Japan Diaries : 14 วันที่นากาโนะและโตเกียว ผมมีโอกาสได้เดินทางไปญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก เพื่อฝึกงานและดูงาน ณ วิทยาลัยเทคนิคอุตสาหกรรมนากาโนะ (Nagano College of Technology) ช่วงเวลา 14 วันนั้นสั้นแต่ทรงพลังมันคือบททดสอบการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากไทยอย่างสิ้นเชิงผมได้เรียนรู้ทั้งการใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนในวัฒนธรรมที่ใส่ใจในรายละเอียด และแน่นอนว่ามาถึงญี่ปุ่นทั้งที ผมไม่พลาดที่จะออกไปเปิดโลกกว้าง ตะลุยเช็คอินแลนด์มาร์กยอดฮิต ทั้งดื่มด่ำธรรมชาติที่นากาโนะ และไปสัมผัสแสงสีความศิวิไลซ์ที่โตเกียว ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทั้งในเวลางานและเวลาเที่ยว คือประสบการณ์จริงที่หล่อหลอมมุมมองใหม่ๆ ให้ผม และผมพร้อมแล้วที่จะแชร์บันทึกการเดินทางครั้งนี้ให้ทุกคนได้อ่านกันครับ ภาพบรรยากาศ Nagano College of Technology (รูปภาพจาก สิปปวิชญ์ กุดั่น) Nagano College of Technology แหล่งอัปสกิลวิศวะชั้นเยี่ยม จุดเช็คอินแรกของทริปนี้คือ Nagano College of Technology บ้านหลังแรกในการฝึกงานของผม ซึ่งถือเป็นจังหวะที่ดีมากเพราะช่วงที่ไปตรงกับ เทศกาลกีฬาสี พอดี บรรยากาศในวิทยาลัยเลยเต็มไปด้วยพลังและความคึกคักของนักศึกษาญี่ปุ่น ภาพของอาคารเรียนและหอพักที่เห็นตรงหน้า สะอาดตาและกว้างขวาง ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในฉากซีรีส์หรือโลกอนิเมะจริงๆ แม้ว่าความเป๊ะของระบบระเบียบและวัฒนธรรมการทำงานที่นี่จะต่างจากไทยจนทำให้ผมต้องปรับจูนตัวเองขนานใหญ่ในช่วงแรก แต่พอมองย้อนกลับไป มันคือประสบการณ์ล้ำค่าที่ช่วยฝึกให้เราแกร่งขึ้นจริงๆ ครับ ภาพบรรยากาศ วัดเซ็นโคจิ (รูปภาพจาก สิปปวิชญ์ กุดั่น) วัดเซ็นโคจิ (Zenkoji Temple) แลนด์มาร์กศักดิ์สิทธิ์แห่งนากาโนะ ในช่วงสุดสัปดาห์ในสัปดาห์แรกสถานที่ท่องเที่ยวแรกหลังเหนื่อยจากการเรียน คือ วัดเซ็นโคจิ (Zenkoji Temple) ความรู้สึกแรกที่ได้มาเยือนแลนด์มาร์กสำคัญของนากาโนะ คือความตื่นตาตื่นใจในความยิ่งใหญ่ครับ โดยเฉพาะเมื่อได้มายืนอยู่หน้า ประตูนิโอมง (Niomon Gate) ประตูไม้โบราณขนาดมหึมา ที่มีรูปปั้น ยักษ์นิโอ (Nio Guardians) ทั้งสองฝั่ง เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายตามความเชื่อ เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในวัด ผมได้สัมผัสถึงความงดงามและบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความศรัทธาของชาวญี่ปุ่น มีทั้งจุดให้สักการะบูชาและเครื่องรางนำโชคที่เป็นเอกลักษณ์ให้เลือกชม ความวิจิตรตระการตาของสถาปัตยกรรมทั้งภายนอกและภายใน ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ทรงคุณค่าและน่าจดจำอย่างยิ่งครับ ภาพบรรยากาศ คิสโชอัน (รูปภาพจาก สิปปวิชญ์ กุดั่น) คิสโชอัน (吉祥庵) รสชาติแท้ที่คอเส้นต้องยอมรับ หลังจากเดินชมวัดเซ็นโคจิจนอิ่มใจก็เริ่มหิว เราจึงแวะไปทาน โซบะเย็น (Zaru Soba) เมนูขึ้นชื่อของนากาโนะกันที่ร้าน คิชโชอัน (吉祥庵) ตามคำแนะนำของเพื่อนชาวญี่ปุ่น แม้ร้านนี้จะไม่ใช่ร้านดังในกระแส แต่รสชาติกลับซ่อนรูปและมีบรรยากาศการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนทานข้าวบ้านเพื่อน สิ่งที่สร้างความแตกต่างจากร้านทั่วไปคือ “ความพิถีพิถัน” ของเส้นโซบะนวดสดและน้ำซุปกลมกล่อมที่มอบรสสัมผัสพิเศษสมกับเป็นของดีประจำถิ่น อีกหนึ่งความประทับใจคือ มัทฉะชิโอะ (Matcha Salt) หรือเกลือชาเขียวที่เสิร์ฟคู่เทมปุระ ซึ่งมีกลิ่นหอมช่วยตัดเลี่ยนและดึงรสหวานของวัตถุดิบออกมาได้อย่างน่าตกใจ สะท้อนถึงความใส่ใจในรายละเอียดตามแบบฉบับญี่ปุ่นแท้ๆ ครับ ภาพบรรยากาศ วัดเซ็นโซจิ (รูปภาพจาก สิปปวิชญ์ กุดั่น) วัดเซ็นโซจิ (Senso-ji Temple) โคมแดงยักษ์คามินาริมง วันถัดมาเรานั่งรถไฟใต้ดินเข้าโตเกียวไปเยือน วัดเซ็นโซจิ (Senso-ji Temple) ย่านอาซากุสะ ซึ่งโดดเด่นด้วยโคมไฟแดงยักษ์ คามินาริมง (ประตูสายฟ้า) ที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าทางเข้า ภายใต้โคมไฟซ่อนงานแกะสลักรูป มังกร สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ ขนาบข้างด้วย เทพเจ้าสายฟ้า (Raijin) และ เทพเจ้าสายลม (Fujin) ที่เชื่อกันว่าคอยปกป้องวัดจากภัยพิบัติ บรรยากาศภายในที่คึกคักไปด้วยร้านค้าและจุดสักการะ ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่าแต่ละวัดล้วนมีที่มาและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันครับ ภาพบรรยากาศ ปราสาทมัตสึโมโตะ (รูปภาพจาก สิปปวิชญ์ กุดั่น) ปราสาทมัตสึโมโตะ (Matsumoto Castle) ฉายา "ปราสาทอีกา" สีดำทมิฬ ก่อนจะถึงจุดหมาย อาจารย์ชาวญี่ปุ่นได้เกริ่นให้ฟังถึงตำนานของ ปราสาทมัตสึโมโตะ ว่าทำไมถึงได้รับฉายาว่า ปราสาทอีกา สาเหตุแรกคือผนังสีดำขลับที่เกิดจากการทา ยางรัก เพื่อปกป้องตัวปราสาทจากสภาพอากาศที่โหดร้ายทั้งฝนและหิมะในแถบนี้ ส่วนอีกเหตุผลคือรูปทรงของหลังคาที่ซ้อนชั้นแผ่กว้าง ดูคล้ายกับ ปีกของอีกา ที่กำลังกางออกอย่างสง่างาม เมื่อได้เห็นของจริง ภายนอกดูเข้มขลังและน่าเกรงขามสมคำร่ำลือ แต่พอได้ก้าวเข้าไปภายใน กลับให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในยุคซามูไรโบราณจริงๆ โครงสร้างไม้เดิมๆ ยังคงความขลัง อีกทั้งยังมีการจัดแสดงโบราณวัตถุและอาวุธหาดูยากไว้มากมาย เป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านสถานที่จริงที่น่าประทับใจมากครับ ภาพบรรยากาศ บริษัท Tsuzuki Manufacturing Co., Ltd (รูปภาพจาก สิปปวิชญ์ กุดั่น) บริษัท Tsuzuki Manufacturing Co., Ltd. ผู้นำอุตสาหกรรมแห่งเมืองซากากิ และก่อนที่ผมจะจากลาจากนากาโนะที่สุดท้ายที่ผมได้ไปก็คือ บริษัท Tsuzuki Manufacturing ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง ซากากิ จังหวัดนากาโนะ ซึ่งเป็นเมืองที่มีโรงงานชั้นนำตั้งกันอยู่เยอะมาก เป็นโรงงานแม่ที่คอยผลิตชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์ HONDA และเครื่องจักร KOMATSU ในช่วงการอบรมทางฝ่ายพนักงานโรงงานก็ได้มาพูดถึงจุดเด่นต่างๆของโรงงานและได้เดินชมการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ไม่ใช่ใครก็จะเข้าได้เป็นการเปิดประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนแน่นนอน ภาพบรรยากาศ อนุสาวรีย์คุสุโนกิ มาซาชิเกะ (รูปภาพจาก สิปปวิชญ์ กุดั่น) อนุสาวรีย์คุสุโนกิ มาซาชิเกะ สัญลักษณ์สูงสุดแห่งความจงรักภักดี อนุสาวรีย์แห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความสงบของ สวนไกเอ็น (Kokyo Gaien) พื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่หน้าพระราชวังที่ใจกลางโตเกียวครับ บรรยากาศโดยรอบร่มรื่นไปด้วยทิวแถวของ ต้นสนดำ (Black Pine) รูปทรงสวยงามหลายพันต้น ทำให้ที่นี่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาเดินเล่นพักผ่อนและเก็บภาพความทรงจำดีๆ คู่กับประวัติศาสตร์มาก ภาพบรรยากาศ Tokyo Bay Ariake Washington Hotel (รูปภาพจาก สิปปวิชญ์ กุดั่น) Tokyo Bay Ariake Washington Hotel ทำเลทองหน้า Tokyo Big Sight ช่วงเวลาสุดท้ายก่อนเดินทางกลับประเทศไทย ผมได้ค้างคืนที่ Tokyo Bay Ariake Washington Hotel โรงแรมขนาดใหญ่ที่มอบประสบการณ์การพักผ่อนแสนพิเศษด้วยห้องพักปูเสื่อทาทามิ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิม เพียงแค่ก้าวออกจากโรงแรม ข้างหน้าของผม คือ Tokyo Big Sight แลนด์มาร์กสำคัญซึ่งเป็นศูนย์กลางนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ แม้ครั้งนี้จังหวะเวลาจะไม่ตรงกับช่วงจัดงาน แต่ความยิ่งใหญ่ของสถานที่ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าผม ก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความประทับใจและความสุขเล็กๆ ให้ผมได้เก็บกลับบ้านไปอย่างเต็มเปี่ยม สรุป Japan Diaries 14 วันที่นากาโนะและโตเกียว ถ้าคุณกำลังมองหาทริปที่จะช่วยเติมไฟให้ชีวิตและเติมเต็มความฝัน ผมขอแนะนำประเทศญี่ปุ่นเลยครับ นอกจากการได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และสัมผัสเทคโนโลยีที่เปิดโลกทัศน์เราแล้ว สิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนมาเจอคือ ความน่ารักของคนญี่ปุ่น ครับ มิตรภาพที่นี่อบอุ่นและเกิดขึ้นง่ายกว่าที่คิด แค่ศึกษาดูงานยังสนุกขนาดนี้ ถ้าได้มาเที่ยวจริงๆจะสนุกขนาดไหน ลองมาสร้างความทรงจำสุดประทับใจแบบผมกันเถอะครับ รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอน! (รูปภาพทั้งหมดโดย นายสิปปวิชญ์ กุดั่น )