ใครที่เดินทางไม่ว่าจะไปเที่ยว หรือทำงานโดยใช้บริการเครื่องบินแล้วล่ะก็ จะต้องรู้ไว้นะคะว่า เขามีกฏการนำสัมภาระขึ้นเครื่องค่ะ ซึ่งกฎเหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ เพราฉะนั้นเราจะมาอัพเดทกันสักหน่อยว่า กระเป๋า ของติดตัวขึ้นเครื่อง อะไรขึ้นเครื่องได้ อะไรขึ้นเครื่องไม่ได้ มาดูกันจ้า

 

ของติดตัวขึ้นเครื่องบิน



กฎของสัมภาระที่นำติดตัวขึ้นเครื่อง มีอะไรบ้าง?


      ก่อนจะไปผ่านเครื่องสแกนที่สนามบิน เราก็มาสแกนตัวเราเองกันก่อนดีกว่า จะเดินทางแล้วก็คงไม่อยากโดนยึดของให้เสียเวลาใช่ไหมคะ ดังนั้นตัวเราเองนี่แหละจะต้องเตรียมตัวไปให้พร้อมก่อนเดินทางเพื่อป้องกันไว้ก่อน มาเริ่มกันเลย !

 

1. Power Bank

 

Power Bank ของติดตัวขึ้นเครื่องบิน


        ถ้าโทรศัพท์นับเป็นอวัยวะที่ 33 Power Bank จึงกลายเป็นเป็นอวัยวะที่ 34 ตามไปด้วยค่ะ สำหรับ Power Bank ที่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ต้องมีความจุไม่เกิน 32,000 mAh/เครื่อง และต้องมีตัวอักษรระบุความจุอยู่บนตัวเครื่องชัดเจน และห้ามโหลดใต้เครื่องเป็นอันขาด

• Power Bank ไม่เกิน 20,000 mAh/เครื่อง พกได้ไม่เกิน 10 เครื่องต่อคน
• Power Bank ไม่เกิน 32,000 mAh/เครื่อง พกได้ไม่เกิน 2 เครื่องต่อคน
• Power Bank เกิน 32,000 mAh/เครื่อง ขึ้นไป ห้ามนำขึ้นเครื่องเด็ดขาด

===============

 

 

2. กระเป๋าที่สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่อง หรือ Carry-on Luggage

 

ของติดตัวขึ้นเครื่องบิน


        จะต้องเช็คกับสายการบินที่เราเดินทางว่ามีข้อกำหนดขนาดของกระเป๋าและลักษณะกระเป๋า รวมทั้งน้ำหนักกระเป๋าอย่างไรบ้าง แต่ขนาดโดยปกติของกระเป๋าที่นำติดตัวขึ้นเครื่องจะต้องมี ขนาด 56 cm x 36 cm x 23 cm รวมล้อลาก และที่จับกระเป๋า

       ผู้โดยสาร 1 คน สามารถถือกระเป๋าลากตามขนาดที่กำหนดได้ 1 ใบ และกระเป๋าสะพายชาย/หญิง 1 ใบ ทั้ง 2 ใบรวมกันได้น้ำหนักต้องไม่เกิน 7-10 กิโลกรัม (บางสายการบินอาจต่างกันครับกรุณาเช็คข้อมูลก่อนเดินทาง)

===============

 



3. ของเหลวที่สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่อง

 

ของติดตัวขึ้นเครื่องบิน


      คุณอาจเคยได้ยินว่าเราไม่สามารถนำของเหลวติดตัวขึ้นเครื่องได้ แต่ความจริงแล้วทำได้ค่ะ โดยมีข้อกำหนดดังนี้

• ของเหลว และสเปรย์ หรือสิ่งของลักษณะที่เหนียวข้นไม่ใช่ก้อนแข็งที่จะนำขึ้นเครื่องได้ ต้องมีปริมาณไม่เกิน 100 มิลลิลิตร/ขวด (ต้องมีปริมาณระบุบนขวดชัดเจน) ได้จำนวนไม่เกิน 10 ขวด รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 1 ลิตร หรือ 1,000 มิลลิลิตร และต้องใส่อยู่ในถุงซิปล็อคปิดสนิทแบบใสขนาดไม่เกิน 20 cm x 20 cm

       คำถามที่มักเจอบ่อยคือ ถ้าข้างขวดระบุว่าเกิน 100 มิลลิลิตรล่ะ เช่น ขวดสบู่ 250 มิลลิลิตร พกไปแค่ขวดเดียวก็ไม่ถึง 1 ลิตร หรือ 1,000 มิลลิลิตร เลย และเหลืออยู่แค่ครึ่งขวดเอง เอาขึ้นเครื่องได้ไหม?

       คำตอบคือ ไม่ได้จ้า โบกมือบ๊ายบายได้เลย แนะนำให้ซื้อขวดแบ่งผลิตภัณฑ์แบบใสไว้จะดีกว่า แต่ต้องมีขนาดระบุข้างขวดว่า 100 มิลลิลิตรด้วย ตามร้านทั่วไปในห้างมีขายครับ เช่น Muji Miniso และ Daiso

• ของเหลวที่ซื้อจากร้านค้าปลอดภาษีในสนามบิน เมื่อซื้อแล้วทางร้านค้าจะมีการปิดผนึกถุงไว้อย่างแน่นหนา ดังนั้นเมื่อซื้อมาแล้วห้ามแกะซองหรือฉีกซองก่อนที่จะเดินทางไปถึงประเทศปลายทาง

• ยาน้ำ ต้องมีฉลากกำกับของยาชัดเจน หรือยารักษาโรคที่ต้องใช้หลอดฉีดยาแนะนำว่าให้เตรียมใบรับรองแพทย์ไปครับว่าเราเป็นโรคนี้ และจำเป็นต้องใช้ยาตัวนี้จริง ไม่ได้มีเจตนาใช้เพื่อการอื่น

• กรณีคุณแม่ลูกอ่อนจะได้รับการยกเว้นเรื่องจำกัดปริมาณของเหลวที่ต้องนำขึ้นเครื่อง เนื่องจากเด็กเล็กต้องทานเป็นเวลาและไม่สามารถกำหนดปริมาณการทานในจำนวนที่แน่นอนได้

===============

 



4. สินค้าก็อปแบรนด์เนม

 

ของติดตัวขึ้นเครื่องบิน


       เก็บไว้บ้านดีกว่า การถือของแบรนด์เนมเดินทางไปต่างประเทศ แม้ว่าจะดูโก้เก๋ดีแต่ถึงกระนั้นการโดนขโมยหรือโดนปล้นนี่เรื่องใหญ่เลยค่ะ และถ้าเราถือของก็อปเข้าโซนยุโรปเมื่อไหร่ งานนี้ล่ะเรื่องใหญ่โดนจับแน่นอน

===============

 



5. ห้ามเนื้อสด และ ของแช่แข็ง

 

ของติดตัวขึ้นเครื่องบิน


       ถ้าเจอขึ้นเครื่องแล้วอาจโดนจับโยนทิ้งเลย คนสแกนกระเป๋าคงจะงงว่าเอาไปทำอะไร อีกอย่างการลักลอบนำเข้า หรือส่งออกเนื้อสัตว์โดยไม่มีใบอนุญาตถือเป็นเรื่องผิดอีกด้วย

===============

 



6. ห้ามอาหารกลิ่นแรง

 

ของติดตัวขึ้นเครื่องบิน


       จำพวก อาหารแห้ง เช่น ปลาหมึก น้ำพริก น้ำปลา หรือผลไม้ เช่น ทุเรียน อะไรต่างๆ นานา ห้ามหิ้วขึ้นเครื่องเด็ดขาด! แม้ว่าบางสายการบินอาจจะไม่มีข้อห้ามไว้ชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามต้องเห็นใจเพื่อนร่วมทางด้วยกัน เพราะเราต้องใช้อากาศหายใจร่วมกันเป็นชั่วโมง คนที่ทนกลิ่นไม่ไหว จะทรมานขนาดไหนคิดดู

===============

 



7. ห้ามวัตถุนำเชื้ออันตราย ยาเสพติด สิ่งของที่มีลักษณะเป็นอาวุธ

 

ของติดตัวขึ้นเครื่องบิน


       ไม่ว่าจะเป็นอาวุธจริง หรือของเล่น หรือแม้แต่ลักษณะทางกายภาพจะดูไม่อันตรายมาก แต่หากสายการบินตรวจสอบว่าอาจก่อให้เกิดอันตรายได้แม้เพียงเล็กน้อย ระหว่างการบิน ยังไงก็จำใจต้องทิ้งไปค่ะ

       ตัวอย่างก็คือ ปืนของเล่น ไม้ช็อตยุงไฟฟ้า เครื่องช็อตไฟฟ้า วัตถุระเบิด ก๊าซไวไฟ ของเหลวไวไฟ สารทำละลาย ไนโตรเจนเหลว สารพิษ ยาฆ่าแมลง สารหนู ไซยาไนด์ วัตถุนำเชื้อโรคทางชีวภาพ สัตว์ติดเชื้อ ผลิตภัณฑ์กัดกร่อน น้ำกรด ด่าง สเปรย์อัดก๊าซ บุหรี่ไฟฟ้า สนับมือ ปืนไฟแช็ค มีดสั้น มีดยาว วัตถุมีคมทุกชนิด กระบอง กระบี่ ดาบ ทวน ไม้เบสบอล ไม้หน้าสาม สาก เครื่องมือช่าง ไขควง เบ็ดตกปลา ตะขอของเบ็ดตกปลา กรรไกร เข็มเย็บผ้า เข็มฉีดยา (กรณีต้องใช้เข็มฉีดยาเพื่อการรักษาต้องมีใบรับรองแพทย์) ฯลฯ

       อุปกรณ์ที่เป็นอันตรายเหล่านี้ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้งานจริงๆ เราแนะนำเก็บไว้บ้าน หรือถ้าเป็นอุปกรณ์เครื่องมือที่ต้องใช้งานจริงๆ แนะนำให้โหลดใต้เครื่องเลยค่ะ แต่ต้องไม่เป็นสารพิษหรืออาวุธอันตรายนะ

===============

 

 

8. ห้ามสิ่งของใช้งานส่วนตัวบางชนิด

 

ของติดตัวขึ้นเครื่องบิน


     ไม่ว่าจะเป็น กรรไกรตัดเล็บ ตะไบเล็บ แหนบ ที่ดัดขนตา คีมหนีบสิว ที่งัดแงะตกแต่งเล็บที่มีคม หรือแม้แต่มีลักษณะแหลมทู่ มีดโดนหนวด ฯลฯ สิ่งของเหล่านี้ที่ดูเป็นอันตรายห้ามนำติดตัวขึ้นเครื่องให้โหลดใต้ท้องเครื่อง ซึ่งมาตรการความปลอดภัยแต่ละสนามบินอาจแตกต่างกัน

===============

 



9. ผู้หญิงตั้งครรภ์ท้องแก่ใกล้คลอด

 

ของติดตัวขึ้นเครื่องบิน


       เมื่อเครื่องขึ้นแล้วความกดอากาศภายในเครื่องระหว่างบินจะมีความไม่คงที่ซึ่งอาจส่งผลกับการไหลเวียนโลหิตของแม่และเด็กในครรภ์ได้ รวมทั้งการสั่นสะเทือน อุบัติเหตุที่เกิดจากการตกหลุมอากาศ ล้วนแล้วแต่ไม่ส่งผลดีต่อเด็กในครรภ์

       แต่สำหรับการตั้งครรภ์ระยะแรก หรือท้องอ่อน ต้องมีใบรับรองจากแพทย์ในการอนุญาตให้คุณแม่ท้องอ่อนขึ้นเครื่องได้ค่ะ

===============

 



10. ชิ้นส่วนของสัตว์ที่ใช้เป็นเครื่องแต่งกาย

 

ของติดตัวขึ้นเครื่องบิน


      หากเป็นชิ้นส่วนของสัตว์แท้ๆ มาเป็น เท้า หัว หู หรือหนัง แนะนำอย่าใส่ขึ้นเครื่องเลยค่ะ โหลดใต้ท้องเครื่อง หรือไม่ต้องเอาไปด้วยจะดีกว่า แม้ว่าจะได้มาแบบถูกกฎหมาย หรือมาจากอุตสาหกรรมที่มีใบอนุญาต แต่เพื่อป้องกันการโดนซักถามถึงที่มาของชิ้นส่วนเหล่านั้นอาจทำให้เราเสียเวลาไปมาก

      แม้ว่ากฎมันออกจะเยอะแยะไปสักหน่อย แต่ถึงอย่างไรก็ต้องทำตามค่ะ เพื่อความปลอดภัยต่อตัวเราเอง และคนที่ร่วมทางไปกับเรา ดังนั้นก็เตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทางกันทุกครั้งนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก ChangTrixget


ตามติด โปรโมชั่น คูปองส่วนลด ดีล โรงแรม ตั๋วเครื่องบิน Shopping Online และ ร้านอาหาร ได้ที่ https://www.facebook.com/ch.trixget และ https://www.changtrixget.com

 

 

Tips ท่องเที่ยว ที่น่าสนใจอื่นๆ

สายช้อปต้องรู้ ! Tax Free และ Duty Free
คืออะไร ต่างกันยังไง ?

รวมส่วนลด คูปอง ให้คนไทย เที่ยวญี่ปุ่น
ช้อปกระจาย สบายกระเป๋า สายช้อปต้องฟิน !

 

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิล ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

 

 

 

Tags

changtrixget traveltips สนามบิน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Top