“ไปอยุธยากันไหม?”ประโยคสั้น ๆ ที่ทำให้เช้าวันนั้น เรากดจองตั๋ว สะพายกระเป๋า แล้วมุ่งหน้าไปยัง สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มีแค่จุดหมายปลายทาง แต่ระหว่างทางยังเต็มไปด้วยวิวสองข้างทาง ลมเย็นที่พัดเข้ามาจากหน้าต่าง และเสน่ห์ของการนั่งรถไฟที่ทำให้เราได้ใช้เวลากับตัวเองอย่างเต็มที่ เราออกเดินทางเวลา 07.00 น. โดยจองตั๋วล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ของการรถไฟแห่งประเทศไทย เนื่องจากตรงกับช่วงวันหยุดยาว เลือกนั่ง รถไฟชั้นสองแบบพัดลม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ก็มาถึง สถานีอยุธยา ในเวลาประมาณ 08.30 น. เมื่อมาถึง เราเดินข้ามไปเช่ารถจักรยานยนต์ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามสถานี ซึ่งมีหลายร้านให้เลือกตามงบประมาณ ก่อนจะขี่รถออกเที่ยวเมืองเก่ากันแบบชิล ๆ จุดหมายแรกคือ วัดไชยวัฒนาราม ตั้งใจจะไปเช่าชุดไทยถ่ายรูป และรีบไปตั้งแต่เช้าเพื่อหลบแดด ยิ่งช่วงเช้าแสงกำลังสวย นักท่องเที่ยวยังไม่เยอะ ทำให้ได้ภาพที่ถูกใจสุดๆ แนะนำให้ไปถ่ายรูปแสงเช้าดีที่สุด เพราะหลังจากนี้แดดแรงมากเลยค่ะแสบผิวเลยทีเดียว จากนั้นเดินทางต่อไปยัง วัดมหาธาตุ พระนครศรีอยุธยา วัดเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ ซากโบราณสถาน หรือเศียรพระพุทธรูปในรากไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของอยุธยา ล้วนมีเสน่ห์และความงดงามที่ทำให้เราอยากหยุดมองอยู่หลายครั้ง แต่อาจมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ ต้องหามุมถ่ายรูปดีๆเลยค่ะ พอเข้าสู่ช่วงบ่าย อากาศเริ่มร้อน เราเลยเปลี่ยนบรรยากาศไปพักที่ Goodgood Moodmood คาเฟ่บรรยากาศทุ่งนา รายล้อมด้วยธรรมชาติ ลมพัดเย็นสบายตลอดวัน ที่นี่เหมาะกับการนั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือ หรือหยิบพู่กันมาวาดรูป เพราะมีมุมทำกิจกรรมเล็ก ๆ ให้ได้ใช้เวลากับตัวเอง เป็นเหมือนการ Social Detox ที่ช่วยให้เราได้พักจากหน้าจอมือถือ และลืมเรื่องวุ่นวายในชีวิตไปชั่วขณะ หลังจากชาร์จพลังเต็มที่ก็เตรียมตัวกลับกรุงเทพค่ะ กลับกรุงเทพฯ รอบนี้เราเลือกลองนั่ง รถไฟชั้นสาม เพื่อสัมผัสบรรยากาศอีกแบบ ทริปนี้อาจเป็นเพียง One Day Trip สั้น ๆ แต่กลับเติมพลังให้หัวใจได้มากกว่าที่คิด หากคุณกำลังมองหาทริปใกล้กรุงเทพฯ ที่ทั้งประหยัด เที่ยวง่าย และเต็มไปด้วยเสน่ห์ “อยุธยา” คืออีกหนึ่งจุดหมายที่อยากชวนให้ลองไปสักครั้งค่ะ รูปภาพประกอบทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !