21 ที่เที่ยว อเมริกา สวยขั้นเทพ ไปเมื่อไหร่ ต้องไม่พลาดเที่ยว

21 ที่เที่ยว อเมริกา สวยขั้นเทพ ไปเมื่อไหร่ ต้องไม่พลาดเที่ยว
เอิงเอย
27 พฤษภาคม 2564 ( 15:30 )
392.4K

      สหรัฐอเมริกา นอกจากจะเป็นประเทศใหญ่ มหาอำนาจทางเศรษฐกิจแล้ว ต้องบอกว่าที่ อเมริกา นี้ ยังเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกด้วยค่ะ ตามเราไปเที่ยวกับ 21 ที่เที่ยว อเมริกา สวยขั้นเทพ ไปเมื่อไหร่ ต้องไม่พลาดเที่ยวไม่ว่าจะเป็น ธรรมชาติที่สวยงามแปลกตา ไม่มีที่ไหนเหมือนในโลก ถนนสายช้อปปิ้งของแบรนด์เนม รวมไปถึงการเดินทางที่ไม่ยากลำบาก ตามเรามาดูกันว่า ถ้าได้ไปเที่ยวถึง อเมริกา แล้ว ที่ไหนเป็นที่เที่ยวที่ต้องไม่พลาดกันบ้าง

 

ที่เที่ยวอเมริกา สวยๆ ต้องไม่พลาดไปเที่ยว

 

1. เทพีเสรีภาพ นิวยอร์ก

Statue of Liberty, New York

 

 

       แลนด์มาร์คที่ไม่ว่ายังไง ใครได้ไปเที่ยวอเมริกาต้องไม่พลาดแน่นอน เทพีเสรีภาพ (Statue of Liberty) อนุสาวรีย์ที่ยิ่งใหญ่ และมีคุณค่าทางจิตใจของชาวอเมริกันทุกคนค่ะ ซึ่งเป็นของขวัญที่ชาวฝรั่งเศสมอบให้แก่ชาวอเมริกัน ในวันที่อเมริกาเฉลิมฉลองวันชาติครบ 100 ปี ในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2419 นั่นเองค่ะ 

      เทพีเสรีภาพ เป็นประติมากรรมโลหะสำริด เป็นรูปของ เทพีลิเบอร์ตาส (Libertas) เทพีแห่งเสรีภาพของโรมัน นั่นเองค่ะ มีลักษณะห่มเสื้อคลุม มือขวาชูคบเพลิง มือซ้ายถือแผ่นจารึกคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ และมีอักษรสลักว่า "JULY IV MDCCLXXVI" หรือ วันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1776 เท้าข้างหนึ่งมีโซ่ที่ขาด แสดงถึงความหลุดพ้นจากการเป็นทาส และสวมมงกุฎ 7 แฉก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทะเลทั้งเจ็ด หรือทวีปทั้งเจ็ดนั่นเอง โดยในปี พ.ศ.2527 องค์การยูเนสโก ประกาศให้อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ เป็นมรดกของโลกอีกด้วย

=================

 

2. แอนเทอโลป แคนยอน แอริโซนา

Antelope Canyon, Arizona

 

 

     หุบเขาแอนทีโลพ (Antelope Canyon) เป็น 1 ในสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวซึ่งตั้งอยู่ที่ เมืองเพจ รัฐแอริโซนา ค่ะ ด้วยภูมิประเทศที่แปลกตา ซึ่งเกิดจากการพังทลายของชั้นหิน Navajo Sandstone ถูกกัดเซาะอย่างฉับพลันจากกระแสน้ำที่ซัดผ่าน ผสานความแรงจากกระแสลม พายุฝน ผ่านฤดูกาลต่างๆ ทำให้ที่นี่กลายเป็นที่เที่ยวธรรมชาติที่สวยงามมากๆ

     อีกทั้งที่นี่ยังกลายเป็น หุบเขาที่อันตรายที่สุด อีกด้วย เนื่องจากบริเวณนั้นอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ตลอดเวลา และระดับน้ำสามารถสูงถึง 10 เมตรทีเดียว อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งดึงดูดใจช่างภาพทั่วโลกอีกด้วย เพราะสีสันจากธรรมชาติซึ่งเกิดจากการตกกระทบของแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านช่องแคบ สะท้อนกับสีของชั้นหิน Navajo Sandstone เกิดเป็นความสวยงามสุดประทับใจมากๆ ค่ะ เป็นอีกที่เที่ยวหนึ่งในสหรัฐอเมริกาที่ต้องห้ามพลาด!

===============

 

3. สะพานโกลเดนเกต ซานฟรานซิสโก

Golden Gate Bridge, San Francisco

 

 

      สะพานโกลเดนเกต เป็นสะพานแขวนขนาดใหญ่ และยาวมากที่สุด สะพานแรกของยุคนั้นค่ะ ทอดยาวข้ามอ่าวตอนเหนือของเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ทำให้สะพานแห่งนี้ไดกลายเป็นสัญลักษณ์ของสหรัฐอเมริกาไปโดยปริยายไปแล้ว

      ที่นี่มีจุดชมวิวที่สวยมากๆ ของ อ่าวเบย์เอเรีย มหาสมุทรแปซิฟิก และมารินเฮดแลนด์ทางด้านเหนือของสะพาน ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมปั่นจักรยาน หรือเดินบนทางเท้าเลียบสะพานเพื่อที่จะได้ถ่ายรูปสวยๆ และชมวิวค่ะ

==============

 

4. อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน

Yellowstone National Park

ไวโอมิง มอนแทนา และ ไอดาโฮ

 

 

     อุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน (Yellowstone National Park) เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของโลก และใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาค่ะ มีเนื้อที่มากกว่า 2 ล้านเอเคอร์ และอุทยานฯ แห่งนี้ได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2521 โดยตั้งอยู่บน ที่ราบสูงเยลโลว์สโตน (Yellowstone Plateau) ถูกล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาร็อคกี้ ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกัน 3 รัฐ คือ ไวโอมิง มอนแทนา และ ไอดาโฮ 

     เอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครของที่นี่ก็คือ สีสันของบ่อน้ำพุร้อน ที่บริเวณตรงกลางจะเป็นสีฟ้า ถัดออกมาก็จะเป็นสีแดง และสีส้มที่บริเวณขอบตามลำดับ ที่พลาดชมไม่ได้อีกแห่งก็คือ น้ำพุร้อนโอลด์ เฟธฟุล ซึ่งมีน้ำพุ่งสูงขึ้นจากพื้นดินหลายเมตรในทุกๆ 33 และ 93 นาที โดยไม่เปลี่ยนแปลงเลยในรอบ 100 ปี และยังมีน้ำตกกว่า 300 แห่ง นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่านานาพันธุ์ที่หาดูได้ยากอีกด้วย

================

 

5. น้ำตกไนแองการา นิวยอร์ก

Niagara Falls, New York

 

 

     น้ำตกไนแองการา (Niagara Falls) เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ที่มีความสูงมากกว่า 50 เมตร และกว้างมากกว่า 300-800 เมตร เลยทีเดียวค่ะ โดยตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนของสหรัฐอเมริกาที่นิวยอร์ก และประเทศแคนาดา ที่ออนแทรีโอ นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือเข้าไปชมน้ำตกได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้งที่นี่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงหน้าหนาวจะมีอากาศที่หนาวเย็นมากๆ

     น้ำตกไนแอการา ประกอบด้วยน้ำตก 3 แห่งที่แยกออกจากกันคือ น้ำตกเกือกม้า (Horseshoe Falls) มีความสูง 57 เมตร น้ำตกอเมริกา (American Falls) ทีความสูงระหว่าง 21–34 เมตร และ น้ำตก Bridal Veil ที่นี่จึงเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม และสามารถมาเที่ยวชมได้ทั้ง 2 ประเทศเลยค่ะ

===============

 

6. เขื่อนฮูเวอร์ หรือ โบลเดอร์ แดม

Hoover Dam / Boulder Dam

เนวาดา และ แอริโซนา

 

 

      เขื่อนฮูเวอร์ (Hoover Dam) หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ เขื่อนโบลเดอร์แดม (Boulder Dam) เป็นเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และกลายมาเป็นอันดับ 2 หลังจาก เขื่อนแกรนคูลีสร้างเสร็จ ตั้งอยู่ในบริเวณแบล็กแคนยอน ของแม่น้ำโคโลราโดบน ชายแดนของรัฐแอริโซนา และรัฐเนวาดา ค่ะ ที่นี่เป็นเขื่อนที่สร้างขึ้นเพื่อกั้นแม่น้ำโคโลราโด เพื่อป้องกันอุทกภัยในฤดูหนาว และเพื่อการชลประทาน ผลิตพลังงานกระแสไฟฟ้าค่ะ

      นอกจากนี้ บริเวณเหนือเขื่อนยังมี ทะเลสาบมี้ด(Lake Mead) ที่มีความสวยงาม โดยนักท่องเที่ยวนิยมมานั่งเรือล่องทะเลสาบ และถ่ายรูปสวยๆ กันนั่นเอง เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามอีกแห่งในสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว

===============

 

7. ทะเลสาบปล่องภูเขาไฟ Crater Lake ออริกอน 

Crater Lake, Oregon

 

 

      ทะเลสาบ Crater Lake ได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยอันดับต้นๆ ของโลกทีเดียวค่ะ ซึ่งตั้งอยู่ภายใน อุทยานแห่งชาติ Crater Lake ของรัฐออริกอน ลักษณะพิเศษคือ ที่นี่เป็นทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่ลึกที่สุดในอเมริกา โดยมีความลึก 594 เมตร เกิดจากการที่ภูเขาไฟระเบิดและดับลงเมื่อประมาณ 7,700 ปีที่แล้ว อีกทั้งน้ำในทะเลสาบนั้นมาจากฝนและหิมะเท่านั้น โดยไม่มีการไหลเข้าและออกที่ระดับผิวดิน ดังนั้นที่นี่จึงเป็นทะเลสาบที่มีความใสมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกค่ะ

      บริเวณรอบล้อมทะเลสาบ มีป่าสนสวยงาม เหมาะกับการมาเที่ยวพักผ่อนสูดอากาศดีๆ และนักท่องเที่ยวยังสามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดูเลยค่ะ เพราะมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี 

================

 

8. บิ๊กเซอร์ แคลิฟอร์เนีย

Big Sur, California

 

 

      บิ๊กเซอร์ (Big Sur) คือ ถนนสวยเลียบทะเล ที่เที่ยวในฝันของคนชอบขับรถเที่ยวเลยค่ะ ที่นี่สร้างขึ้นเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกในรัฐแคลิฟอร์เนีย เรียกได้ว่าเป็นถนนที่มีวิวสวยอันดับต้นๆ ของโลก และตลอดทั้งเส้นทาง จะมีชายหาดให้แวะพักนั่งเล่น มีวิวสวยๆ ให้ได้ขับรถชมวิวกินลม บอกเลยว่าโรแมนติกมากอีกด้วยค่ะ

=============

 

9. หุบเขาโมนูเมนต์ 

Monument Valley

ยูทาห์ และ แอริโซนา

 

 

     หุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley) ตั้งอยู่ใน Navajo Nation’s Monument Valley Park ระหว่างพรมแดนของ รัฐแอริโซนา และรัฐยูทาห์ ค่ะ ที่นี่เต็มไปด้วยภูเขาหินทรายสีแดงยาวนานมากกว่า 50 ล้านปี ซึ่งภูเขาแต่ละลูกก็จะสูงประมาณ 400-1,000 ฟุต ถ้าจินตานาการถึงหนังเอเลี่ยนมาบุกโลก ที่นี่เหมาะอย่างมากที่เป็นเป็นหนึ่งในโลเคชั่นสำหรับถ่ายทำหนังทีเดียวค่ะ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์ค่ะ

================

 

10. สวนสาธารณะ เซ็นทรัลพาร์ค นิวยอร์ก

Central Park, New York

 

 

      สวนสาธารณะ เซ็นทรัลพาร์ค (Central Park) เป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในนิวยอร์กค่ะ โดยมีขนาดถึง 843 เอเคอร์ หรือประมาณ สนามฟุตบอล 460 สนามต่อกัน ตั้งอยู่ในเขตแมนฮัตตัน ที่นี่จึงกลายเป็นปอดขนาดใหญ่ของเมืองที่ทั้งคนอเมริกันเอง และนักท่องเที่ยว ต่างก็มาพักผ่อนหย่อนใจ ออกกำลังกาย นั่งปิกนิก

       นอกจากนี้ภายในสวนยังมี สวนสัตว์ โรงละครกลางแจ้ง ลานน้ำพุ สนามกอล์ฟ และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นอีกที่เที่ยวหนึ่งที่มาเดินเล่น พักผ่อนหย่อนใจได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่จะมีอากาศดีมากๆ อุณหภูมิประมาณ 10-18 องศา และต้นไม้บไม้ต่างพร้อมใจกันเปลี่ยนสี สวยงามมากๆ ค่ะ 

===============

 

11. ไทม์สแควร์ นิวยอร์ก

Times Square, New York

 

lazyllama / Shutterstock.com

 

      ย่านไทม์สแควร์ (Times Square) แต่เดิมมีชื่อว่า ลองแกร์ สแควร์ และได้เปลี่ยนชื่อเป็น ไทม์สแควร์ ภายหลังจากที่ได้มีการก่อสร้าง ตึกไทม์ ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของ หนังสือพิมพ์ เดอะนิวยอร์กไทมส์ นั่นเอง

     ที่นี่เป็นจุดตัดสำคัญของถนนใน แมนฮัตตัน โดยจุดตัดของถนนบรอดเวย์ กับถนนเซเวนท์ เอเวนิว เป็นย่านธุรกิจระดับโลก มีบรรยากาศคึกคัก รายล้อมด้วยตึกสูง และเทคโนโลยีที่ทันสมัย และได้กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของนิวยอร์กไปแล้วค่ะ และอีกทั้ง ไทม์สแควร์ ยังเป็นสถานที่จัดงาน เคาท์ดาวน์ปีใหม่ อีกแห่งที่โด่งดังไปทั่วโลกด้วยค่ะ

===============

 

12. อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี แคลิฟอร์เนีย

Yosemite National Park, California

 

 

     อุทยานแห่งชาติโยเซมิตี (Yosemite National Park) เป็นอีกหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่เต็มไปด้วยมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และสวยงามมากๆ ค่ะ โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ.2527 

      ภายในอุทยานฯ มีที่เที่ยวไฮไลท์เด่นๆ ก็คือ ยอดเขาโดมครึ่งซีก (Half dome) และน้ำตกขนาดใหญ่ จุดท่องเที่ยวยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้อีกแห่งก็คือ Mirror Lake เป็นจุดที่สามารถมองเห็นภาพของท้องฟ้า และภูเขาสะท้อนลงน้ำได้อย่างอลังการสวยงามมากๆ ทีเดียว และที่นี่ยังเป็นแหล่งที่อยู่ของเหล่าหมีกริซลีอีกด้วยค่ะ

================

 

13. ภูเขารัชมอร์ เซาท์ดาโคตา

Mount Rushmore National Memorial, South Dakota

 

 

      ภูเขารัชมอร์ หรือ อนุสรณ์สถานแห่งชาติเขารัชมอร์ ตั้งอยู่บนเทือกเขาแบล็คฮิลส์ ในรัฐเซาท์ดาโคตา ค่ะ เป็นประติมากรรมแกะสลักบนหน้าผาของภูเขาหินแกรนิต ด้วยรูปสลักใบหน้าขนาดใหญ่ของประธานาธิบดีอเมริกาถึง 4 ท่านด้วยกัน คือ จอร์จ วอชิงตัน (1732-1799) โทมัส เจฟเฟอร์สัน (1743-1826) ทีโอดอร์ รูสเวล (1858-1919) และ อับราฮัม ลินคอล์น (1809-1865) บนหน้าผาหินแกรนิตสูง 18 เมตรค่ะ ซึ่งแกะสลักโดยชาวเดนมาร์ก-อเมริกันชื่อ Gutzon Borglum และลูกชาย

      ภูเขารัชมอร์จึงได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ของประธานาธิบดีอเมริกา และเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวชม และถ่ายรูปได้ค่ะ

===============

 

14. แกรนด์แคนยอน แอริโซนา

Grand Canyon, Arizona

 

 

       1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกก็คือที่นี่ค่ะ แกรนด์แคนยอน (Grand Canyon) เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อของรัฐแอริโซนา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองคาสิโนชื่อดังอย่าง ลาสเวกัสประมาณ 3-4 ชั่วโมงค่ะ 

      แกรนด์แคนยอน เกิดขึ้นโดยอิทธิพลของแม่น้ำโคโลราโด ไหลผ่านที่ราบสูงทำให้เกิดการสึกกร่อน พังทลายของหินเป็นเวลา 225 ล้านปีมาแล้ว เป็นดินแดนหินผา และหุบเหว ซึ่งหน้าผามีความสูงถึง 1,600 เมตร และหุบเหวยาวถึง 450 กิโลเมตรเลยทีเดียว จึงเป็นจุดที่มีภูมิประเทศแปลกตามากๆ อีกทั้งในบริเวณซอกหลืบของหุบเขาน้อยใหญ่ยังมีการค้นพบร่องรอยอารยธรรม ของชาวอินเดียนแดงโบราณอีกด้วย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว

===============

 

15. อุโมงค์น้ำแข็งอลาสก้า 

Mendenhall Ice Caves, Alaska

 

 

      ไปหนาวสุดขั้วกันที่ ดินแดนหิมะอย่างอลาสก้า ที่ อุโมงค์น้ำแข็งอลาสก้า ยาวกว่า 19 กิโลเมตรนี้ ตั้งอยู่ที่หุบเขา Mendenhall ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมือง Juneau รัฐอลาสก้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ค่ะ โดยถ้ำน้ำแข็งนี้มีมาประมาณกว่า 1200 ปีแล้ว!

      อุโมงค์น้ำแข็งแห่งนี้เกิดจากฝีมือธรรมชาติล้วนๆ เลยค่ะ โดยมีน้ำไหลผ่านธารน้ำแข็ง จนทำให้น้ำแข็งเกิดการละลาย ทะลุลงไปอย่างต่อเนื่องจนทำให้เกิดเป็นช่องอุโมงค์ขึ้นมา สุดท้ายก็รวมกันกลายเป็นถ้ำธารน้ำแข็งนั่นเอง  ก้อนน้ำแข็งน้อยใหญ่จำนวนมหึมาแขวนตัวลอยอยู่ในอากาศ น้ำแข็งบางส่วนที่ละลายสร้างธารน้ำไหลลอดลงสู่หินด้านล่าง เป็นความอลังการจากธรรมชาติจริงๆ

=================

 

16. ป้ายฮอลลีวูด ลอสแอนเจลิส

Hollywood Sign, Los Angeles

 

turtix / Shutterstock.com

 

     คนรักหนังพลาดที่นี่ไม่ได้แน่ๆ กับ ป้ายฮอลลีวูด (Hollywood Sign) ตั้งอยู่บน ภูเขาลี ใน ฮอลลีวูดฮิลล์ บนเทือกเขาซานตาโมนิก้า ซึ่งเป็นหนึ่งแลนด์มาร์คของ ลอสแอนเจลิส นั่นเองค่ะ โดยเราสามารถมองเห็นป้ายฮอลลีวูดนี้ ได้แทบจะทุกที่ในเมือง แต่ถ้าอยากถ่ายรูปสวยๆ เข้าไปใกล้กว่านี้หน่อย ก็สามารถขึ้ยรถบัสที่ Griffith Observatory ไปยัยอดเขาได้ค่ะ แน่นอนว่า นี่คือสัญลักษณ์ของเมืองแห่งภาพยนตร์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ต้องมาสักครั้งนั่นเอง!

==============

 

17. พระราชวังอิโอลานี ฮาวาย

Iolani Palace, Hawaii

 

Raul Bal / Shutterstock.com

 

       พระราชวังหนึ่งเดียวในอเมริกาที่หาดูที่ไหนไม่ได้อีกแล้วก็คือ พระราชวังอิโอลานี (Iolani Palace) ซึ่งตั้งอยู่ที่ ฮาวาย ค่ะ ที่นี่เป็นที่ประทับของอดีตผู้ครองเกาะฮาวาย คือ คือ พระราชา Kalākaua และพระราชินี Liliuokalani แห่งฮาวาย นั่นเอง และตอนนี้ได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ ใครอยากไปสัมผัสความสวยงามของพระราชวังแห่งเดียวในอเมริกาแล้วล่ะก็ ต้องไปฮาวายแล้วล่ะ

==============

 

18. สะพานบรูคลิน นิวยอร์ก

Brooklyn Bridge, New York

 

 

      สะพานบรูคลิน (Brooklyn Bridge) เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่พลาดไม่ได้ในนิวยอร์กเลยทีเดียวค่ะ ที่นี่เคยเป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก โดยมีความยาวถึง 1,825 เมตร สร้างเสร็จเมื่อปี ค.ศ.1883 จึงเป็นสะพานที่มีความเก่าแก่มากกว่าร้อยปีแล้ว และเป็นสะพานแขวนที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

      โดยสะพานบรูคลินได้ทอดข้ามผ่าน แม่น้ำอีสต์ (East River) เชื่อมระหว่าง เมืองนิวยอร์กซิตี เมืองแมนฮัตตัน และเมืองบรูคลิน นั่นเอง หลายคนมักมาเดินเล่นชมความสวยงามของเมือง ถ่ายรูปสวยๆ ที่สะพานแห่งนี้นั่นเอง

===============

 

19. ตึกเอ็มไพร์สเตท นิวยอร์ก

Empire State Building, New York

 

 

     ตึกเอ็มไพร์สเตท (Empire State Building) เป็นหนึ่งในอาคารที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก ตั้งอยู่บนเกาะแมนฮัทตัน นิวยอร์ก มีความสูงทั้งสิ้น 102 ชั้น บนยอดสุดมีโดมสูงขึ้นไปอีก 60 เมตร ค่ะ นับเป็นตึกหลังแรกของโลกที่มีความสูงมากกว่า 100 ชั้น ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอเมริกัน William Frederick Lamb

      นักท่องเที่ยว สามารถขึ้นไปชมวิวได้ที่ชั้น 86 และชั้นที่ 102 โดยชั้นที่ 86 จะมีระเบียงรอบตัวตึกให้นักท่องเที่ยวชมวิวเกาะแมนฮัทตันได้แบบพาโนรามา 360 องศา ส่วนชั้น 102 ไม่สามารถออกไปได้เพราะจะปิดล้อมด้วยกระจกเนื่องจากลมแรงมากๆ

===============

 

20. ทะเลสาบทาโฮ

Lake Tahoe

เนวาดา และ แคลิฟอร์เนีย

 

 

      ทะเลสาบทาโฮ (Lake Tahoe) เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวธรรมชาติที่หลายคนต้องตื่นตาตื่นใจค่ะ โดยทะเลสาบแห่งนี้ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนของรัฐเนวาดา และรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ และมีน้ำสีฟ้าใสราวกับกระจกทีเดียว

      บริเวณโดยรอบโอบล้อมด้วยเทือกเขาสูง และป่าสนเขียวชอุ่ม เป็นที่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เหมาะกับการพักผ่อน ล่องเรือในทะเลสาบ ขี่จักรยาน และช่วงฤดูหนาวก็สามารถเล่นสกีได้อีกด้วย ทำให้ที่นี่เป็นเหมือนศูนย์รวมการเล่นสกีที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาเลยทีเดียวค่ะ

===============

 

21. อุทยานแห่งชาติและอุทยานแห่งรัฐเรดวู้ด แคลิฟอร์เนีย

Redwood National and State Parks, California

 

 

     ตื่นตาตื่นใจสุดๆ กันที่ Forest Redwood National Park รัฐแคลิฟอร์เนีย ป่าสนมหัศจรรย์ ที่มีความงดงามน่าอัศจรรย์ใจมากๆ ด้วยบรรดาต้นไม้ต่างๆ ที่มีความสูงถึง 40 ฟุตเลยทีเดียวค่ะ เหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกแห่งนิทานกันเลย!

      ที่นี่มีพื้นที่ถึง 142,500 ไร่ เลยทีเดียวค่ะ เป็นพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์ไม้ที่มีลำต้นสูงที่สุดในโลก คือ ต้น Coastal Redwood เป็นผืนป่าโบราณที่มีความสวยงามมากๆ 

===============

 

ตามติดเทรนด์เที่ยว อัพเดทที่พักสวย
แชร์ทริปสุดชิล โพสต์ภาพสุดปัง ของคุณได้แล้วที่ แอปทรูไอดี
คลิกเลย >> TrueID Travel Community <<