ทริปพักใจ เดินช้า ๆ ท่ามกลางธรรมชาติ คาเฟ่ และวิถีสโลว์ไลฟ์ ใครกำลังมองหาทริปพักใจ เดินทางไม่เร่งรีบ ได้ทั้งธรรมชาติ คาเฟ่ และบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ จังหวัดเลย–เชียงคาน เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากสำหรับ ทริปสั้น ๆ 3 วัน 2 คืน ทริปนี้เราเลือกเที่ยวแบบไม่อัดแน่น เน้นเดินเล่น ถ่ายรูป และพักผ่อนจริง ๆ ปล่อยให้แต่ละวันค่อย ๆ ไหลไปตามจังหวะของตัวเอง Day 1: ตัวเมืองเลย : คาเฟ่ พักผ่อนเบา ๆ หลังจากที่เดินทางมาตั้งแต่เช้า เริ่มต้นวันแรกด้วยการเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองจังหวัดเลย เราเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวจากตัวเมืองจังหวัดลำปางด้วย ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร ประมาณ 12.30 น. เราก็มาถึงตัวเมืองเลย ยังไม่ถึงเวลาเช็กอินที่พัก เราจึงแวะเติมพลัง มื้อแรกกันที่ร้านสถานีตำเลย ณ ป่าเป้า ร้านอาหารอีสานรสจัดจ้าน เหมาะมากสำหรับเติมพลังหลังขับรถยาว เมนูที่เราสั่งคือ ตำด๊องแด๊งทะเลรวม เครื่องทะเลให้มาแบบจัดเต็ม คลุกเคล้ากับน้ำยำรสเผ็ดหวานถึงใจตามมาด้วยขนมจีนน้ำแจ่ว รสชาติกลมกล่อม หอมเครื่องและปีกไก่ย่าง เนื้อนุ่ม กินคู่กับน้ำจิ้มแล้วเข้ากันมาก บรรยากาศร้านสบาย ๆ อาหารออกไว ได้กินของแซ่บก่อนเริ่มเที่ยวต่อ ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นเยอะ หลังจากอิ่มท้องแล้ว เราก็มาต่อกันที่คาเฟ่ที่ชื่อว่า Our house ช่วงที่เราไป ร้านกำลังตกแต่งในธีมคริสต์มาส บรรยากาศอบอุ่น น่ารักตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไป ใครเป็นสายคาเฟ่และชอบถ่ายรูป ไม่ควรพลาดร้านนี้เลย มีเครื่องดื่มให้เลือกหลากหลาย ที่นั่งกว้าง มุมถ่ายรูปน่ารัก ๆ เพียบ ตั้งแต่ทางเข้าร้านไปจนถึงข้างในร้าน เรียกได้ว่าเป็นคาเฟ่ที่ ถ่ายได้ทุกมุม คุ้มสุด ๆ หลังจากแวะคาเฟ่และเช็กอินที่พักเรียบร้อย เราเลือกใช้ช่วงเย็นของวันแรกแบบ สบาย ๆ ปล่อยให้ตัวเองได้พักผ่อน เพื่อเตรียมแรงสำหรับการเที่ยวธรรมชาติในวันถัดไป ช่วงเย็นเราออกมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะกุดป่องบรรยากาศคึกคักกว่าที่คิด มีทั้งคนมาเดินออกกำลังกาย กลุ่มเพื่อน และครอบครัวที่ออกมาใช้เวลาร่วมกัน ทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก จากนั้นเราเดินข้ามสะพานไปยังฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นโซนถนนคนเดินเล็ก ๆ ริมน้ำ มีร้านอาหารสตรีทฟู้ดเรียงรายให้เลือกเพียบ ร้านที่แวะคือ Outlaw Brewing ร้านเบียร์คราฟต์ขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุม แม้ร้านจะไม่ใหญ่ แต่บรรยากาศ แสงไฟ และเสียงดนตรีกลับลงตัวมาก ๆ ให้ฟีลอบอุ่น เป็นกันเอง เหมาะสำหรับการนั่งพูดคุยและผ่อนคลายหลังเดินทางมาทั้งวัน ก่อนกลับที่พัก เราแวะมื้อค่ำที่ร้านลาบอีสานนัวเพลิน ร้านอาหารอีสานรสจัดจ้านที่ชื่อสมกับรสชาติเมนูอย่างลาบ และส้มตำ รสชาติถึงเครื่อง จัดจ้าน เป็นมื้อค่ำเบา ๆ แต่ได้ความอิ่มแบบพอดี ถือเป็นการปิดวันแรกของทริปจังหวัดเลยได้อย่างลงตัวสุด ๆ Day 2 : ธรรมชาติยามเช้า & วิถีสโลว์ไลฟ์เชียงคาน วันที่สองของทริป เราตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อมุ่งหน้าไปยัง ภูป่าเปาะ หรือ “ฟูจิเมืองเลย” หนึ่งในจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยและมีเอกลักษณ์ที่สุดของจังหวัดเลย เมื่อถึงด้านล่างของภูเราจะพบกับคุณลุงเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ซึ่งจะพาเราขึ้นไปด้านบนด้วยรถอีแต๊กซึ่งจะคิดค่าบริการคนละ 80 บาท เส้นทางอาจจะขรุขระเล็กน้อย แต่เป็นประสบการณ์ที่สนุกและได้บรรยากาศมาก ใช้เวลาขึ้นไปไม่นาน ก็จะได้พบกับวิวแบบพาโนรามา ภูเขาซ้อนกันเป็น ชั้น ๆ พร้อมกับแสงแรกของพระอาทิตย์ที่ค่อย ๆ สาดส่องลงมา อากาศเย็น เงียบสงบ มีหมอกลอยบาง ๆ เป็นโมเมนต์ที่คุ้มค่ากับการตื่นเช้ามาก และฮีลใจสุด ๆ หลังจากชมวิวและถ่ายรูปกันจนจุใจ เราก็เดินทางต่อเข้าสู่ อำเภอเชียงคาน จุดแวะแรกของเชียงคาน คือคาเฟ่ฟีลธรรมชาติอย่างบ้านติดดิน คาเฟ่ธรรมชาติที่อบอุ่น รายล้อมไปด้วยดอกไม้สีสันสดใส มีมุมถ่ายรูปน่ารัก ๆ หลากหลายมุม ตัวร้านตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำโขงมีทั้งโซนที่นั่งด้านในและที่นั่งริมแม่น้ำ เหมาะมากสำหรับการนั่งพัก ชาร์จพลัง และจิบเครื่องดื่มชิล ๆ จากนั้นเราไปเติมพลังมื้อกลางวันที่ร้านดังอย่าง จุ่มนัวยายพัด เมนูไฮไลต์คือ “จุ่มนัว” หน้าตาคล้ายสุกี้ แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ใส่หมูหมัก เนื้อนิ่ม ผัก และเลือกเส้นได้หลายแบบ จุดเด่นอยู่ที่น้ำราดสูตรโบราณ รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ราดมาให้แบบจัดเต็ม นัวสมชื่อจริง ๆ เมนูนี้สามารถหาทานได้เฉพาะที่เชียงคาน และมีเพียงร้านยายพัดร้านเดียวเท่านั้น ซึ่งสืบทอดสูตรความอร่อยมานานกว่า 70 ปี นอกจากนี้ยังมี ก๋วยจั๊บ ขนมจีน หมี่กะทิ และขนมหวานให้เลือกอีกด้วย ช่วงเย็นของวันนั้น เรามาเดินเล่นต่อกันที่ แก่งคุดคู้ จุดชมวิวแม่น้ำโขงชื่อดัง บรรยากาศยามเย็นเงียบสงบ ลมพัดเย็นสบาย มีนักท่องเที่ยวมาเดินเล่น ถ่ายรูป และนั่งชมวิวกันอย่างไม่เร่งรีบ ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและผ่อนคลายมาก จากนั้นเราก็เดินต่อไปยัง ถนนคนเดินเชียงคาน ถนนสายเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของบ้านไม้เก่า ร้านขายของแฮนด์เมด เสื้อผ้า ของฝาก และอาหารพื้นเมืองเรียงรายตลอดสองข้างทาง เหมาะกับการเดินชิล ๆ เลือกของฝาก และซึมซับบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ของเชียงคานในช่วงค่ำคืน Day 3 : จิบกาแฟยามเช้า + ซื้อของฝากก่อนเดินทางกลับ เช้าวันสุดท้ายของทริปก่อนออกเดินทางกลับ เราเลือกเริ่มต้นวันแบบช้า ๆ ด้วยการแวะ Tiny House คาเฟ่เล็ก ๆ ที่อบอุ่นและน่ารัก เมนูที่เราเลือก คือ มัทฉะคู่กับขนมปังไส้ถั่วแดง รสชาติกลมกล่อม ไม่หวานเกินไป กินคู่กันแล้วลงตัวมาก เป็นอีกหนึ่งร้านที่อยากแนะนำ หลังจากเติมพลังด้วยของหวานเรียบร้อยแล้วเราแวะซื้อของฝากติดไม้ติดมือทั้ง ขนมเบื้องเซ็ต DIY ไส้แน่น ครีมจุก ๆ ทำเองสนุก และ ข้าวเปียกปากหมา น้ำซุปหวานกลมกล่อม กินคู่กับเส้นเหนียวนุ่ม อร่อยลงตัว ถือเป็นการปิดทริปจังหวัดเลย–เชียงคาน 3 วัน 2 คืน แบบเรียบง่าย อิ่มใจ และไม่เร่งรีบ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักผ่อน เติมพลัง และกลับไปใช้ชีวิตต่อด้วยความสบายใจ 🌿 เครดิต รูปภาพหน้าปก / รูปภาพประกอบบทความ - Emika (ผู้เขียน) อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !