วย

 

 

        มาถึงเมนูของคาวกันบ้างดีกว่าครับ เริ่มต้นกันที่เมนู Salmon Cream Cheese (250.-) เมนูนี้มีการนำขนมปังซาวร์โด มาทาด้วยครีมชีสจนทั่วแผ่น พร้อมวางด้านบนด้วยแซลมอนที่แล่ออกมาพอดีคำ แถมยังตกแต่งด้วยหอมใหญ่ ไข่ และสลัดผักน้ำบัลซามิค แอบกระซิบบอกเลยว่าทางร้านราดแซลมอนมาให้เยอะมาก แถมรสชาติก็ลงตัวสุดๆ เมื่อทานทุกอย่างพร้อมกัน

 

 

        อีกหนึ่งเมนูของคาว อย่างเมนู Scrambled Egg and Avocado (220.-) ใครที่ชื่นชอบทานขนมปังบริยอสล่ะก็ จะต้องเลิฟเมนูนี้อย่างแน่นอนครับ ทางร้านได้ทาอาโวคาโดลงไปจนทั่วแผ่น ราดแฮม มะเขือเทศ หอมใหญ่ และไข่คนไว้ด้านบน แม้หน้าตาของมันจะดูหนา แต่บอกเลยว่ามันนุ่ม  ละมุนในปากมากๆ เราค่อนชอบเมนูนี้มาก แถมยังไม่เลี่ยนจนเกินไปอีกด้วย

 

 

        ล้างปากกันด้วยของหวานกันต่อ เราได้ลองสั่งเมนู White Chocolate Yogurt (180.-) มาลองกันครับ เมนูนี้ทางร้านได้นำกรีกโยเกิร์ต มาผสมรวมกับไวท์ช็อกโกแลต เพื่อได้รสชาติหวานกำลังดี แถมยังตัดเลี่ยนด้วยผลไม้สด อาทิ สตอเบอร์รี่ ทับทิม และเสาวรสอีกด้วย ใครที่กำลังดูแลสุขภาพอยู่ล่ะก็ ทานเมนูนี้เข้าไป จะไม่รู้สึกผิดแน่นอน ฮ่าๆ

 

 

        อีกหนึ่งเมนูของหวานที่เราได้ลองกันในครั้งนี้ก็คือเมนู Warm Crumble Apple Crisp (210.-) ถือเป็นอีกเมนูแปลกใหม่ ที่เราไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน ทางร้านได้ใส่ Crumble สูตรพิเศษ ลงไปในลูกแอปเปิ้ลที่ผ่านการอบมาแล้ว ตัดความกรุบกรอบไปด้วยไอศกรีมโฮมเมด รสวานิลา บอกเลยว่าจานนี้รสชาติลงตัวสุดๆ  

 

 

Casa Lapin สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
พิกัด : ชั้น 3 บริเวณโซน Atrium ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
เปิดบริการ : 10.00 - 22.00 น. ทุกวัน
โทร : ไม่ระบุ
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/CasaLapin 

 

  คาเฟ่ อื่นๆ ที่น่าสนใจ

5 คาเฟ่ ร้านกาแฟ ย่านสาทร น่านั่งชิล ถ่ายรูปสวย

10 คาเฟ่ ร้านกาแฟ เปิดใหม่ ย่านทองหล่อ ร้านสวย หลากหลายสไตล์

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

 

 

 

Tags

กรุงเทพ คาเฟ่ ร้านกาแฟ ร้านขนมหวาน ร้านอาหารกรุงเทพ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Top