เยรูซาเล็ม ประวัติ เมืองศักดิ์สิทธิ์ กว่าพันปี ของ 3 ศาสนา และ ศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก

เยรูซาเล็ม ประวัติ เมืองศักดิ์สิทธิ์ กว่าพันปี ของ 3 ศาสนา และ ศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก
เอิงเอย
19 พฤษภาคม 2564 ( 18:27 )
1K

     ถ้าพูดถึง เมืองศักดิ์สิทธิ์ ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แน่นอนว่า เยรูซาเล็ม (Jerusalem) อิสราเอล จะเป็นเมืองแรกที่เราต้องนึกถึงค่ะ เพราะที่นี่เป็นเมืองเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลัง แม้ผ่านกาลเวลามานับพันปี เป็นศูนย์รวมความศรัทธาของผู้คนถึง 3 ศาสนาของโลก คือ ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม และ ศาสนายูดาห์ ตามเรามารู้จัก ประวัติของเยรูซาเล็ม และสัมผัสกับ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ของแต่ละศาสนา ที่งดงาม และเต็มไปด้วยเรื่องราวของประวัติศาสตร์กันค่ะ

 เยรูซาเล็ม เมืองศักดิ์สิทธิ์กว่าพันปี


ประวัติเยรูซาเล็ม


     ประวัติศาสตร์ของเมืองเยรูซาเล็มนั้น มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก เพราะเป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตามประวัติศาสตร์ที่ได้มีการบันทึกนั้น เมืองแห่งนี้ได้ถูกทำลายไปอย่างน้อย 2 ครั้ง ถูกปิดล้อม 23 ครั้ง ถูกโจมตี 52 ครั้ง ถูกยึดและเอาคืนถึง 44 ครั้ง

     เยรูซาเล็ม จึงเป็นเมืองที่มีข้อพิพาทมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ก็เป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ที่สุดแห่งนึ่งของโลกเช่นกันค่ะ ซึ่งมีการกล่าวถึงเมืองเยรูซาเล็มในแผ่นศิลาจารึกของ เมโสโปเตเมีย ในชื่อ “อูรูซาลิมา” หมายว่า “นครแห่งชาลิม” ซึ่งเป็นนามของพระเจ้าในแผ่นดินคานาอัน เมื่อราว 2,400 ปีก่อนคริสตกาล

 

 

     ในคัมภีร์ไบเบิลกล่าวไว้ว่า กษัตริย์ดาวิด ได้พิชิตเยรูซาเล็มมาจากพวกเยบุส เมื่อ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล แล้วทรงสถาปนาเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงของ อาณาจักรอิสราเอล-ยูดาห์ ต่อมา กษัตริย์ซาโลมอน พระโอรสของกษัตริย์ดาวิด ได้ทรงสร้างพระวิหารแรกขึ้นที่เมืองนี้ ทำให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมของชาวยิว

      ต่อมา 586 ปี ก่อนคริสตกาล ชาวบาบิโลน ได้ยึดเยรูซาเล็ม และทำลายพระวิหาร จับเชลยศึกไปยังกรุงบาบิโลน และเมื่อชาวยิวกลับมายังเยรูซาเล็มได้สำเร็จ ก็ได้สร้างพระวิหารแห่งที่ 2 ขึ้นใหม่ และเยรูซาเล็มก็ถูกทำลายลงไปจนสิ้นเมื่อถูกชาวโรมันเข้ายึดครองในปี ค.ศ.70

 

 

     ในยุคไบเซนไทน์ จักรพรรดิคอนสแตนติน ได้เปลี่ยนเยรูซาเล็มให้เป็นเมืองของชาวคริสต์ ความศักดิ์สิทธิ์ของเยรูซาเลมในศาสนาคริสต์ก็คือ ที่นี่เป็นสถานที่ตรึงกางเขนพระเยซู ต่อมาในปี ค.ศ.614 ชาวเปอร์เซีย เข้าตีเยรูซาเล็มและครองเมือง แต่ก็ไม่นาน เพราะสุดท้ายเยรูซาเล็มก็ตกไปอยู่ในการครอบครองของชาวอาหรับในที่สุดเมื่อปี ค.ศ.638

