เป็นครั้งแรกที่ได้ใช้บริการอาคาร SAT-1 (Satellite Terminal 1) ซึ่งเป็นอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 สำหรับผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก รองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ เชื่อมต่อกับอาคารผู้โดยสารหลัก(Main Terminal Building) หรือย่อๆว่า MTB ด้วยรถไฟฟ้าขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (ไร้คนขับ) (Automated People Mover-APM)) ผ่านอุโมงค์ใต้ดิน ระยะห่างประมาณ 1 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 5 นาที การออกแบบอาคารเน้นแสงธรรมชาติใช้พลังงานสะอาด ความทันสมัยผสมผสานกับศิลปะและวัฒนธรรมไทย เช่น ลายจักสาน ลายผ้าไหมไทย ท่าแม่ไม้มวยไทย เป็นต้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ห้องรับรอง และโซนอำนวยความสะดวกต่างๆ มีประตูทางออก (Gate) 28 หลุมจอดประชิดอาคาร ตั้งแต่ S101 ถึง S128 วันที่ 5 ธค. 2568 คือกำหนดวันเดินทางไปประเทศไต้หวัน มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิราว 10 โมงเศษๆ ได้เช็คอินออนไลน์มาก่อนแล้ว เดินตรงไปที่แถว R (Row R) จุดบริการโหลดกระเป๋าด้วยตนเองอัตโนมัติ(Common Use Bag Drop-CUBD) ของสายการบิน Starlux จะเปิดให้บริการโหลดกระเป๋าด้วยตนเองล่วงหน้า 6 ชั่วโมงก่อนเวลาออกเดินทาง และปิดทำการ ก่อนเวลาออกเดินทาง 1 ชั่วโมง ทำการสแกนพาสปอร์ตที่ตู้คีออส (Kiosk) เพื่อพิมพ์ตั๋วเครื่องบิน ( Boarding Pass) และพิมพ์ป้ายกระเป๋า (Bag Tag) แล้วนำป้ายกระเป๋ามาคล้องติดหูกระเป๋าเดินทาง จากนั้นลากกระเป๋าไปที่เครื่อง CUBD หน้าสายพานรับกระเป๋า ทำการสแกนบอร์ดดิ้งพาสและยกกระเป๋าวางบนสายพานด้วยตัวเอง รอรับใบยืนยันรับกระเป๋าที่พิมพ์ออกมาจากเครื่องเก็บไว้เป็นหลักฐาน สะดวก รวดเร็วมาก และง่ายเพราะมีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือแนะนำการทำรายการ จำได้ว่าใช้เวลาตรงจุดนี้ไม่เกิน10-15 นาที ทุกอย่างเรียบร้อย เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปจุดตรวจความปลอดภัย (Security Checkpoint) เพื่อผ่านการสแกนตรวจค้น แล้วไปขึ้นรถไฟเชื่อมต่ออาคาร (Shuttle Train หรือ APM) เพื่อไปยังอาคาร SAT-1 แล้วเดินตามป้ายบอกทางไปยังประตูขึ้นเครื่อง (GATE) ที่ระบุในบอร์ดดิ้งพาส เราขึ้นเครื่องที่ Gate 108 อาคาร SAT-1 โอ่อ่า สวย วิจิตร ตระการตา อลังการมาก ประทับใจที่สุด ห้องน้ำหญิงโซนภาพชุมชนริมน้ำสมัยโบราณ งดงามเกินบรรยาย ด้านหน้าทางเข้าห้องน้ำหญิงพร้อมโซฟาที่นั่งคอยที่ยาวมาก ใช้สุขภัณฑ์อัตโนมัติ ห้องน้ำชาย-หญิง อยู่คนละฝั่ง มีทางเดินคั่นกลาง ต่างไปจากการวางแปลนแบบเดิมโดยสิ้นเชิง มีรูปปั้นเงินหญิง-ชายสวมชุดไทยโบราณงามวิจิตรยืนท่าร่ายรำในสวนต้นไม้ นอกจากความสวยงามแล้ว ยังเป็นสัญญลักษณ์บอกทางไปห้องน้ำชาย และห้องน้ำหญิง ด้วย ได้ประโยชน์หลายสถานดี ยังมีเวลามากพอจะไปทานอาหารที่ Miracle Lounge เดินตามป้ายบอกทาง รู้สึกว่าไกลมาก ลึกมาก เดินไม่ถึงสักที เริ่มไม่แน่ใจ เลยถามคนที่เดินสวนทางมา ถูกทางแล้วเดินไปทางเดิมอีกหน่อยก็ถึง ควรเพิ่มป้ายชี้ทางไป Miracle Lounge ในระยะใกล้จะถึง อีกสักจุด 2 จุด เราเข้าใช้บริการฟรีโดยแสดงบัตรเครดิต UOB Premium และบอร์ดดิ้งพาส หากจะใช้บัตรเครดิต The Passion ของกสิกรไทย ต้องใช้คู่กับบอร์ดดิ้งพาสของการบินไทยและในเครือเท่านั้น จึงจะใช้บริการได้ฟรี 2 ชั่วโมง แต่ละบัตรใช้ได้ฟรีปีละ 2 ครั้งเท่านั้น อาหารที่แนะนำ ไม่ควรพลาด เช่น ข้าวมันไก่ ต้มข่าไก่ ครัวซ็อง เป็นต้น อาหารคาวหวานและเครื่องดื่มมากมายหลากหลาย ตามแต่จะเลือกรับประทาน อิ่มมากทุกครั้งที่ได้มาใช้บริการ ด้านหน้า Gate S108 มีที่นั่งคอยจำนวนมากและร้านอาหาร พื้นที่กว้างขวาง ไม่อึดอัด ดีกว่าอาคารเดิมมากๆ ห้องน้ำใกล้ๆ ใช้ฝารองนั่งสุขภัณฑ์แบบไม่ใช้ไฟฟ้า ต้องโยกก้านควบคุมขึ้นหรือลง ใช้งานง่าย มีวิธีใช้ติดอยู่ในห้องน้ำ ตามรูป วันเดินทางกลับ 8 ธค.2568 ขาเข้าประเทศไทย อาคาร SAT-1 มีป้ายบอกทางชัดเจน เป็นระยะๆ เดินตามป้ายได้เลย ไม่หลง มีห้องน้ำโซนท่าแม่ไม้มวยไทย ใช้บริการแล้วเดินตามป้ายไปขึ้นรถไฟฟ้า Shuttle Train ไปยังอาคารหลัก (MTB) ผ่าน ตม. แล้วไปรอรับกระเป๋าเดินทางที่สายพาน 17 (ดูได้ที่บอร์ดระหว่างทางเดินว่าสายการบินใดรับกระเป๋าได้ที่สายพานเลขที่เท่าไหร่) แล้วเดินทางกลับบ้าน เครดิตภาพ:- KaijeawCheese อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !