ประวัติ กรุงเทพมหานคร ที่มาของ บางกอก เมืองหลวงของไทย

ประวัติ กรุงเทพมหานคร ที่มาของ บางกอก เมืองหลวงของไทย
เอิงเอย
2 เมษายน 2564 ( 17:20 )
15.3K

      ถ้าพูดถึง กรุงเทพมหานคร หลายคนต้องนึกถึง เมืองใหญ่ ที่มี แม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่านกลางใจเมือง เต็มไปด้วยวัดวาอารามที่สวยงาม ย่านธุรกิจที่คึกคัก และเป็น เมืองหลวงของประเทศไทย ทำให้ปัจจุบัน กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางในทุกๆ ด้านของไทยเราค่ะ แน่นอนว่าเมืองหลวงแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจไม่แพ้กรุงเก่าอย่าง พระนครศรีอยุธยา เลยทีเดียว ตามเรามารู้จัก กรุงเทพฯ ให้ดีกว่าที่เคยผ่าน ประวัติ กรุงเทพมหานคร ไปดูเรื่องราวกว่าหลายร้อยปี และรู้จักที่เที่ยวสำคัญๆ ในกรุงเทพฯ กันค่ะ

 

ประวัติ กรุงเทพมหานคร

 

      ในสมัยกรุงศรีอยุธยานั่น กรุงเทพฯ ยังเป็นเพียงเมืองการค้าขนาดเล็ก อยู่ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ต่อมาหลังจากการสถาปนาเมืองหลวงใหม่ ทำให้กรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งของ 2 เมืองหลวงที่สำคัญก็คือ กรุงธนบุรี และ กรุงรัตนโกสินทร์ ค่ะ ทำให้กรุงเทพฯ เติบโต และกลายเป็นหัวใจสำคัญของประเทศ

 

 

       หลังสิ้นรัชสมัยของ สมเด็จพระเจ้าตากสิน หรือ พระเจ้ากรุงธนบุรี ได้มีการสถาปนา กรุงรัตนโกสินทร์ ขึ้นเป็น เมืองหลวงของประเทศไทย ในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 ในรัชสมัยของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ซึ่งปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี เนื่องจาก กรุงธนบุรี เมืองหลวงเดิม มีความคับแคบ และไม่ต้องด้วยหลักพิชัยสงคราม ทำให้ กรุงเทพมหานคร กลายเป็นเมืองหลวงมาจนถึงปัจจุบัน

      และเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ.2514 รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ได้รวม จังหวัดพระนคร และ จังหวัดธนบุรี เข้าด้วยกันเป็น นครหลวงกรุงเทพธนบุรี และภายหลังการปรับปรุงการปกครองเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2515 จึงได้เปลี่ยนเป็นชื่อเป็น กรุงเทพมหานคร

      อีกทั้งในปัจจุบัน กรุงเทพมหานคร เป็นเขตปกครองพิเศษของประเทศไทย ไม่ได้มีสถานะเป็นจังหวัดเป็นจังหวัดอื่นๆ กรุงเทพมหานคร มีการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรง

 

ชื่อเต็มของกรุงเทพ
เมืองที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก

 

 

      ที่เรารู้จักกันว่า กรุงเทพมหานคร นั้น ที่จริง ยังมีชื่อเต็มที่ได้รับพระราชทานจาก รัชกาลที่ 1 เพื่อเป็นมงคลนาม นั่นก็คือ

      กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทราอยุธยา มหาดิลก ภพนพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์ มหาสถาน อมรพิมาน อวตารสถิต สักกะ ทัตติยะ วิษณุกรรมประสิทธิ์

      โดยแต่เดิมนั้น ใช้คำว่า “บวรรัตนโกสินทร์” แต่มาเปลี่ยนนามพระนครในสมัยรัชกาลที่ 4 เป็น “อมรรัตนโกสินทร์” แทนค่ะ

      มีความหมายว่า พระนครอันกว้างใหญ่ ดุจเทพนคร เป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต เป็นมหานครที่ไม่มีใครรบชนะได้ มีความงามอันมั่นคง และเจริญยิ่ง เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ด้วยแก้วเก้าประการ น่ารื่นรมย์ยิ่ง มีพระราชนิเวศใหญ่โตมากมาย เป็นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้ พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตไว้ ทำให้กรุงเทพมหานครได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก และบันทึกไว้ในกินเนสส์บุ๊ก

 

ที่มาของคำว่า บางกอก Bangkok

 

 

      ย้อนกลับไปก่อนที่เราจะรู้จักกรุงเทพฯ กันอย่างในปัจจุบัน แต่เดิมนั้น ที่นี่มีชื่อว่า “บางกอก” ค่ะ มีหลักฐานจากโบราณวัตถุปรากฏว่า เมืองบางกอก นั้นไม่ได้เพิ่งมาเป็นเมืองสำคัญในช่วงสมัยของกรุงศรีอยุธยา แต่มีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาแล้ว

      ในแผนที่ทะเล และแผนที่โบราณที่ชาวต่างประเทศได้ทำไว้แต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ก็ปรากฏตำแหน่งที่ตั้งของเมืองธนบุรีในชื่อของ “บางกอก” เช่นกัน โดยสะกดว่า Bangkok, Bancoc, Bancok, Banckok, Bankoc, Banckock, Bangok, Bancocq, Bancock และในบางแผ่นเขียนคำว่า “Siam” อันหมายถึง ประเทศสยาม ไว้ตรงที่ตั้งของบางกอก

      ในขณะที่มีคำว่า Judia, Odia, Juthia, Ajothia, Odiaa อยู่เหนือขึ้นไปในตำแหน่งที่ตั้งของกรุงศรีอยุธยา ฉะนั้นบางกอกจึงเป็นสัญลักษณ์ของราชอาณาจักรไทยด้วยนั่นเอง

      ส่วนคำว่า Bangkok ที่ใช้สะกดเป็นชื่อเมืองบางกอก หรือกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบันนั้น เป็นคำที่ฝ่ายสังฆราชผู้เป็นใหญ่ในคริสต์ศาสนาที่กรุงศรีอยุธยา ใช้เมื่อเขียนถึงบางกอก ทุกครั้งที่ท่านเขียนรายงานไปยังสำนักงานใหญ่ที่กรุงปารีส และได้ใช้เรื่อยมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ และทุกวันนี้

 

คำขวัญกรุงเทพมหานคร

 

 

      " กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย "

     คำขวัญนี้ มาจากการโหวตชื่นชอบของคนไทยทั้งประเทศ นับตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม-19 เมษายน 2555 เนื่องในโอกาสครบรอบ 230 ปี เมืองหลวงของประเทศไทย และประกาศผลในวันที่ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2555 โดยได้รับคะแนนโหวตสูงสุด คือ 42,514 คะแนน


สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพ

 

 

      กรุงเทพฯ นั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมายค่ะ ทั้ง พระบรมมหาราชวัง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ ท่าเตียน วัดอรุณราชวราราม วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ภูเขาทอง วัดสระเกศ และอื่นๆ ซึ่งมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม และมีเอกลักษณ์

      แต่นอกเหนือจากวัดสวยๆ แล้ว กรุงเทพฯ ก็ยังเป็นศูนย์รวมของห้างสรรพสินค้าใหญ่อย่าง ไอคอนสยาม สยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องมาแวะช้อปปิ้ง เพราะเป็นแหล่งรวมของแบรนด์สินค้าชื่อดังมากมายจากทั่วโลกอีกด้วย

 

 

      เสน่ห์อีกอย่างของกรุงเทพฯ ก็คือ ตลาดนัดกลางคืน ตลาดน้ำ ต่างๆ ที่มีชีวิตชีวามากๆ อย่าง ตลาดนัดรถไฟ ตลาดน้ำขวัญเรียม ตลาดนัดจตุจักร ตลาดน้ำตลิ่งชัน ที่จะเต็มไปด้วยวิถีชีวิตพื้นบ้าน และของกินของอร่อย ที่พลาดไม่ได้

ที่เที่ยวกรุงเทพฯ ที่น่าสนใจอื่นๆ

 

 

อ้างอิง