 

เยรูซาเล็ม ต้นกำเนิด สงครามครูเสด

 

 

      สงครามครูเสด เป็นสงคราวอันยาวนานสงครามแห่งในประวัติมนุษยชาติเลยทีเดียวค่ะ โดยเกิดขึ้นเพราะชาวคริสต์ต้องการที่จะเข้าถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในเยรูซาเล็ม จึงเกิดสงครามศาสนาเพื่อปลดปล่อยเยรูซาเล็มจากการปกครองของชาวมุสลิม

     โดยสงครามครูเสดนั้นเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง แต่ครั้งที่สำคัญที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 11 ถึง 13 ซึ่งมีสงครามใหญ่ๆ เกิดขึ้นถึง 9 ครั้ง ตั้งแต่ ค.ศ.1095 ไปจนถึง ค.ศ.1272 กินระยะเวลาเกือบ 200 ปี ส่งผลให้จักรวรรดิไบแซนไทน์ที่นับถือคริสต์อ่อนแอลง และเสียให้แก่เติร์กมุสลิม

      จุดจบของสงครามครูเสดนั้นเริ่มเห็นชัดเจนขึ้นในปี ค.ศ.1270 พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส ได้ทรงชักชวนให้ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 ของอังกฤษมาร่วมทำสงครามครูเสดอีกครั้ง แต่พระเจ้าหลุยส์ทรงสิ้นพระชนม์ด้วยโรคระบาดก่อน พระเจ้าเอ็ดเวิร์ด จึงได้เสด็จกลับจากปาเลสไตน์เมื่อปี ค.ศ.1271

      แต่ก็ยังมีการเคลื่อนไหวที่จะก่อสงครามขึ้นมาอีกในช่วงปี ค.ศ. 1460 แต่ก็ได้ยุติลงเมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 2 สวรรคตลงในปี 1464

 

เยรูซาเล็ม หลังสงครามโลก

 

 

      หลังสงครามครูเสด เยรูซาเล็ม ถูกเปลี่ยนมือยึดครองมาหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่ ชาวอาหรับ ชาวมามลุค ชาวมองโกล ชาวเติร์ก มาจนถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี ค.ศ. 1917 ฝ่ายพันธมิตรเข้ายึดเยรูซาเล็มสำเร็จ และอยู่ภายใต้การดูแลของอังกฤษ โดยก่อนหน้านั้น อังกฤษได้สัญญาจะยกแผ่นดินบริเวณนี้ให้กับชาวอาหรับที่อยู่เดิม และยกแผ่นดินให้ผู้อพยพชาวยิวด้วย โดยไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าทั้ง 2 ฝ่ายนี้ต้องการจะครอบครองแผ่นดินเดียวกัน

 

 

      จากนั้นจึงเริ่มเกิดการอพยพหลั่งไหลเข้ามาของชาวยิวเป็นจำนวนมากเข้ามาในพื้นที่นี้ จึงเกิดสงครามอาหรับ-ยิว เกิดขึ้นช่วงปี ค.ศ.1947-1948 เนื่องจากชาวปาเลสไตน์ ก็ยังคงอยู่ในพื้นที่เดิม สงครามทำให้ชาวปาเลสไตน์ต้องอพยพออกจากพื้นที่ที่ไปยังประเทศอาหรับอื่นๆ เป็นจำนวนมาก และจากนั้น ชาวยิว ก็ประกาศอิสรภาพ และตั้ง รัฐอิสราเอล ขึ้น


สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในเยรูซาเล็ม

1. Dome of the Rock มัสยิดอัลอักซอ

 

 

      Dome of The Rock หรือ มัสยิดอัลอักซอ แห่งนี้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม ที่มีความเชื่อว่า ต้องมาที่นี่ให้ได้สักครั้งในชีวิต เหมือนกับที่ต้องไป ประกอบพิธีฮัจญ์ ที่ นครเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย นั่นเองค่ะ

      ที่นี่เป็นโดมทอง ขนาดใหญ่ ตั้งโดดเด่นอยู่ภายในเขตเมืองเก่าของเยรูซาเล็ม เป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามอย่างมาก ประดับประดาด้วยหินอ่อน กระเบื้องโมเสค รอบอาคาร ซึ่งเป็นฐานทรงแปดเหลี่ยม โดยก่อสร้างขึ้นระหว่าง ปี ค.ศ.685 จนถึง ค.ศ.691 เป็นศาสนสถานที่เก่าแก่ที่สุดของชาวมุสลิม โดยสร้างขึ้นครอบ หินศักดิ์สิทธิ์ หรือ หินลอย ที่ท่านศาสดา นบีมุฮัมมัด เดินทางขึ้นสู่ฟากฟ้า นั่นเองค่ะ

      สำหรับชาวยิว Dome of The Rock แห่งนี้ก็เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนายูดาห์เช่นกัน โดยเป็นอารามแห่งโซโลมอน ที่ปรากฏตามคัมภีร์ไบเบิ้ล

===============

 

2. Wailing Wall กำแพงร้องไห้

 

 

     Wailing Wall หรือ กำแพงร้องไห้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของศาสนายูดาห์ ซึ่งเป็นศาสนาของชาวยิว ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในเยรูซาเล็มค่ะ โดยเป็นส่วนที่หลงเหลือของวิหารศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกทำลายลงไป

      กำแพงแห่งนี้มีอายุกว่าสองพันปี สร้างด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ โดยตั้งอยู่ด้านตะวันตกของ Dome of the Rock หรือ มัสยิดอัลอักซอ อีกทั้งกำแพงร้องไห้ ยังเป็นสถานที่สำหรับอธิษฐาน ภาวนาต่อพระเจ้า ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวยิวอีกด้วย และยังเป็นสัญลักษณ์ของการหวนคืนสู่แผ่นดินแห่งพันธสัญญาของชาวอิสราเอล

===============

 

3. Church of the Holy Sepulchre
โบสถ์พระคูหาศักดิ์สิทธิ์

 

NOWAK LUKASZ / Shutterstock.com

 

      Church of the Holy Sepulchre หรือ โบสถ์พระคูหาศักดิ์สิทธิ์ โดยชาวคริสต์ออร์ทอดอกซ์เรียกว่า โบสถ์การคืนพระชนม์ เป็นโบสถ์ในย่านชุมชนชาวคริสต์ของเมืองเก่าเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวคริสต์ เพราะเป็น สถานที่ตรึงกางเขนพระเยซู และ ยังเป็น สถานที่ฝังพระศพของพระเยซู และเป็นที่ที่พระองค์ฟื้นคืนพระชนม์

      ภายในโบสถ์ มีวิหารน้อยใหญ่ โดยจะมี แท่นหินศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่วางพระศพของพระเยซูหลังตรึงกางเขนจนสิ้นพระชนม์ ทำให้ชาวคริสต์จะต้องมาที่นี่ให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต และนำหน้าผากแตะที่แท่นหิน รำลึกถึงท่านศาสดาพระเยซู และเชื่อกันว่าที่ด้านในสุดของวิหาร ยังเป็นที่ฝังพระศพของพระเยซู ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในโลกของศาสนาคริสต์

===============

 

      ปัจจุบัน เยรูซาเล็ม ยังคงเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์แห่งทั้ง 3 ศาสนา ที่มีผู้คนอาศัยปะปนกันอยู่ในเขตเมืองเก่าอันศักดิ์สิทธิ์ (The Old City) ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ย่านด้วยกันคือ ย่านชาวอาร์เมเนีย (Armenian Quarter) ย่านชุมชนชาวยิว (Jewish Quarter) ย่านชาวคริสต์ (Christian Quarter) และ ย่านชาวมุสลิม (Muslim Quarter) ทำให้ที่นี่เป็นเมืองที่อบอวนไปด้วยวัฒนธรรมทางศาสนาที่แตกต่างกันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

 

อ้างอิง
https://infocenter.nationalhealth.or.th
https://staff.informatics.buu.ac.th
http://thaicatholicbible.org

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง