รีเซต

ฮาเกียโซเฟีย Hagia Sophia ที่เที่ยวตุรกี สถาปัตยกรรมเก่าแก่ มรดกแห่งไบแซนไทน์

ฮาเกียโซเฟีย Hagia Sophia ที่เที่ยวตุรกี สถาปัตยกรรมเก่าแก่ มรดกแห่งไบแซนไทน์
SummerB
27 เมษายน 2565 ( 14:30 )
3.8K

      ความยิ่งใหญ่ของ จักรวรรดิโรมัน และ ไบแซนไทน์ คงเป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คนเคยได้ยินมานักต่อนัก ไม่เพียงแค่หลักฐานทางรายลักษณ์อักษร แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมของสิ่งก่อสร้างที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันด้วย หนึ่งในนั้นก็คือ ฮาเกียโซเฟีย Hagia Sophia ที่เที่ยวตุรกี สิ่งก่อสร้างที่สำคัญที่สุดในอาณาจักรโรมันตะวันออก แม้จะเปลี่ยนสถานะมาหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่โบสถ์ มัสยิด พิพิธภัณฑ์ และกลับมาเป็นมัสยิดอีกครั้งในปัจจุบัน แต่คุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปะวัฒนธรรมก็ยังไม่หายไปไหน และควรค่าแก่การไปชมความยิ่งใหญ่อลังการนี้สักครั้งในชีวิต

 

ฮาเกียโซเฟีย Hagia Sophia

มรดกเก่าแก่แห่งไบแซนไทน์

 

       ฮาเกียโซเฟีย (Hagia Sophia) คงเป็นจุดหมายแรกๆ ของนักท่องเที่ยวที่เดินทางไป อิสตันบูล (Istanbul) ประเทศตุรกี เพราะนอกจากจะเป็นโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของจักรวรรดิโรมันและจักรวรรดิไบแซนไทน์แล้ว ยังได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกในยุคกลาง และเป็นโบสถ์ทรงโดมที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาเป็นเวลาเกือบพันปีเลยทีเดียวค่ะ แต่ถึงอย่างนั้น ศาสนสถานสุดยิ่งใหญ่แห่งนี้กลับต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางความเชื่อ ศิลปะวัฒนธรรม และสถานะอยู่หลายต่อหลายครั้ง จะมีเรื่องราวที่น่าสนใจยังไงบ้าง ย้อนเวลากับเราไปในยุคที่สร้างฮาเกียโซเฟียกันค่ะ

 

ประวัติ ฮาเกียโซเฟีย

และ รูปแบบศิลปกรรม

 

 

       ย้อนไปในสมัยที่อาณาจักรโรมันรุ่งเรือง ได้มีการสร้างโบสถ์ฮาเกียโซเฟียเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 360 ในสมัยของ จักรพรรดิคอนสแตนติน (Constantine) ที่ เมืองคอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) เมืองหลวงของอาณาจักรโรมันตะวันออก หรือก็คือเมืองอิสตันบูลในปัจจุบัน แต่มหาวิหารขนาดใหญ่ที่เราได้เห็นกันในปัจจุบันนั้นได้ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 532 - 537 ในสมัยของจักรพรรดิจัสติเนียน (Justinian) เพื่อเป็นวิหารหลวงสำหรับประกอบพระราชพิธีต่างๆ และยังเป็นที่ประทับของประมุขกรีกออร์โธดอกซ์ด้วย

       ต้องบอกก่อนว่า การสร้างโดมขนาดใหญ่โดยมีเส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 31 เมตร และสูงถึง 55 เมตร นั้นเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนในยุคนั้นเลยค่ะ เรียกว่าเป็นโดมยักษ์ที่ลอยเคว้งอยู่บนอากาศที่ใหญ่ที่สุดแห่งยุคเลยก็ว่าได้ แถมยังเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกมาเป็นเวลาเกือบพันปีเลยด้วย แม้ด้านนอกจะมีสถาปัตยกรรมที่เรียบง่าย เน้นความยิ่งใหญ่โออ่า แต่ด้านในกลับตกแต่งด้วยหินอ่อน หินแกรนิต และกระเบื้องโมเสกสีทองเคลือบแก้วรูปไอคอนอย่างวิจิตรบรรจงที่สุด 

 

Vadim Petrakov / Shutterstock.com

 

      ฮาเกียโซเฟียคงสถานะการเป็นศาสนสถานของศาสนาคริสต์นิกายกรีกออร์โธดอกซ์มาจนถึงช่วงศตวรรษที่ 15 เวลานั้นสุลต่านเมห์เม็ดที่ 2 (Mehmed the Conqueror) แห่งจักรวรรดิออโตมันก็ได้ยกทัพบุกเข้าโจมตีเมืองคอนสแตนติโนเปิล ที่ ณ ตอนนั้นเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรไบแซนไทน์ได้สำเร็จ ก่อนจะเปลี่ยนฮาเกียโซเฟียให้กลายเป็นมัสยิด โดยมีการทำลายพระแท่น และฉาบปูนทับโมเสกไอคอนสัญลักษณ์ของศาสนาคริสต์เอาไว้ บางภาพก็ถูกเอาม่านบดบัง นับแต่นั้นฮาเกียโซเฟียก็ได้กลายเป็นทรัพย์สินของสุลต่าน และไม่เปิดให้สาธารณะชนได้เข้าชมมาเป็นเวลากว่า 500 ปี

 

ฮาเกียโซเฟีย Hagia Sophia ที่เที่ยวตุรกี

EvrenKalinbacak / Shutterstock.com

 

       จนกระทั่งปี ค.ศ. 1935 ฮาเกียโซเฟียได้เปลี่ยนสถานะจากการเป็นมัสยิดหลวงมาเป็นพิพิธภัณฑ์ และเปิดให้สาธารณะชนได้เข้าชมความงดงามด้านในอีกครั้งในรอบหลายร้อยปี ซึ่งทางพิพิธภัณฑ์ก็ได้กะเทาะปูนออก เผยให้เห็นกระเบื้องโมเสกไอคอนภาพพระคริสต์ที่ถูกปกปิดมาเป็นเวลายาวนาน ด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมทั้งภายนอกและภายใน ฮาเกียโซเฟียจึงสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ถึง 3 ล้านคนต่อปี และเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากที่สุดในตุรกีเลยทีเดียวค่ะ ในที่สุดเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา ฮาเกียโซเฟียก็ได้กลับไปเป็นมัสยิดอีกครั้ง แต่ยังสามารถเข้าชมได้ดังเดิม

 

 

      แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายครั้งในช่วงเวลากว่า 1,400 ปีที่สร้างมหาวิหาร หรือ มัสยิดแห่งนี้ขึ้นมา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าฮาเกียโซเฟียนั้นมีอิทธิพลต่อโครงสร้างและรูปแบบสถาปัตยกรรมทางฝั่งตะวันตก และขยายมาจนถึงฝั่งตะวันออกได้อย่างแพร่หลาย ที่สำคัญยังเป็นศาสนสถานที่บ่งบอกถึงความศรัทธาและความเชื่ออันยาวนานของศาสนาคริสต์และอิสลามได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ 

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/5baXnevUu94XLuZU6