20 ที่เที่ยวเกียวโต ห้ามพลาด มาทั้งที ต้องแวะไปเช็คอิน ! พร้อมการเดินทางง่ายๆ

20 ที่เที่ยวเกียวโต ห้ามพลาด มาทั้งที ต้องแวะไปเช็คอิน ! พร้อมการเดินทางง่ายๆ
เอิงเอย
27 ธันวาคม 2562 ( 15:30 )
181.9K
1

       เกียวโต เป็นอีกเมืองของ ญี่ปุ่น ที่มีเสน่ห์และเอกลัษณ์ที่ไม่เหมือนเมืองอื่นๆ หลายๆ ที่เที่ยวเกียวโต เป็นแลนด์มาร์คที่ห้ามพลาด ด้วยความที่เกียวโตเป็นเมืองหลวงเก่าที่มีประวัติศาสตร์ และเคยเป็นที่ประทับของจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นมากกว่า 1,000 ปี ทำให้ภาพของศิลปวัฒนธรรม วัดโบราณเก่าแก่ ซ้อนทับอยู่กับภาพปัจจุบันที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เมืองนี้จึงมีความคอนทราสต์ และน่าสนใจเพิ่มมากขึ้นไปอีก และนี่คือ 20 ที่เที่ยวเกียวโต ที่ต้องห้ามพลาด ค่ะ มาถึงแล้วต้องไปเช็คอิน! 

 

 

ที่เที่ยวเกียวโต

พร้อมการเดินทางง่ายๆ

 

วัดคินคะคุจิ

Kinkaku-Ji

 

 

      วัดคินคะคุจิ หรือเรียกว่า วัดทอง เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองเกียวโต และมีตำนานเกี่ยวกับการ์ตูนสมัยเด็กเรื่อง อิคคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญาที่เราเคยดูกันค่ะ ไฮไลท์ของที่นี่คือ ความสวยงามของปราสาททองคำอยู่ตรงกลางสระน้ำ ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเกียวโตเลยทีเดียว

 

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/5GyU6kR8oUxavmeL7
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถไฟสาย Karasuma Lineไปลงที่ Kitaoji Station แล้วต่อรถบัสสาย 12, 101, 102, 204 หรือ205

=================

 

วัดกินคะคุจิ

Ginkakuji Temple

 

 

      วัดกินคะคุจิ หรือ วัดเงิน แห่งนี้ มีอายุกว่า 500 ปีมาแล้วค่ะ ที่นี่เป็นวัดวัดในนิกายเซน ถูกสร้างขึ้นโดยโชกุน อาชิคากะ โยชิมาสะ (Ashikaga Yoshimasa) จึงเป็นที่เที่ยวที่มีสำคัญทางประวัติศาสตร์ และที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย

 

 

      ด้านในของวัดเงิน ยังมีห้องชงชาที่คาดว่าเป็นต้นแบบของห้องชงชาในยุคหลังๆ ซึงท่านโชกุนก็ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ศึกษาศิลปะและการชงชาที่นี่นั่นเองค่ะ อีกหนึ่งสิ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็คือ จุดชมวิว เพราะทุกคนจะได้เห็นวิวเมืองเกียวโตแบบพาโรนามาที่สวยงาม

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/uJhEvcejqEeJiY9k6
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถบัสสาย 100 ลงป้าย Ginkakuji-Mae

=================

 

เสาโทริอิ ที่ ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ

Fushimi Inari Shrine

 

 

      ศาลเจ้าดังของเกียวโต ที่ใครมาก็ต้องแวะมาเช็คอิน ไม่งั้นจะเรียกได้ว่ามาไม่ถึงเกียวโตก็คือที่นี่ค่ะ ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ (Fushimi Inari Shrine) เป็นศาลเจ้าชินโตของเทพอินาริ ซึ่งเป็นเทพแห่งกสิกรรม ตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น ฟูชิมิอินารินี้ ถือว่าเป็นศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุด และมีประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 1,300 ปีทีเดียว ที่นี่มีเอกลักษณ์ก็คือ เสาโทริอิเป็นหมื่นๆ ต้น ซึ่งชาวบ้านเรียกกันโดยทั่วไปว่า “โออินาริซัง” 

 

 

      ไฮไลท์ของที่นี่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกแห่มาเที่ยวอย่างได้ขาดสายก็คือ ชื่อเสียงในเรื่องสิ่งก่อสร้างที่เป็นสัญลักษณ์แห่งเกียวโต เสาโทริอิสีแดง นับเป็นพันๆ หมื่นๆ ต้น ที่ตั้งเรียงรายติดๆ กัน จนกลายเป็นอุโมงค์เสาโทริอิที่ยาวถึง 4 กิโลเมตรนั่นเองค่ะ

✨ดูรีวิวเต็มๆ ได้ที่ ชมเสาโทริอิเป็นหมื่นต้น ที่ศาลเจ้าฟุชิมิ อินาริ ไทฉะ Fushimi Inari Taisha

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/s3BDaPX7wWfJomUc9
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถไฟสาย JR Nara Line ลงสถานี Inari 

=================

 

หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ

Ine

 

 

     อิเนะ เป็นหมู่บ้านชาวประมงอนุรักษ์ที่หลงเหลืออยู่เพียงไม่กี่แห่งในประเทศญี่ปุ่นค่ะ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเกียวโต ไฮไลท์ของหมู่บ้านก็คือ Boat house ริมแม่น้ำ ซึ่งจะเป็นบ้านที่มีอู่เทียบเรืออยู่ในบ้านของตัวเองเลยค่ะ นอกจากนี้ เรายังสามารถเช่าเรือชมรอบๆ อ่าว และให้อาหารนกนางนวลได้อีกด้วย

 

 

      ถ้าใครอยากนอนค้างที่นี่เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศดีๆ ของหมู่บ้าน ก็มีที่พักแบบโฮมสเตย์ให้พักค้างคืน พร้อมอาหารมื้ออร่อยด้วยฝีมือชาวประมงกันเลยน้า

✨ดูรีวิวเต็มๆ ได้ที่ สโลว์ไลฟ์ ที่ หมู่บ้านชาวประมงอิเนะ Ine วิถีชีวิตริมน้ำของชาวญี่ปุ่น

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/NxgRoK8Ta5erdxi37
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station ขึ้นรถไฟมาลงที่สถานี Amenohashidate และนั่งรถบัสสายท้องถิ่นมาลงที่ Ine-Cho

=================

 

วัดน้ำใส

Kiyomizu Temple

 

 

      วัดคิโยะมิซุ หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ วัดน้ำใส เป็นเหมือนอีกหนึ่งแลนด์มาร์ตของการไปเที่ยวเกียวโต และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย ความหมายของชื่อวัดนี้ คือ น้ำบริสุทธิ์ เพราะมาจากการที่น้ำตกไหลผ่านเนินเขาลงมายังบริเวณวัดนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า หากมาไหว้ขอพรที่วัดน้ำใสแล้ว จะปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีออกไป ตามความหมายของชื่อวัดนั่นเองค่ะ 

 

Michael Gordon / Shutterstock.com

 

     นอกจากนี้ วัดน้ำใสยังเป็นหนึ่งในจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมากๆ อีกแห่งของเกียวโตอีกด้วย เพราะโถงอาคารซึ่งถูกสร้างให้ยื่นออกไปภายนอกทำให้บริเวณนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยงามค่ะ

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/UTMQtZQUjYFZS3T88
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station ขึ้นรสบัสสาย 100 หรือ 206 ลงที่ป้าย Kiyomizu-michi

=================

 

ย่านฮิกาชิยาม่า

Higashiyama

 

 

     ย่านฮิกาชิยาม่า เป็นย่านถนนโบราณสำหรับมาเดินเล่นชิล ให้บรรยากาศยุคเอโดะโบราณค่ะ โดยเฉพาะบริเวณทางเดินระหว่างวัดน้ำใส (Kiyomizudera) ไปจนถึงศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka) จะเป็นทางเดินที่เต็มไปด้วยบ้านไม้สวยงาม ทรงโบราณแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม มีร้านค้า ร้านอาหารให้บริการเป็นระยะ ใครที่หลงใหลความสวยงามของเมืองเก่า บ้านเก่า ต้องชอบที่นี่มากแน่ๆ ทีเดียว

 

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/9FL7YNNAjeDgNga69
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station ขึ้นรสบัสสาย 100 หรือ 206 ลงที่ป้าย Kiyomizu-michi

=================

 

ย่านกิออน

Gion

 

 

       มาเมืองเก่าอย่างเกียวโต ก็ต้องนึกถึงสาวงาม เกอิชา (Geisha) ในชุดกิโมโนดั้งเดิม ซึ่งเราามารถพบเจอพวกเธอได้ที่ ย่านกิออน นั่นเองค่ะ ที่นี่จะเป็นอาคารบ้านเรือนไม้แบบดั้งเดิม ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านดื่มชา สไตล์ญี่ปุ่นโบราณ แต่ละร้านก็จะการแสดงโชว์จากเกอิชา หรือ เกอิโกะ (Geiko) และ ไมโกะ (Maiko) ให้เราได้ชม หรือใครอยากลองแปลงโฉมเป็นเกอิโกะดูสักวันก็ได้นะ

 

thenameless / Shutterstock.com

 

บริเวณหลักๆ ของย่านกิออนสามารถแบ่งได้เป็น 3 โซน คือ

  1. ถนนชิโจ (Shijo-dori) เป็นโซนถนนสายหลักระหว่างแม่น้ำคาโมะ (Kamo) สถานีรถไฟ Gion-Shijo และศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine)
  2. ฮานามิโคจิ (Hanamikoji) เป็นโซนระหว่างถนนชิโจ (Shijo-dori) ไปยังวัดเค็นนินจิ (Kenninji Temple)
  3. กิออน ชิราคาว่า (Gion Shirakawa) เป็นโซนที่อยู่เรียบคลองชิราคาว่า (Shirakawa)

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/arLUQqNki7WpwRmk8
  • การเดินทาง :
  • จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถไฟสาย JR Nara Line ลงที่สถานี Tofukuji แล้วเปลี่ยนเป็นสาย Keihan Main Line มาลงที่สถานี Gion-Shijo

=================

 

หมู่บ้านมิยามะ

Miyama

 

 

      มาสัมผัสกับกลิ่นอายอันเก่าแก่ของเกียวโต ออกนอกเมืองมาที่ หมู่บ้านมิยามะ แห่งนี้ค่ะ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเกียวโตประมาณ 30 กิโลเมตร ที่นี่เป็นหมู่บ้านโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ เป็นบ้านชาวนาที่เรียกว่า คายาบูกิ (Kayabuki) ซึ่งแตกต่างจาก หมู่บ้านชิราคาวาโกะ

 

 

      สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาดก็คือ คายาบูกิ โน ซาโตะ (Kayabuki no Sato) เป็นจุดที่มีบ้านโบราณประมาณ 40 หลัง เป็นบ้านตัวอย่างของวัฒนธรรมคายาบูกิดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด และยังมีคนอาศัยอยู่จริงๆ นั่นเอง

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/vbTX2iRyhJQvWWqh9
  • การเดินทาง : 

    1. จากสถานีเกียวโต Kyoto Station ขึ้นรถไฟสาย JR Sagono Line มาลงที่สถานี Hiyoshi Station และขึ้นรถบัส Nantan Bus ไปยัง Miyama

    2. จากสถานี Kyoto ขึ้นรถ JR Bus ที่ไปยัง Takao ลงที่ Shuzan และขึ้นรถบัส Nantan Bus ไปยัง Miyama

=================

 

ป่าไผ่ซากาโนะ ที่ อาราชิยาม่า

Sagano Bamboo Forest

 

 

      ใครที่ชอบท่องเที่ยวธรรมชาติ รักในความเขียวชอุ่ม เราจะชวนมาเที่ยวที่ชานเมืองเกียวโตในเขตอาราชิยาม่าค่ะ ซึ่งที่นี่มี ป่าไผ่ซากาโนะ ป่าไผ่ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเกียวโต เป็นระยะทาง 500 เมตร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวควรแวะมาเที่ยวสักครั้ง หากได้มาแถบเกียวโต 

 

 

      ตลอดระยะทางจะมีไผ่ขึ้นอยู่สองข้างทาง สวยงามมากๆ เลยทีเดียว ยิ่งในช่วงเดือนธันวาคมนั้น จะมีการประดับโคมไฟสวยๆ ตามทางเดินของป่าไผ่ตลอดทางในช่วงค่ำอีกด้วยค่ะ

✨ดูรีวิวเต็มๆ ได้ที่ เที่ยวญี่ปุ่น ป่าไผ่ซากาโนะ เกียวโต เสน่ห์โลกตะวันออก

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/YHWn1NR2mfKeEzQq9
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถไฟสาย JR Sagano Line ลงสถานี Saga Arashiyama Station

=================

 

สวนลิง อิวาตายาม่า

Iwatayama Monkey Park

 

Tupungato / Shutterstock.com

 

      สวนลิง อิวาตายาม่า แห่งนี้ตั้งอยู่บนภูเขาอาราชิยาม่า ในเขตอาราชิยาม่าค่ะ ไฮไลท์คือการมาดูเหล่าเจ้าลิงน้อยแสนซน และชมวิวตัวเมืองอาราชิยาม่านั่นเอง ซึ่งจะมีลิงญี่ปุ่นอยู่อาศัยตามธรรมชาติประมาณ 120 ตัว นักท่องเที่ยวสามารถใกล้ชิด และให้อาหารลิงป่าในกระท่อมที่เจ้าหน้าที่เตรียมไว้ได้อีกด้วยค่ะ 

 

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/4hjMrrn69LPaH4ei8
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถไฟสาย Hankyu Arashiyama Line ลงสถานี Arashiyama เดินข้ามสะพานโทเง็ตสึเคียว (Togetsukyo Bridge) เดินขึ้นเขาอาราชิยาม่าไปประมาณ 10 นาที ก็จะถึงสวนลิง

=================

 

สะพานโทเง็ตสึเคียว

Togetsukyo Bridge

 

Richie Chan / Shutterstock.com

 

       สะพานโทเง็ตสึเคียว เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของอาราชิยาม่า ถูกสร้างขึ้นในสมัยเฮอัน ที่นี่เป็นสะพานนี้มีความสวยงาม เพราะด้านหลังนั้นเป็นภูเขาสูงใหญ่ และด้านล่างเป็นแม่น้ำที่ทั้งสองฝั่งมีแถวต้นซากุระเรียงรายเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ ทำให้ที่นี่ติดอันดับจุดชมซากุระที่สวยงามมากๆ ในเกียวโตอีกด้วยค่ะ

 

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/RrNXzk1HKw2bkCky9
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถไฟสาย Hankyu Arashiyama Line ลงสถานี Arashiyama

=================

 

รถไฟสายโรแมนติก

Sagano Romantic Train

 

Tooykrub / Shutterstock.com

 

       รถไฟสายนี้เป็นรถไฟที่นั่งเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ เลียบแม่น้ำโฮซุกาว่า (Hozugawa River) ค่ะ ซึ่งมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า รถไฟสายโรแมนติก ถามว่าทำไมถึงได้ชื่อว่าเป็นรถไฟสายโรแมนติกนั้น ต้องขอตอบว่า เพราะวิวสองข้างทางตลอดที่รถไฟผ่านทั้งหมด 7 กิโลเมตร จะเป็นหุบเขาสลับซับซ้อนที่สวยงาม และมีวิวบ้านเรือนชนบทสวยๆ ให้ชมตลอดทางนั่นเอง

 

bSyncTH / Shutterstock.com

 

       รวมถึงตัวรถไฟเองที่เป็นแบบโบราณ ใครที่ได้ขึ้นไปนั่งชมวิว ยิ่งเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีแล้วด้วยนั้น จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า โรแมนติกมากๆ ค่ะ

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/ZrBYTswNMXk1TgAt7
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถไฟสาย JR Sagano Line มาลงที่สถานี JR Saga Arashiyama เดินออกจากสถานีไปยังฝั่งตรงข้าม จะเจอกับสถานี Torokko Saga เป็นสถานที่ขายตั๋วรถไฟ Sagano Romantic Train

=================

 

วัดซานเซนอิน

Sanzenin Temple

 

 

      วัดซานเซนอิน เป็นวัดที่ตั้งอยู่ที่เมืองโอฮะระ (Ohara) เป็นวัดที่มีความเก่าแก่งดงาม ถูกสร้างขึ้นเมื่อสมัยเฮอันในช่วงปี 794-1185 โดยพระภิกษุ Saicho ผู้ก่อตั้งนิกายเท็นได ภายในวัดมีพระพุทธรูป Amida ซึ่งเป็นโบราณวัตถุชิ้นสำคัญค่ะ 

 

 

      ไฮไลท์ของวัดนี้อยู่ตรงบริเวณสวนญี่ปุ่นที่สวยงามเต็มไปด้วยมอสสีเขียว และในป่าด้านหลังของวัดจะพบกับน้ำตกโอโตนาชิ (Otonashi no Taki) ที่มีชื่อเรียกว่า “น้ำตกไร้เสียง” อีกด้วย เนื่องจากเป็นน้ำตกสายเล็กๆ ที่สายน้ำตกกระทบกับโขดหินโดยไม่มีเสียงนั่นเอง

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/7Jpr1GdUQhwdatf18
  • การเดินทาง :
    1. จากสถานี Kyoto ขึ้นรถบัส Kyoto Bus สาย 17 มาลงที่ Ohara
    2. จากสถานีรถไฟ Kyoto ขึ้นรถไฟสาย Karasuma Subway Line ลงที่สถานี Kokusaikaikan Station และขึ้นรถบัส Kyoto Bus สาย 19 ลงที่ Ohara

=================

 

สตูดิโอโทเออิ

Toei Kyoto Studio Park

 

twoKim images / Shutterstock.com.JPG

 

       ที่นี่เป็นสถานที่ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์ย้อนยุคของญี่ปุ่นค่ะ จึงมีการจำลองเมืองเล็กๆ ในยุคเอโดะขึ้น โดยอาคารบ้านเรือนต่างๆ เป็นแบบสมัยก่อนเป๊ะๆ และยังเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ด้วย ใครอยากย้อนยุคใส่ชุดซามูไร ชุดยูกาตะ หรือกิโมโน มาเดินเล่นถ่ายรูปสวยๆ ก็เท่ดี ข้างในเค้าจะมีร้านให้เช่าชุดได้อีกด้วยค่ะ 

 

AndyLai / Shutterstock.com

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/v3i9vCKEVLi5tE9t5
  • การเดินทาง
    1. จากสถานีเกียวโต Kyoto Station ลงสถานีรถไฟ JR Hanazono Station เดินต่อมาอีก 15 นาที
    2. ขึ้นรถบัสสาย Kyoto City Bus สาย 75 หรือ Kyoto Bus สาย 71, 72, 73

=================

 

ทางเดินนักปราชญ์

The Philosopher’s Path

 

 

      ในเทศกาลซากุระบานช่วงเดือนเมษายนของทุกปี ที่นี่จะเป็นอีกจุดหนึ่งที่นักท่องเที่ยวและคนญี่ปุ่นนิยมมาชมความสวยงามของซากุระกันค่ะ ซึ่งทางเดินจะปูด้วยหินตลอดทางยาวประมาณ 2 กิโลเมตร และขนานไปกับทางน้ำสายเล็กๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นซากุระเป็นร้อยต้นทีเดียว

 

 

      ที่มีชื่อเรียกว่า “ทางเดินนักปราชญ์” นั้นก็เพราะที่นี่เคยเป็นเส้นทางที่ นิชิดะ คิทาโร่ (Nishida Kitaro) นักปราชญ์แห่งยุคที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากของญี่ปุ่น ได้ใช้เส้นทางนี้เดินทางไปกลับเป็นประจำในการไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยเกียวโตนั่นเองค่ะ

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/72PhuSrP6bzg3qGw6
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station ขึ้นรถบัสสาย 100 ลงที่ป้ายหน้าวัดกินคาคุจิ (Ginkakuji-mae)

=================

 

วัดนินนาจิ

Ninnaji Temple

 

 

       วัดนินนาจิ ได้รับการถูกบันทึกเป็นมรดกโลก World Heritage Sites เป็นหนึ่งในวัดที่มีความสำคัญของเกียวโตค่ะ ไฮไลท์ของที่นี่คือ อาคารโกเท็น (Goten) สร้างขึ้นในรูปแบบของพระราชวังอิมพีเรียล และมีทางเดินเชื่อมต่อที่ตกแต่งอย่างหรูหรา มีประตูบานเลื่อนแบบญี่ปุ่นโบราณ (fusuma) โดยรอบของอาคารจะถูกโอบล้อมไปด้วยสวนหินและบ่อน้ำแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่สวยงาม

 

Various images / Shutterstock.com

 

       นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นจุดชมใบซากุระที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของเกียวโต ต้นซากุระของที่นี่มีชื่อเรียกว่า ต้นซากุระโอมุระ (Omuro Cherries) ซึ่งงจะบานช้ากว่าที่อื่นๆ ค่ะ ช่วงที่เหมาะมาชมซากุระมากที่สุดก็คือ กลางเดือนเมษายน

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/tn9rSuGYovVP13mJ9
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถบัสสาย 26 ลงที่ป้าย Omuroninnaji

=================

 

ศาลเจ้าคิฟุเนะ

Kifune Shrine

 

 

     ศาลเจ้าคิฟุเนะ เป็นศาลเจ้าเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา สวยงามด้วยเสาโทริอิสีแดงเรียงรายกันอยู่ตรงบริเวณทางเข้า ที่นี่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเทพเจ้าน้ำและฝน เชื่อกันว่าจะช่วยดูแลพิทักษ์รักษาผู้ที่ออกทะเลนั่นเองค่ะ  เป็นความเชื่อของชาวญี่ปุ่นมีประวัติยาวนานมากกว่า 1,600 ปี เรียกได้ว่าเก่าแก่กว่าอายุของเมืองเกียวโตซะอีก

 

 

     กิมมิกของศาลเจ้านี้ก็คือ การทำนายดวงชะตาที่ด้วย กระดาษทำนาย Omikuji โดยเราต้องนำกระดาษไปจุ่มลงในน้ำ แล้วคำทำนายก็จะปรากฏขึ้นมาค่ะ

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/2DyQUBhVPGdJ5veF9
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station ขึ้นรถไฟ Eizen Electric Railway สาย Kurama Line มาลงสถานี Kibune-Guchi Station และขึ้นรถบัสมาลงที่ Kibune

=================

 

วัดโทฟุคุจิ

Tofukuji Temple

 

cowardlion / Shutterstock.com

 

      วัดโทฟุคุจิ เป็น 1 ใน 5 สถานที่ชมใบไม้แดงที่สวยที่สุดในเกียวโต เป็นวัดเซ็นขนาดใหญ่ที่ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ.1236 โดย ตระกูลฟูจิวาระ (Fujiwara Clan) ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจคือ ประตูซานม่อน ที่มีความสูงถึง 22 เมตร สร้างเป็นแบบเซ็นโบราณ 

 

WorldWide / Shutterstock.com

 

      ทุกๆ ปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมใบไม้แดงที่ สะพานสึเทนเคียว (Tsutenkyo Bridge) ภายในวัดซึ่งเป็นจุดที่มีความสวยงามมากๆ ใบเมเปิ้ลปกคลุมสะพานยาวถึง 100 เมตร เป็นภาพที่น่าประทับใจสุดๆ เลยค่ะ

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/7KanU3ejVXNqB2su6
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถไฟสาย JR Nara Line หรือ Keihan Main Line ลงสถานี Tofukuji Station

=================

 

ปราสาทนิโจ

Nijo Castle

 

cowardlion / Shutterstock.com

 

      ปราสาทนิโจ ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1603 เป็นที่อาศัยของท่านโชกุน โทกูงาวะ อิเอยาซุ (okugawa Ieyasu) ซึ่งเป็นโชกุนคนแรกในสมัยเอโดะ และมีความสำคัญมากๆ ในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นค่ะ

 

Kang Shi Zheng / Shutterstock.com

 

      ภายในปราสาทมีงานศิลปะแบบญี่ปุ่นสำคัญๆ มากมาย โดยชิ้นที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุดคือ ภาพเขียนลงสีในห้องหลัก ที่นี่ยังได้นำการยกย่องว่าเป็นสถาปัตยกรรมปราสาทในยุคศักดินาของญี่ปุ่นที่หลงเหลืออยู่ที่ดีที่สุด และได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วยค่ะ

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/MtcH2FMXfQHUi9Rm9
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถไฟใต้ดินสาย Karasuma Subway Line ลงที่สถานี Karasuma-Oike Station แล้วเปลี่ยนไปยังสาย Tozai Subway Line ลงที่สถานี Nijojo-mae Station

=================

 

ตลาดนิชิกิ

Nishiki Market

 

Phanu D Pongvanit / Shutterstock.com

 

     ปิดท้ายกันด้วยย่านของกินที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองเกียวโต อย่าง ตลาดนิชิกิ บอกเลยว่าสายกิน ถ้าได้มาต้องฟินไปตามๆ กันค่ะ เพราะที่นี่เป็นแหล่งตลาดสดที่มีร้านค้าให้ไปช้อป ได้ชิมกันมากกว่า 100 ร้านค้าเลยทีเดียวค่ะ ทั้ง อาหารทะเลสด ขนมพื้นเมือง พืช ผัก ผลไม้ หาได้จากที่นี่ 

 

 

     ไฮไลท์ก็คือ ร้านอาหารทะเลสดๆ แต่ละร้าน เราสามารถซื้ออาหารทะเลสด แล้วให้ทางร้านปรุงสำเร็จให้แบบปิ้งย่าง ราดซอสโชยุเบาๆ อร่อยแบบสดๆ กันได้เลยอีกด้วย แถมยังราคาถูก เป็นอีกแหล่งของกินอร่อยที่สายสตรีทฟู้ดไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

 

  • พิกัด : https://goo.gl/maps/DAkDm6E6mc1HbjQBA
  • การเดินทาง : จากสถานีเกียวโต Kyoto Station นั่งรถไฟสาย Karasuma Line ลงที่สถานี Shijo Station

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง