เชียร์บอลลีกดัง ดูหนังและช่องทีวีพรีเมียมจุใจ

11 ที่เที่ยว อิสตันบูล มหานคร 2 ทวีป

11 ที่เที่ยว อิสตันบูล มหานคร 2 ทวีป
เอิงเอย
2 ธันวาคม 2558 ( 17:24 )
58.6K


อิสตันบูล  (Istanbul) เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายศตวรรษตั้งแต่ก่อนคริสตกาล ซึ่งในปัจจุบันอยู่ในประเทศตุรกีค่ะ อิสตันบูล ตั้งอยู่บริเวณช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งทำให้อิสตันบูลเป็นเมืองสำคัญเพียงเมืองเดียวในโลก ที่ตั้งอยู่ใน 2 ทวีป คือ ทวีปยุโรป (ฝั่ง Thrace ของบอสฟอรัส) และทวีปเอเชีย (ฝั่งอนาโตเลีย) นั่นเอง สถาปัตยกรรมอันงดงามผสมผสานทั้ง 2 ทวีป ทำให้อีสตันบูลมีเอกลักษณ์เฉพาะที่พิเศษ และเป็นอีกหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลกค่ะ Travel Truelife เราเลยเจาะลึกอิสตันบูลกันมาว่า มีสถานที่ไหนที่น่าไปเที่ยวในอิสตันบูลกันบ้าง 

 

1. ฮิปโปโดรม (Hippodrome) หรือ จตุรัสด่านอาห์เหม็ด (Sultanahmed Complex) 


ตั้งอยู่หน้าสุเหร่าสีฟ้า แต่เดิมเป็นลานแข่งรถม้า และศูนย์กลางเมืองในยุคไบแชนไทน์ (Byzantine) ค่ะ ซึ่งปัจจุบันมีอนุสาวรีย์เหลือ 3 ชิ้น คือ เสาสี่เหลี่ยมยอดแหลมแห่งกษัตริย์เธโอโดเชียส (Theodosius Obelisk) เสาบรอนซ์รูปงูเกี่ยวกระหวัด (Bronze Serpentine Coluumn) และเสาคอนสแตนติน (Column of Constantine) 

 

 

2. วิหารเซนต์โซเฟีย (The Hagia Sophia Museum and Church) 

ที่สุดของโลก 25 แลนด์มาร์ค ที่ต้องไปเที่ยวให้ได้ในปี 2015

เป็นอาคารหนึ่งที่สวยงามมากในอิสตันบูล และยังเป็นสถาปัตยกรรมแบบไบแชนไทน์ (Byzantine) ที่สำคัญมากอีกด้วย ที่นี่ถูกสร้างขึ้น 532 ปีก่อนศริสต์ศักราชในยุคจักรวรรดิ Justinian ที่ 1 เป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกช่วง 1,000 ปีที่ผ่านมา และยังเป็น 1 ใน 25 แลนด์มาร์ค ที่ต้องไปเที่ยวให้ได้ในปี 2015 ของ 2015 Travelers’ Choice : Tripadvisor อีกด้วยค่ะ

 

 

3. พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) 


พระราชวังโดลมาบาห์เช สร้างโดยสุลต่านอับดุลเมจิต ในปี ค.ศ. 1843 – 1856 ยุคปลายอาณาจักรออตโตมัน เป็นพระราชวังสุดหรูหราอลังการที่ทุ่มสร้าง คิดเป็นเงินในปัจจุบันถึงประมาณพันล้านเหรียญสหรัฐเลยทีเดียวค่ะ ที่นี่สะท้อนถึงความคลั่งไคล้ยุโรปของสุลต่านอับดุลเมจิตอย่างเต็มเปี่ยม ตั้งแต่ปากทางเข้าที่มีหอนาฬิกาสไตล์บารอกประตูพระราชวังชั้นนอกขนาดใหญ่ ประดับตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นอันวิจิตรงดงาม ทำให้เมื่อสร้างพระราชวังเสร็จสิ้น รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วพบว่าต้องสิ้นเปลืองทองไปหลายตัน เป็นผลให้จักรวรรดิต้องล้มละลาย

 

 

4. อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาทัน (Yerebatan Sarnici)


อุโมงค์เก็บน้ำเยเรบาทัน นี้ตั้งอยู่เยื้องกับวิหารเซนต์โซเฟีย สร้างในสมัยจักรพรรดิจัสติเนียนในปี ค.ศ. 532 เพื่อเป็นที่เก็บน้ำสำหรับใช้ในพระราชวัง สำรองไว้ใช้เมื่ออิสตันบูลถูกข้าศึกปิดล้อมเมืองนั่นเอง เสาต่างๆ ที่สร้างนำมาจากซากหักพังของอาคารหลายแห่ง จึงมีเสาทรงแปลกๆ อย่างเสาประดับรูปศีรษะเมดูซาที่กลับหัวลง และตะแคงข้าง ดูแล้วน่าขนลุกเบาๆ แต่นักท่องเที่ยวก็นิยมไปถ่ายรูปกันค่ะ

 

 

5. สุเหร่าสุไลมานิเย (Suleymaniye Camii)

 

สุเหร่าแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 เป็นผลงานชิ้นเอกของยอดสถาปนิกซีนัน เป็นสุเหล่าหลวงที่งดงามที่สุดในอิสตันบูล ที่นี่เป็นที่ฝังศพของสุลต่านสุไลมาน และอัครมเหสี 

 

 

6. สุเหร่าเอยุพ (Eyup Camii)


เป็นสุเหล่าแห่งแรกที่สร้างขึ้นในสมัยจักรวรรดิออตโตมัน ถือว่าเป็นสุเหร่าที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในอิสตันบูลค่ะ ในอดีตที่นี่เป็นที่ที่สุลต่านออตโตมันทำพิธีราชาภิเษก และยังเป็นที่บรรจุศพของเอยุพ ผู้ถือสาส์นของศาสดามูฮัมหมัดที่ถูกพวกอาหรับลอบสังหารในอิสตันบลู ทำให้ที่นี่มีผู้มาสักการะมากมายจากทั่วโลกค่ะ

 

 

7. พิพิธภัณฑ์กระเบื้องตุรกี (Cinili Kosk หรือ Museum of Turkish Ceramics) 


พิพิธภัณฑ์นี้มีตัวอาคารที่สร้างอยู่ในกลุ่มสุลต่านเมห์เหม็ด ปัจจุบันจัดแสดงกระเบื้องจากเมืองอิสนิกทั้งในสมัยเชลจุก และออตโตมัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่ได้รับความนิยมมากไม่แพ้ที่อื่นๆ 

 

 

8. หอคอยกาลาตา (Galata Tower) 


ว่ากันว่าหอคอยแห่งนี้สร้างมาตั้งแค่ปี ค.ศ. 500 เพื่อใช้เป็นประภาคาร และถูกไฟไหม้ไปหลายครั้ง สุลต่านเซลิมที่ 2 ทรงได้ซ่อมแซมขึ้นใหม่ และในสมัยสุลต่านสุไลมาน ได้ใช้หอคอยนี้เป็นที่คุมขังนักโทษ นอกจากนี้ด้วยความสูงถึง 62 เมตร หอคอยนี้จึงเหมาะกับการที่ชมวิวรอบเมือง ซึ่งในปัจจุบัน หอคอยนี้ทำเป็นภัตราคาร และไนท์คลับยามราตรีที่มีการแสดงระบำหน้าท้อง ต่างจากตอนไว้ใช้คุมนักโทษลิบลับ

 

 

9. โกลเดนฮอร์น (Golden Horn) 


อ่าวโกลเด้นฮอร์น ที่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ของอิสตันบูล เป็นอ่าวรูปเขาสัตว์ อยู่ในอิสตันบลูฝั่งยุโรป มีความสำคัญอย่างมากในยุคไบแซนไทน์ และออตโตมัน

 

 

10. สุเหร่าเยนี (Yeni Camii)

สุเหร่าแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 16 และเป็นสุเหร่าแห่งสุดท้ายของออตโตมัน 

 

 

11. น้ำพุไกเซอร์ (Kaiser fountain) 

yasarcur/Shutterstock.com

น้ำพุไกเซอร์ เป็นของขวัญที่จักรพรรดิวิลเลี่ยมที่ 2 แห่งเยอรมนี พระราชทานแก่สุลต่านอับดุลฮามิทที่ 2 เมื่อรั้งเสด็จเยือนตุรกีในปี ค.ศ. ปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

 

สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ

10 ประเทศน่าเที่ยว ที่ใช้เงินนิดเดียว ค่าครองชีพถูกมากๆ

20 สถานที่ มรดกโลกโดยยูเนสโก้ ที่สวยที่สุดในโลก

10 อันดับ ที่เที่ยว สัญลักษณ์ของเอเชีย

27 สถานที่มหัศจรรย์ ต้องไปสักครั้งให้ได้ก่อนตาย !

 

ภาพ: ลิขสิทธิ์ถูกต้องจาก Shutterstock  

ลิขสิทธิ์ภาพขอสงวนเฉพาะสำหรับงานบทความใน “ทรูไลฟ์” และ “H Travel” เท่านั้น ห้ามไม่ให้นำภาพไปเผยแพร่ผ่านช่องทางอื่นโดยเด็ดขาด

ติดตาม travel.truelife.com อีกช่องทางที่


 

 ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และที่พัก คลิกที่ http://travel.truelife.com

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง