เกาะเต่า หนึ่งในเกาะสวาท หาดสวรรค์ของหลาย ๆ คน รวมถึงผมด้วยในช่วงเกือบปลายปี ผมมีวันหยุดติดต่อกัน ศุกร์-อาทิตย์ ผมเลยลองวางแพลนไปเที่ยวเกาะเต่ากับแฟนดูสักครั้งครับ วันที่1 ผมโดยสารสายการบินสีแดง มาลงที่สนามบินสุราษฎร์ธานี ถึงสนามบินโดยประมาณ 08.30 น.ครับเป็นไฟลท์เช้าสุด ที่จริงก่อนหน้านี้ผมจองไฟลท์ 8.00 น. และจะมาถึงเวลา 9.30 น. แต่ผมตัดสินใจพลาดมากครับ เพราะเรือที่จะไปยังเกาะเต่านั้น ไม่ได้มีเยอะเหมือนเกาะหลีเป๊ะ หรือเกาะล้าน 555 นั่นเท่ากับว่าผมต้องซื้อตั๋วเครื่องบินใหม่ครับ เมื่อถึงสนามบิน ผมก็มายืนรออยู่พักนึง เดินเล่นไปมา เข้าห้องน้ำหาของกิน ออกมาอีกทีคนเพียบเลยครับ เป้าหมายของผมคือ ท่าเรือลมพระยา หลังจากเช็คอิน เตรียมตัวเรียบร้อยผมก็จะได้สติ๊กเกอร์มาติดที่อก แต่ผมไม่ได้ถ่ายมานะครับ ชุลมุนนิดหน่อยจากนั้นก็นั่งรถตู้มาลงที่ท่าเรือ เตรียมขึ้นเรือครับ ผมออกจากท่าเรือประมาณ 10.30 น. และต้องไปต่อเรือยังท่าเรือ โดยที่รอเรือประมาณ 1 ชั่วโมงครับ จากนั้นเรือก็พาผมมาถึงยังเกาะเต่า ถึงเวลาประมาณ 14.30 น. บรรยากาศบริเวณท่าเรือนะครับ นักท่องเที่ยว 98 % เป็นชาวต่างชาติแทบจะทั้งนั้น ผมเจอคนไทยแค่คนลูกเรือ ไม่ก็คนขายของบนเกาะครับ 555 บรรยากาศคึกคักมาก ๆ มองไปทางไหนก็เจอแต่นักท่องเที่ยว จากนั้นคนของทางรีสอร์ทก็มารับผมที่ท่าเรือมายังรีสอร์ท ผมพักที่ Blue Heaven และเมื่อมาถึง ทางรีสอร์ทก็มี Welcome Drink มาบริการครับ เป็นน้ำอัญชัญ แต่เมื่อเราบีบมะนาวมันจะกลายเป็นสีม่วง รสชาติก็พอใช้ได้ ไม่ได้แย่ไรมากมายครับ หลังจากเก็บของเข้าที่พักเรียบร้อย ผมก็เดินทางมาที่แถว ๆ ท่าเรือ หาของทานเล่น เพราะมี 7-11 เพียงสาขาเดียวบนเกาะ ตอนผมไปเค้ายังไม่มีรณรงค์ไม่แจกถุงพลาสติกเหมือนปัจจุบันนะครับ แต่ว่าที่นี่ เค้าแจกให้เฉพาะของร้อน เลยแบกของกันทุลักทุเลมาก หลังจากกลับมาจากท่าเรือเพื่อซื้อของจาก 7-11 ผมก็มาสั่งข้าวทานเลยล่ะครับ หิวมาก ไม่ได้สั่งอะไรเยอะแยะ ตามในรูป ที่สั่งมาก็แทบจะกินไม่หมดแล้ว หลังจากทานอาหารเสร็จ ผมก็ตรียมเข้านอนเลยครับ เพราะเหนื่อยจากการเดินทางมาก อีกอย่างใช้เวลาบนเรือนานมากจริง ๆ หลับไปไม่รู้ว่ากี่ตื่นแล้ว ห้องพักโดยรวมโอเคครับ แต่ห้องน้ำมีจิ้งจกนะ รีสอร์ทนี้เค้าเน้น Natural ครับ แฟนผมเป็นคนกลัวจิ้งจก เวลาอาบน้ำก็ต้องไปเฝ้านาง อาบน้ำเสร็จก็เข้าพักผ่อนเอาแรงไว้ลุยพรุ่งนี้ วันที่2 ตื่นเช้ามา ทางรีสอร์ทเค้ามี Breakfast บริการครับ Scrambled eggs พร้อม Sausage รสชาติอร่อยใช้ได้เลย กินจมอิ่มแล้วก็กลับไปอาบน้ำ สถานีต่อไปคือ เกาะนางยวนครับ มาถึงแล้วครับ เกาะนางยวน เกาะนี้สวยงามมากครับ พูดถึงความเป็นจริง สวยกว่าเกาะเต่าเสียอีก ซึ่งหัวใจสำคัญของที่นี่คือ ทะเลแหวก ที่ผมกับแฟนกำลังจะเดินทางไปนะครับ สะพานไม้นี้ ตั้งงอยู่บนโขดหิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเดินขึ้นไปยังบริเวณ View Point (จุดชมวิว) เดินมาเรื่อยๆ ถึงจะไม่ไกลมาก แต่ก็เล่นเอาหอบได้เหมือนกัน แนะนำนะครับสำหรับใครที่สนใจจะมา รองเท้า ผมแนะนำเป็นผ้าใบนะครับ เพราะมีช่วงที่ต้องปีนโขดหินขึ้นไปยังจุดชมวิว ต้องรอคิวอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงเลยครับ เพราะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวขึ้นมาถ่ายรูปกันเยอะมาก ๆ เป็นจุดที่ผมถ่ายรูปไว้เยอะเลย แต่ลงแค่มือพอเนอะ เพราะกว่าจะถึงจุดชมวิว หน้าไปหมดเเล้วละครับ มันเยิ้ม 5555 นี่คืออีกคอนเทนต์ของเกาะเต่า ครับ ชื่อร้านว่า Lotus Bar ฝรั่งเยอะมาก ๆ ๆก็เกาะนี้มีแต่ฝรั่งอ่ะเนอะ มีการแสดงโชว์ มีแสงสีเสียงเยอะแยะเลยครับ ใครชอบดื่มก็มาได้เพลิน ๆนะครับ ร้านนี้ไม่ว่าจะซีซั่นไหน ไฮหรือโลว์ซีซั่น ก็มีคนเยอะ คึกคักตลอดเลย เที่ยวเสร็จผมก็กลับรีสอร์ทเข้านอนครับ วันที่3 เช้ามา ตื่นสายมากครับ เพราะอากาศดีมาก ฝนเริ่มปลอยๆ โชคดีที่เดินทางมาถึงท่าเรือทัน สังเกตดูนะครับ ท่าเรือคนเยอะมาก ๆ เป็นวันอาทิตย์ คนเดินทางกลับกันเยอะ ผมก็รออยู่พักใหญ่กว่าจะได้ขึ้นเรือ หลังจากขึ้นเรือก็เดินทางกลับมายังท่าเรือ ต่อรถบัส มายังสนามบิน และกลับถึงกรุงเทพโดยปลอดภัยครับ หลังจากนี้ คือแบตผมหมดพอดี เลยไม่ได้เก็บภาพช่วงขากลับไว้เลย ผมเป็นคนชอบเที่ยวภาคใต้ช่วงฤดูฝนครับ ไม่รู้ทำไม เป็นคนชอบฝน อีกอย่างราคาก็ค่อนข้างถูกด้วยครับ แต่ถ้าใครมาเที่ยวช่วงหน้ามรสุมแบบนี้ก็คงจะต้องพลาดการดำน้ำกันไป แต่ผมเน้นเสพบรรยากาศ ไม่ค่อยเน้นดำน้ำครับ