แจกแผนเที่ยว เชียงราย 3 วัน 2 คืน Slow Life ม่วนใจ๊ ถ่ายรูปสวย

แจกแผนเที่ยว เชียงราย 3 วัน 2 คืน Slow Life ม่วนใจ๊ ถ่ายรูปสวย
เอิงเอย
8 ตุลาคม 2562 ( 11:30 )
32K
3

     แจกแผนเที่ยว เชียงราย ครั้งนี้ ต่างไปจากที่เคยแน่ๆ ค่ะ เพราะเราจะมาลองเที่ยวเชียงรายแบบ Slow Life ชิลไปเรื่อยๆ ไหว้พระทำบุญ เดินชมดอกไม้ หาของอร่อยๆ ทาน พักชาร์จแบตให้หายเหนื่อยใน 3 วัน 2 คืนกันที่นี่ ว่าแล้ว ตามเราไปเที่ยวเชียงรายแบบไลฟ์ๆ ได้เลย

 

แจกแผนเที่ยวเชียงราย
3 วัน 2 คืน ถ่ายรูปสวยๆ

 

 

DAY 01

      เราเลือกไปไฟล์ทเช้าหน่อยค่ะ กับ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ไฟล์ท 07.30 น. ก็จะถึงเชียงรายประมาณ เกือบๆ 09.00 น. จะได้ไปเที่ยวแต่เช้าเลย ระหว่างรอเวลาก็เลยไปนั่งเล่นที่เล้าจ์ของบางกอกแอร์เวย์ส หาอะไรรองท้องไปพลางๆ นั่งเพลินๆ แป๊ปเดียวก็ได้เวลาขึ้นเครื่องบินสู่เชียงรายกันแล้ว

 

 

อากาศวันนี้ดูสดใสมากๆ ตื่นเต้นสุดๆ

ไม่รู้ว่าที่เชียงรายตอนนี้อากาศจะดีแบบนี้ไหม ?

 

       อึดใจเดียวก็มาถึงแล้ว... ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เก็บกระเป๋าเรียบร้อย เตรียมตัวไปเที่ยวในเมืองเชียงรายกันได้เลย ! ที่แรกที่เราจะไปเที่ยวกันในวันนี้ก็คือ วัดร่องขุ่น ค่ะ

 

วัดร่องขุ่น

 

 

      วัดร่องขุ่น หรือ ที่ฝรั่งเรียกกันติดปากว่า วัดขาว แห่งนี้เป็นผลงานศิลปะของ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรชื่อดังของไทย ที่มีคำพูดติดปากว่า “มันเป็นศิลปะ” และพอได้มายืนอยู่ตรงหน้าวัดร่องขุ่นจริงๆ แล้ว อยากจะตะโกนดังๆ ว่า “มันเป็นศิลปะ” เพราะแต่ละชิ้นส่วน ทั้งตัววัด กระจก บานหน้าต่าง บานประตู ไปยันห้องน้ำ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่ประณีต บรรจง เป็นงานศิลปะขนานแท้ที่สวยงาม ภูมิใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มในความเป็นไทย

 

 

       ออกจากวัดร่องขุ่น เราก็จะไปแวะกันต่อที่ ไร่บุญรอด ค่ะ เพราะอยู่ห่างกันแค่ 7 กิโลเมตรเท่านั้นเอง หลายคนไปมาแล้วสวยมากๆ เห็นในรูปแล้วน่าอิจฉาสุดๆ เราเลยแวะมาบ้าง คราวนี้แหละ เพื่อนๆ ต้องอิจฉาเราบ้าง ฮ่า

===================

 

ไร่บุญรอด

 

 

       นั่งรถมานิดเดียวก็ถึงแล้ว ไร่บุญรอด หรือ ไร่สิงห์ปาร์ค เห็นสิงห์ตัวใหญ่อยู่ไกลลิบๆ ที่นี่ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอีกแห่งหนึ่ง มีทั้งไร่ชา สวนผลไม้ แปลงผัก ดอกไม้ เรียกได้ว่า เดินไปมุมไหนก็สวยทุกมุม และด้วยความกว้างมากๆ ถึง 600 ไร่ ที่นี่เลยมีรถไว้บริการให้นักท่องเที่ยวทัวร์ฟาร์มแบบไม่ต้องเดินให้เมื่อยมากอีกด้วย 

 

 

      ที่นี่เขามี สวนสัตว์ อยู่ด้านในอีกด้วยค่ะ ให้เราได้สัมผัสชีวิตสัตว์อย่างใกล้ชิดทั้ง ยีราฟ ม้าลาย วัววาตูซี่ วัวแดง เราซื้อกล้วยให้อาหารเจ้ายีราฟกับม้าลายสุดน่ารัก พร้อมถ่ายรูปสวยๆ อย่างสนุกสนาน

===================

 

ร้านอาหารสลุงคำ

 

 

       เที่ยวกันมาทั้งวันนี่ก็เริ่มๆ หิวแล้วค่ะ เราเลยมาแวะกันที่ ร้านอาหารสลุงคำ เพราะเป็นร้านอาหารเหนือแต๊ๆ เดินเข้าไปในร้านแล้วรู้สึกได้ว่า ล้านนามาเลย มาเหนือสุดทั้งที ก็ต้องชิมอาหารเหนือถึงถิ่นกันดู

 

===================

 

The Legend Chiang Rai

 

 

       หลังจากเที่ยวกันมาทั้งวัน ได้เวลาเข้าที่พักกันแล้ว ที่พักของเราในวันนี้อยู่ไม่ไกลมาก แถวๆ ตัวเมือง เป็น ที่พักเชียงราย ติดริมแม่น้ำกก ที่ The Legend Chiang Rai เป็นบูทีครีสอร์ท บรรยากาศดี และห้องนอนก็สไตล์ล้านนาผสมโมเดิร์นนิดๆ ให้รู้สึกว่ามีเอกลักษณ์กลิ่นอายล้านนาอยู่ค่ะ

 

 

DAY 02

พระธาตุดอยตุง

 

       ตื่นเช้ามาวันที่ 2 วันนี้อากาศดูไม่แจ่มใสเท่าเมื่อวาน แต่ก็ต้องลองดูค่ะ เพราะวันนี้เป็นวันที่เราจะขึ้นดอยตุง ไปไหว้พระธาตุ เที่ยวสวนดอกไม้แม่ฟ้าหลวง และชมพระตำหนักดอยตุง จากรีสอร์ทนั่งรถไปประมาณ 1 ชม. ก็มาถึงแล้วค่ะ สำหรับคนเกิดปีกุน ต้องมาสักการะ พระธาตุดอยตุง สักครั้ง เพราะเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีกุนนั่นเอง

 

 

       พอขึ้นมาบนนี้อากาศเปลี่ยนไปมากเลยค่ะ จากที่แดดร้อนๆ กลายเป็นลมหนาว และหมอกเย็นๆ ได้ไหว้พระธาตุท่ามกลางความสงบ เป็นการเริ่มต้นวันที่ดีของเราที่เชียงรายนี้เลย

 

===================

 

สวนแม่ฟ้าหลวง

 

 

     หลังจากนั้นเราก็มาเดินเที่ยว สวนแม่ฟ้าหลวง กันต่อ ด้วยอากาศที่เย็นตลอดแทบทั้งปีทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวที่ต่างก็อวดสีสันกันอย่างร่าเริงตลอดทั้งเลย แต่ละฤดู ดอกไม้ก็จะสลับผลัดเปลี่ยนกันไป เที่ยวกันได้ทั้งปีเลยค่ะ

 

 

       ภายในสวนก็จะมีสวนดอกไม้ต่างๆ โรงเรือนไม้ในร่ม จุดเด่นคือกล้วยไม้จำพวกรองเท้านารีชนิดต่างๆ และ งานประติมากรรมเด็กยืนต่อตัว ซึ่งได้รับพระราชทานจากสมเด็จย่า ชื่อว่า “ความต่อเนื่อง” เรียกได้ว่าเดินชมดอกไม้สวยๆ ถ่ายรูปเพลินไปเลยจ้า

 

ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เที่ยวดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวง เชียงราย

===================

 

พระตำหนักดอยตุง

 

 

      จากสวนแม่ฟ้าหลวง เดินต่อไปอีกหน่อยก็จะถึง พระตำหนักดอยตุง สร้างขึ้นโดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ของสมเด็จย่า เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนากับบ้านพื้นเมืองของสวิตเซอร์แลนด์ผสมผสานกันค่ะ 

 

 

     ที่นี่ต้องแต่งตัวสุภาพเรียบร้อยนิดนึงนะคะ ห้ามใส่ขาสั้น แขนกุด เข้าไปด้านในจ้า แต่ถ้าใครไม่ได้เตรียมตัวมา เขาก็มีผ้าซิ่นให้ใส่เข้าไปด้านในค่ะ 

      ก่อนเข้าไปด้านใน เจ้าหน้าที่จะให้เครื่องฟังเรามาเพื่อไปกดฟังตามจุดต่างๆ ของพระตำหนักค่ะ เราจะได้รู้เรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดของพระตำหนัก และสมเด็จย่า นั่นเอง และที่สำคัญภายในพระตำหนักห้ามถ่ายรูปนะคะ เราเลยได้แต่รูปด้านนอกมาฝากกันเท่านั้นจ้า

 

===================

 

ร้านกาแฟดอยตุง 

 

      เดินออกมาจากพระตำหนักดอยตุง ก่อนจะกลับ เราแวะ ร้านกาแฟดอยตุง กันสักหน่อยค่ะ เดี๋ยวใครๆ เขาจะหาว่ามาไม่ถึง 5555 ไปนั่งจิบกาแฟเพลินq ในบรรยากาศสวนดอกไม้แบบนี้ก็ชิลเหมือนกันน้า

 

===================

 

ครัวตำหนัก

 

       สำหรับมื้อกลางวันของเราในวันนี้จะเป็นที่ ครัวตำหนัก ค่ะ ได้กินอาหารเหนือกันอีกแล้ว ที่นี่เน้นเอาของในท้องถิ่น และโครงการหลวงมาปรุงเป็นอาหารแต่ละเมนูค่ะ ข้าวทุกจานที่เสิร์ฟนั้นเป็นข้าวอินทรีย์ 100% ปราศจากสารเคมีอีกด้วย รู้สึกปลื้มเปริ่มขึ้นมาเลย งานนี้กินข้าวกันเยอะๆ ไปเลยค่ะ ฮ่า

 

        สำหรับเมนูแนะนำเลยที่พลาดไม่ได้ เราขอนำ น้ำพริกหนุ่ม กับ แกงส้มผักรวมปลาทอด ค่ะ คือกลมกล่อม ไม่เผ็ดมาก และได้สารอาหารครบถ้วน แถมอร่อยสุดๆ

===================

 

บ้านดำ

 

 

      ลงจากดอยตุงมา ได้รูปสวยๆ เพียบค่ะวันนี้ เราไปแวะกันต่อที่ บ้านดำ ของ อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ที่พิพิธภัณฑ์บ้านดำนี้เป็นเหมือนที่อยู่อาศัย และที่ทำงานของอาจารย์ถวัลย์ในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เมื่อก่อนใครที่มาเที่ยวที่นี่จึงมักได้มีโอกาสพบอาจารย์อยู่บ่อยๆ

 

 

       บ้านทั้งหมดในบริเวณมีทั้งหมด 36 หลัง ซึ่งอาจารย์เป็นผู้ออกแบบเอง ทาด้วยสีดำทั้งหมด ใช้สำหรับเก็บผลงานศิลปะ แต่ละหลังก็จะมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกันไปค่ะ

 

 

===================

 

ถนนคนเดินเชียงราย

 

 

      ก่อนกลับโรงแรมไปพักผ่อน เราก็รอเวลาเย็นนิดๆ แล้วไปเดินช้อปปิ้ง ชิลๆ กันที่ ถนนคนเดินเชียงราย หรือกาดเจียงฮายรำลึก ต่อกันค่ะ อากาศตอนเย็นๆ ที่นี่ฟินมากๆ เลย ถนนคนเดินที่นี่จะเปิดแค่วันเสาร์เท่านั้นนะคะ ใครมาเที่ยวแล้วอยากมาชิลที่ถนนคนเดินล่ะก็ต้องกะเวลาให้มาตรงกับวันเสาร์นะคะ

 

===================

 

DAY 03

 

       วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วที่จะอยู่ที่เชียงรายค่ะ ยังไงเรามาเที่ยวชิลทิ้งทวนกันให้เต็มที่ก่อนกลับกรุงเทพฯ ดีกว่า ที่แรกของวันที่เราจะไปก็คือ ไร่ชาฉุยฟง ที่เที่ยวฮอตสุดๆ ที่ยังไงมาเชียงรายก็ขอมาที่นี่สักครั้งให้ได้

 

ไร่ชาฉุยฟง

 

 

       ไร่ชาฉุยฟง ตั้งอยู่ที่ อ.แม่จัน เป็นแหล่งปลูกชาชั้นดีของ บริษัท ฉุยฟงที จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตใบชารายใหญ่ที่สุดในจังหวัดเชียงรายมากว่า 40 ปีแล้ว แน่นอนว่าใครอยากได้ชิมชาคุณภาพดีล่ะก็ต้องมาที่นี่เลย กิจกรรมอีกอย่างที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบกันมากๆ ก็คือ การลงไปถ่ายรูปสวยๆ กับไร่ชา

 

 

       นอกจากนี้ ถ้ามาตอนเช้าหน่อยๆ ก็จะได้เห็นคุณป้า คุณอา มาเก็บยอดอ่อนใบชาด้วยนะคะ ได้นั่งจิบชาในวิวสวยๆ แบบนี้ ชิลมาก ขอบอก !

 

 

ดูรีวิวเต็มๆ ที่ เดินชิลเที่ยว ไร่ชาฉุยฟง เชียงราย ถ่ายรูปสวยๆ

===================

 

ดอยดินแดง

 

 

      ออกจากไร่ชามา เราแวะมาเที่ยวกันต่อที่ ดอยดินแดง ค่ะ ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงผลิตภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผา ก่อตั้งโดย อาจารย์สมลักษณ์ ปันติบุญ ศิลปินเซรามิกระดับนานาชาติ แน่นอนว่าเครื่องปั้นดินเผา ถ้วยชาม น่ารักน่าซื้อกลับบ้านทุกใบ นอกจากนี้ยังมีการสาธิตทำเครื่องปั้นดินเผาให้ได้ชมกันภายในโรงงานอีกด้วย อยากไปลองปั้นมั่งจังน้า >.<

 

===================

 

อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช

 

 

       หลังจากหาอาหารกลางวันทานกันแบบที่เรียบร้อนตอนออกมาจากดอยดินแดง ก่อนกลับเลยขอแวะไปกราบ อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช กันสักหน่อย ในใจก็อธิษฐานว่า ถ้ามีโอกาสขอให้ได้มาเที่ยวที่เชียงรายอีกสักครั้งนะคะ

===================

 

วัดพระแก้วมรกต เชียงราย

 

 

       และที่พลาดไม่ได้เลยก่อนกลับก็คือ การไปสักการะพระแก้วมรกตที่ วัดพระแก้วมรกต ค่ะ วัดศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงราย หลายคนอาจจะงงๆ ว่า อ้าว พระแก้วมรกตไม่ได้อยู่ที่วัดพระแก้วในกรุงเทพฯ หรอกเหรอ ! พูดอีกก็ถูกอีก องค์พระแก้วมรกต ที่ประดิษฐานอยู่ ณ วัดศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้วที่กรุงเทพฯ ถูกแล้วค่ะ แต่ที่นี่คือ ที่ที่ถูกค้นพบองค์พระแก้วมรกตนั่นเอง และปัจจุบันวัดพระแก้ว เชียงราย เป็นที่ประดิษฐานพระหยกซึ่งสร้างขึ้นใหม่ ในวาระที่สมเด็จย่า มีพระชนมายุครบ 90 พรรษา ค่ะ

 

===================

 

ร้านมโนรมย์

 

        ไฟล์ทบินขากลับเราค่อนข่างมืดนิดนึงค่ะ 2 ทุ่ม เพราะอยากเที่ยวทั้งวัน เลยจองค่ำๆ ไว้ก่อน นี่เลยไปนั่งชิลหาของอร่อยทานคั่นเวลาที่ ร้านมโนรมย์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำกับรีสอร์ทที่พักของเราค่ะ ที่นี่ได้บรรยากาศมาก เพราะเป็นร้านอาหาร และร้านกาแฟชิลล์ๆ อยู่ในสวนสไตล์ยุโรป แถมยังมีเมนูอร่อยๆ ให้ได้ทานกันมากมายจนเลือกไม่ไหวเลยล่ะค่ะ เรียกได้ว่า ก่อนขึ้นเครื่องกลับก็อิ่มกันอีก

 

 

        ทริปเชียงราย 3 วัน 2 คืนแบบเต็มๆ นี้ได้พักผ่อนชาร์จพลังกันเต็มที่ไปเลยค่ะ เอาไว้คราวหน้ามีทริปไหนดีๆ อีกจะมาบอกันนะคะ ใครอยากไปเที่ยวตามเรา แพลนนี้เอาไปใช้ได้เลยไม่หวงจ้า >.<

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง