แบกเป้เที่ยว ลาว 4 วัน 3 คืน เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง

แบกเป้เที่ยว ลาว 4 วัน 3 คืน เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง
เอิงเอย
29 มิถุนายน 2559 ( 03:33 )
184.4K

Words & Photo by Phartwee Shinopakhone

วันนี้ Travel Truelife เรา นำเรื่องราวดีๆ ของการเดินทางเที่ยว ลาว เวียงจันทน์ วังเวียง หลวงพระบาง ของ คุณ Phartwee นักเดินทางคนนึงมาฝากค่ะ เรื่องราวการเดินทางในครั้งนี้ของเขาจะเป็นยังไง ไปติดตามรีวิวกันได้เลย !

หลายคนคงเคยอ่านรีวิวเกี่ยวกับเที่ยววังเวียง เที่ยวเวียงจันทน์ เที่ยวหลวงพระบาง กันมาเยอะแล้ว แต่รีวิวที่ผมจะเขียนนี้ เป็นรีวิวการเที่ยว ลาว ในมุมมองของผมครับ จุดเริ่มต้นของทริปนี้ คือการดูรายการเทยเที่ยวไทย พาเที่ยว วังเวียง หลวงพระบาง และประกอบกับ เห็นเพื่อนๆ หลายคน รีวิวเที่ยววังเวียง หลวงพระบางกันเยอะมากกกกก
เอาล่ะ เริ่มมมมมม

อันดับแรก จองตั๋วก่อนเลย
ในตอนแรก ผมเลือกจองเครื่อง บินไป-กลับ ที่อุดร บินไปอุดรไฟล์ทเช้า กลับไฟล์ทดึก และต่อรถจากอุดร ไปเวียงจันทน์ จากนั้นต่อไปวังเวียง และหลวงพระบาง และนั่งรถกลับจากหลวงพระบาง มาอุดร แต่แบบว่า ตอนนั่งรถจากวังเวียง ไปหลวงพระบาง ทางโหดมาก คือแบบ ไม่อยากเจออะไรแบบนี้อีกแล้วในชีวิต 55555 เลยยอมจ่ายค่าเครื่อง จากหลวงพระบาง กลับ กรุงเทพฯ

 

อันดับสอง จองโรงแรม
เที่ยวเวียงจันทน์ เป็นแบบ Haft Day เลยไม่ได้พักที่เวียงจันทน์ ที่พักที่วังเวียง เลือกพักที่ เวียงธารา วิลล่า ที่พักที่หลวงพระบาง พักที่ โรงแรมแม่โขง มูล อิน เลือกที่นี่เพราะ ใกล้ทุกอย่างที่อยากไปในหลวงพระบาง และราคาถูก

 

อันดับสาม คือ ใช้ Couchsurfing

ในการหาเพื่อนใหม่ๆ เหมือนทุกๆครั้ง ที่ผมไปเที่ยวต่างประเทศ และก็ได้เพื่อนจากลาวมา 1 คน
…………………………………….

 

เอาล่ะ ตั๋วพร้อม โรงแรมพร้อม ไปดิครับ พี่สุชาติ !

Day 1

ด้วยความที่งกค่าแท็กซี่ เลยนั่ง Airport Link ไปสุวรรณภูมิ และต่อรถรับส่งของสนามบิน ไปดอนเมือง แต่คือไปตั้งแต่เที่ยงคืน เพื่อรอขึ้นเครื่องตอน 6 โมงเช้า นอนสนามบิน เป็นอะไรที่แบบ สีทนได้มากก แอร์ที่ดอนเมืองหนาวมากกกก ยิ่งกว่าลำปางหนาวมากอีก ขอวาร์ปไปตอนขึ้นเครื่องเลยละกัน

ตีสี่ เช็คอิน
หกโมงเช้า เครื่องออกจากดอนเมือง
7 โมง ถึงอุดร
พอถึงอุดร รับกระเป๋าเสร็จ ก็เดินออกมาซื้อตั๋วรถตู้ ไปด่านที่หนองคาย ราคา 200 บาท ใช้เวลา 1ชั่วโมง ถึงด่านหนองคายก็ ผ่าน ตม. และข้ามไปฝั่งลาว แต่ก่อนข้าวฝั่งลาว ก็ได้นัดกับเพื่อนใน Couchsurfing ไว้ เธอบอกจะมารับที่ด่าน ก่อนข้ามด่าน ให้บอกเธอ เธอจะมารับ

ข้ามไปฝั่งลาว ค่ารถ 20 บาท ผ่านด่านลาว ก็ออกไปนั่งรอเพื่อนที่นัดไว้ แต่ว่า….
นัดกันไว้ เธอจะมารับตอน 8 โมง พอผ่านด่านเสร็จ ก็รีบออกไปนั่งรอเพื่อนครับ
10 นาทีผ่านไป 20 นาทีผ่านไป 30นาที ผ่านไป… อ่าววววว ไปล่ะเพื่อนนน เน็ตก็ไม่มี จะติดต่อไง นี่ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว เลยตัดสินใจซื้อซิมเน็ตที่ด่าน ราคาซิม 10.000 กีบ และค่าเน็ต 1.5GB อีก 10.00 กีบ รวมเป็น 20.000กีบ

ทักเธอไปอีกรอบ
“อยู่ไหนแล้วววว มิมิ” (เธอชื่อมิมิ) Mimi Pml
มิมิตอบมาว่า “กำลังไป รอแป๊บบบบ น้องสาวยืมรถไปใช้”
อ่าวว เอาไงดี แต่ไหนๆ ก็รอมาครึ่งชั่วโมงละ รอไปอีกหน่อยจะเป็นไรไป
ผมก็ รอ รอรอรอรอรอรรอรอรอ ….. ผ่านไป 1ชั่วโมง มิมิก็ยังไม่มี
คือแบบ จะร้องไห้แล้วนะ ฮือออ แต่สักพัก ก็มีรถมาจอด และเดินเข้ามาทัก คือแบบ ความรู้สึกตอนนั้นนี่แบบ เหมือนถูกหวยอะ รอดตายแล้วววว


มิมิถามว่าจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง เลยบอกจะไป ประตูชัย พระธาตุหลวง และหอพระแก้ว เธอก็พาไป ระหว่างทาง เธอเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม (ที่ลาวเรียกว่า “เฝอ”) เธอบอก มื้อนี้เป็นเจ้ามือเอง
แล้วเธอก็พาไปถ่ายรูปกับประตูชัย พาไปพระธาตุหลวง พาไปหอพระแก้ว จากนั้นเธอก็พาไปจองตั๋วรถไปวังเวียง รถออก 14.30 น. ระหว่างรอรถ มิมิ พาไปนั่งร้าน Joma ร้านดังของลาว
แยกกับมิมิ บอกลากัน คือคนที่ไม่เคยรู้จักกัน แต่ช่วยเหลือกันได้ขนาดนี้ ขอบคุณ Couchsurfing มากๆๆ ทำให้ได้ได้เพื่อนดีๆ มา 1 คน

14.30 น. ได้เวลาไปวังเวียง
แต่ได้ไปจริงๆ ก็ 15.00 น. เพราะต้องรอคนอื่นขึ้นให้เต็มคันอีก บนรถเกาหลีทั้งคัน แต่ละคน ขาวๆ ทั้งน้านนนนนนน 55555
ทางจากเวียงจันทน์ไปวังเวียง ทางค่อนข้างดีครับ แต่รถขับเร็วไม่ได้ เพราะโค้งเยอะ ใช้เวลาเดินทาง ประมาณ 3ชั่วโมง ก็ถึงวังเวียง

18.30 น. ถึงวังเวียง
พอถึงวังเวียงก็แบบ ยัง งงๆ ทางอยู่ ถามทางไปเวียงธารา บางคนก็รู้จัก บางคนก็ไม่รู้จัก เดินไปเดินมา พอมาถึงสะพาน เสียค่าข้ามสะพานคนละ 4.000 กีบ นี่งงเลย ต้องเสียค่าข้ามสะพานด้วย
ถึงเวียงธารา วิลล่า พักงานต้อนรับด้วยน้ำกระเจี๊ยบ และพาไปห้องพัก จากนั้นก็แนะนำเส้นทางในวังเวียง และก็แนะนำทางลัด ข้ามสะพานไปอีกฝั่ง โดยไม่เสียค่าผ่านทาง อ่าววว แล้ว 4.000 ที่จ่ายไป คือไร ? เมื่อทุกอย่าโอเค พักแป๊บบบ คืนนี้จะบุกไป ซากุระบาร์ ของดีวังเวียง เขาว่าที่นี่เด็ด

20.00 เดินตามแผนที่ ไปซากุระบาร์
ไปถึงซากุระ ซากุระบาร์ จะอยู่ตรงที่รถตู้จอดพอดีเลย (ทำไมตอนเดินมาไม่เห็นวะ) 5555
เข้าไปที่นี่ ดริ๊งค์ฟรี 20.00-21.00น. จัดดิรอไรล่ะ ช่วงเวลานี้กินให้เมาอ่ะ แบบว่าเมาฟรี 555555 พอได้ที่ก็เริ่มมึนๆ ในซากุระบาร์จะมีโต๊ะอยู่ตรงกลาง คือแบบว่า คนไหนเมา คนไหนไม่เมา ให้ดูกันตรงนี้ ถ้าใครขึ้นไปบนโต๊ะ On the top คือแบบว่า สุดๆ แล้ว 55555555
ที่นี่ซื้อดริ๊งค์ 3ดร๊งค์ แถมเสื้อ 1ตัว ฝรั่งชอบเป่าลูกโป่งกัน แต่นี่ไม่ได้เป่า กลัวเมา 55555 ซากุระบาร์นี้ ผมเมาฟรี เพราะจัดตั้งแต่ช่วงเหล้าฟรีละ
…………………………………………………………………

 

Day 2

หลังจากเมื่อคืนที่ซากุระบาร์ ภาพก็ตัดมาตอนเช้าาา หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ก็เช่ารถมอไซค์ ต่อรองกับร้าน ขอเช่าแค่ครึ่งวัน เพราะต้องไปหลวงพระบาง 14.00 น. เจ้าของรถให้ 30.000 จาก 40.000 ต่อเหลือ 20.000 นางไม่ยอม เลยตกลงเช่าครึ่งวัน 30.000 แต่!!! ในรถไม่มีน้ำมัน ต้องซื้อน้ำมันอีก 10.000 รวมเป็น 40.000 เท่าเดิมมมมม ขับไป Blue Lagoon ค่าเข้า 20.000 เจอค่าจอดรถอีก 3.000 ช่วงเช้าคนไม่เยอะ มีแต่คนเกาหลี ผมไปถ่ายรูปเฉยๆ ไม่ได้ลงไปเล่น เพราะน้ำมันสีเขียวๆ ไม่ค่อยน่าเล่น


จากนั้นขับไปถ้ำจัง ค่าเข้าจำไม่ได้ แต่ไม่เสียค่าจอดรถ ถ่ายรูปตรงสะพานสีส้ม แลนด์มาร์คของที่นี่ เดินถ่ายรูปเพลิน ดูนาฬิกา บ่ายแล้ว เลยรีบขับรถไปคืน และเอากระเป๋าที่โรงแรม รถของเวียงธาราไปส่งที่ท่ารถตู้ ขึ้นไปบนรถ นั่งสักพัก ข้างๆ เป็นคนไทย Praewee Jonas เลยคุยกัน และทำความรู้จักกัน คุยกันตลอดทาง เธอมากับเพื่อนชาวโปรตุเกส

ระหว่างทางวังเวียง-หลวงพระบางนี่แบบ… ถ้าให้เลือกได้ จะไม่มาเจออะไรแบบนี้อีก 555555 เมารถดิ ทั้งโยก เหวี่ยง ตกหลุมตกบ่อ ยิ่งกว่าเล่นเครื่องเล่นที่สวนสยาม+ดรีมเวิลอะ
สภาพคนในรถแบบ เมารถทั้งคันอะ จะตายแล้วว ช่วยด้วยย เมื่อไหร่จะถึง นั่งไปเรื่อยๆ คนขับจอดรถให้ถ่ายรูประหว่างทาง คือแบบ สวยมากกกกก ลงมานั่งพักถ่ายรูปสักพัก ก็กลับมาผจญภัยต่อ
3 ชั่วโมงครึ่ง ถึงหลวงพระบาง คือแบบ ถึงสักที …. นั่งรถจาก บขส.หลวงพระบาง เข้าเมือง คนละ

20.000 รถจะไปส่งให้ที่โรงแรม
พอถึงโรงแรม ก็เช็คอิน มีเวลคัมดริ๊งค์เป็นโยเกิร์ตปั่น รสชาติแปลกๆ แต่อร่อยดี พนักงานที่นี่บริการเป็นกันเองมาก อยากได้อะไรขอให้บอก เช็คอินเสร็จ ก็ออกมาหาอะไรกิน นัดกับเพื่อนที่เจอบนรถตู้ไว้ ว่าจะไปกินข้าวด้วยกัน พอเดินออกมา อ่าววว ฝนตกกก เอาไง เลยยืมร่ม รร.
ตอนแรกว่าจะไปเดินตลาดมืดกัน แต่ฝนตก แผนล่ม เลยต้องไปหาอะไรกินกัน เพื่อนแนะนำว่า ให้ไปกินบุฟเฟ่ต์ 15.000 กีบ เลยลองไปกิน

ถึงร้านคือแบบ ส่วนตัวคิดว่า 15.000 กีบ เอาไปซื้ออย่างอื่นกินดีกว่า ไม่อร่อยอะ อาหารมีแต่แป้ง เส้น ผัก แล้วมันแบบ รสชาติแปลกๆ และแบบ ต้องตักมารวมๆกัน ดูแล้วสงสารตัวเองอะ 5555555
หลังจากได้ลองแล้ว ก็ครั้งเดียวพอออออเดินเล่นรอบเมืองหลวงพระบางสักพัก เมืองนี้เงียบมากกก เดินเล่นสักพัก ก็แยกย้ายกัน นัดกันไว้ เจอกัน 9.00 น. จะไปน้ำตก กวางสี
……………………………………………………….

 

Day 3

8.00น. ไปร้านประชานิยม ที่อยู่ติดกับโรงแรม บรรยากาศคล้ายๆ ร้านกาแฟบ้านเราแหละ สั่งโอวัลตินเย็นร้อน ราคา 7.000 และโจ๊ก ราคาเท่าไหร่จำไม่ได้

สักพักเพื่อนไลน์มาว่า มีปัญหากับโรงแรมที่จอง เพราะจองไว้ 1คืน ไม่ได้บอกทางโรงแรมไว้ ต้องหาโรงแรมใหม่ อาจมาไม่ได้ นางบอกว่า ถ้าซื้อทัวร์ไปน้ำตกได้ ก็ไปก่อนเลย ไม่ต้องรอ เพราะนางอยู่หลวงพระบางอีกหลายวัน คือแบบ อ่าวว เอาไงดี เลยเดินเล่นแถวๆโรงแรม ถ่ายรูปนั่นนี่ไปเรื่อย

สักพักนางทักมา “อยู่ไหน”
นี่บอก “อยู่แถวๆโรงแรม เดินเล่นอยู่”
นางบอกจัดการธุระเสร็จแล้ว อยู่ไหนจะไปหา

ระหว่างนั้น มีรถมาเสนอราคา ไปน้ำตก คนละ 40.000 เลยคุยกะเพื่อน เพื่อนบอกโอเค ไปรับนางที่โรงแรม แล้วนั่งรถไปน้ำตก ระหว่างทาง คุยกับฝรั่ง สอนฝรั่งพูดไทย ฮาดี 55555
ระหว่างทาง รถจอดไปหมู่บ้านชาวเขา เดินเล่น ถ่ายรูปสักพัก แล้วก้ไปต่อ พอถึงน้ำตก ก็ซื้อตั๋ว ล่วงเช้า คนไม่ค่อยเยอะ เดินไปดูหมี หมีหายยยยย เข้ากรงไปหมดแล้ว เซงงง

เดินต่อไปอีกนิด ก็ถึงน้ำตกกวางสี เดินถ่ายรูปสักพัก พอเป็นพิธี ก็กระโดดลงน้ำเลยครับบ ขึ้นไปกระโดดน้ำ ตอนแรกขาสั่นนนน ฝรั่งข้างล่างก็เชียร์ๆๆๆๆ เอาไงดี เอาวะ เป็นไงเป็นกัน 123 โดดดดดด
มีครั้งแรก ก็ต้องมีครั้งที่สอง สาม สี่ ห้า สนุกมากกกก เล่นน่ำเพลิน ดูเวลา บ่ายสองแล้ว ได้เวลากลับ

สถานที่ต่อไปคือ วัดเชียงทอง ไปถึงวัดเชียงทาง ต้องตะลึง ค่าเข้า 20.000 คิดอยู่นาน เลยยอมจ่าย ถ่ายรูปกับมุมฮิต คือหน้าต่าง 55555 ออกจากวัดหิวว กินก๋วยเตี๋ยวหน้าวัด ราคา 10.000 ถูกสุดที่เคยกินมาในหลวงพระบาง ระหว่างเดินกลับโรงแรม เดินถ่ายรูปรอบตัวเมืองหลวงพระบาง แดดแรงมากกกกกกกกกกก ถึงพิพิธภัณฑ์หลวงพระบาง จะเข้าไป แต่พิพิธภัณฑ์ปิดแล้ว ได้แต่ถ่ายรูปด้านนอก แยกย้ายกับเพื่อน นัดกันอีกที 17.30 น จะขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกที่พระธาตุพูสี

 


17.30 น. เจอกับเพื่อนที่เดิม ครั้งนี้มีเพื่อนใหม่มาอีก 1 มาจากเยอรมัน เป็นเพื่อนของเพื่อน เขาบินตามมา เดินขึ้นพระธาตุพูสี ค่าเข้า 20.000 ยืนตัดสินใจกันอยู่นาน จะขึ้นดีไหม ขึ้นไม่ขึ้น เวลาก็ประชั้นชิดเข้ามาเรื่อยๆในที่สุดดดด ก็ขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตก รีบวิ่งเลยครับบบ กลัวไม่ทัน แต่ก็ทัน ขึ้นไปคนเยอะมากกกก ได้ไปยืนถ่ายรูปมุมฮิตของพระธาตุพูสี ขาสั่นมากกกก เสียยววว กลัวตก 55555

 

สักพักก็เดินลง มาเดินตลาดมืด ของที่นี่ราคาค่อนข้างสูง ทุกอย่างเริ่มต้นที่ 10.000 กีบ หิวแล้วดิ เลยไปซื้อข้าวที่ต้นตลาดมืด ราคา 15.000 มีข้าวผัด และก็ไข่ดาว สั่งมากินกับเพื่อน เปิดกล่องดู อ่าวววว ไข่หายย โดนแม่ค้าหลอก 555555 ตายๆๆๆ เซ็ง

เป้าหมายในคืนนี้คือ Utopia กินข้าวเสร็จ ทุกอย่างพร้อม เดินไปยูโทเปีย ทางแบบว่า ลึกลับซับซ้อนมาก เดินๆไป เปิด Map สักพัก ถึงแล้ววว คืองานดีมากอะ มีแต่ฝรั่ง โอ้ยยย สวรรค์ มีลานวอลเล่ย์บอลด้วย บรรยากาศดีมากกกก ใครมาหลวงพระบาง แนะนำเลยร้านนี้ ราคาไม่แพงนะ แต่ร้านนี้ปิด 5 ทุ่มครึ่ง ภาพตัดไปที่พรุ่งนี้เลยดีกว่า ….
………………………………………………………………

 

Day 4


Utopia เมื่อคืน ทำเอาตื่นไปตัดบาตรข้าวเหนียวไม่ทันเลย 555555 วันสุดท้ายแล้ววว เก็บของ เช็คเอ้าท์ ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม ไปร้านประชานิยมเช่นเดิม เดินเก็บภาพรอบๆ หลวงพระบาง เดินตั้งแต่เช้า ยันบ่าย เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก คือครบเลยย วันเดียว 3 ฤดู

ระหว่างทาง คือบังเอิญเจอนักท่องเที่ยวที่ไปเจอกันที่ต่างๆเยอะมาก คือแบบ Hey! see you again .. ใช้เวลาวันสุดท้ายไม่ค่อยคุ้ม เพราะไปมาหมดแล้ว ในที่ที่อยากไป เลยเดินเก็บรายละเอียดนิดหน่อย สมควรแก่เวลา นั่งรถตุ๊กๆ ไปสนามบิน
16.00 ขึ้นเครื่องกลับ
จบทริปลาว เจอกันทริปต่อไป ‪!

 

 

ติดตาม travel.truelife.com อีกช่องทางที่

ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และที่พัก คลิกที่ http://travel.truelife.com