10 ปีมาแล้ว ผมเคยมาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ "เกาะสะเดิ่ง" ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ชื่อหมู่บ้านเป็นภาษาท้องถิ่นกะเหรี่ยงที่แปร่งมาเป็นสำเนียงไทย ซึ่งเป็นชื่อของต้นไม้อย่างหนึ่งที่ขึ้นตามริมริมน้ำ ด้วยหมู่บ้านแห่งนี้มีต้นโก่วถะเดิ่ง(ในเสียงภาษากะเหรี่ยง) เต็มริมน้ำ ทำหน้าที่เป็นกำแพงริมตลิ่งป้องกันดินทรุดและโอบอุ้มน้ำไว้ให้ความร่มรื่นตลอดริมน้ำเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในตำบลไล่โว่ มาผมใช้ชีวิต 2 ปีกว่า มาทำงานที่นี่ ได้รู้จักผู้ใหญ่และเด็กๆ ที่ทำงานร่วมด้วย มิตรภาพไมตรีที่ยิ่งใหญ่ ที่ไปไหนในตอนเย็นก็จะมีการชวนกินข้าวเย็น หลายๆ ครั้งก็ปฏิเสธไม่ได้ ทำให้ความสนิทสนมกับคนที่นี่มีมากขึ้นเรื่อยๆ เวลามีกิจกรรมชุมชนก็มีโอกาสได้ร่วมเสมอ เป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีไฟฟ้าทั้งตำบล แต่ใช่พลังงานสะอาดจากแสงแดดทดแทน (โซล่าเซลล์) จะใช้สะดวกในช่วงฤดูแล้ง และจะไม่ค่อยเพียงพอในช่วงฤดูฝน ในฤดูฝน นอกจากแสงไฟที่ต้องอาศัยแสงแดดแล้ว เรื่องการเดินทางจะลำยากมาก ชาวบ้านสามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ภายในหมู่บ้านหรือไปสวนใกล้ๆ บ้านได้ แต่ไม่สามารถขับขี่ออกมานอกหมู่บ้านได้ เพราะมีสายน้ำเป็นอุปสรรค เวลาจะออกจากหมู่บ้านก็ต้องเดินเท้าออกมาเท่านั้น ซึ่งหมู่บ้านที่ใกล้เคียงที่สุดก็คือ บ้านกองม่องทะ พอมาถึงก็สามารถเข้าสู่อำเภอสังขละบุรีเพื่อทำธุระได้ ช่วงเวลาที่ผมมาอยู่ที่นี่ วันเสาร์อาทิตย์หรือช่วงไหนที่ต้องออกมาทำธุระก็จำเป็นต้องเดินเท้าออกมาเป็นหลัก การเดินเท้าจากหมู่บ้านเกาะสะเดิ่งถึงบ้านกองม่องทะที่เป็นบ้านเกิดของผม ระยะทางราว 9 กิโลเมตร แต่เป็นพื้นที่ภูเขาและทางราบ การใช้เวลาในการเดินของคนพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 2 ชั่วโมง ก็ถือเป็นการออกกำลังกายไปในตัว ได้ขึ้นเขา ลงเขา ข้ามน้ำ หลบฝน ออกเดินทางช่วงเวลา 4 โมงเย็นกว่าถึงบ้านก็ใกล้ 6 โมงเย็นเป็นประจำ ถือเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขอีกช่วงหนึ่ง เพราะสมัยนั้นสัญญาณโทรศัพท์ก็ยังไม่มี การติดต่อสื่อสารกันลำบากมาก ใช้สัญญาณอินเทอร์เน็ตก็ไม่ดี การเดินเท้าจึงเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดแล้ว มาถึงวันนี้ก็ผ่านไป 10 ปีแล้ว ยังมีโอกาสได้มาเที่ยวหาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่บ่อยครั้ง แต่ความรู้สึกที่มีให้กับหมู่บ้านเกาะสะเดิ่งก็ยังเหมือนเดิม ผู้คนก็ยังอบอุ่น เด็กๆ ก็เติบโตขึ้นตามวัย ความรู้สึกดีๆ ก็ยังมีให้กันเสมอมาวันนี้สามารถเดินทางข้ามเขาได้ด้วยสองล้อของรถจักรยานยนต์ได้แล้ว เพราะมีสะพานข้ามแม่น้ำด้วยไม้ไผ่ที่เรียบง่ายที่ชาวบ้านช่วยกันทำในทุกๆ ปี และทางชาวบ้านก็ตั้งใจจะทำสะพานเสาปูนขึงสลิงไว้สัญจรได้ตลอดปี แต่ก็ยังขาดความต่อเนื่องเพราะด้วยปัญหาหลายๆ อย่าง จึงยังไม่สำเร็จดี ก็หวังว่าวันหนึ่งสะพานที่ใช้สัญจรได้ในตลอดปีสำเร็จในไม่ช้า ขอเป็นอีกพลังที่คอยเสริมให้การเดินทางของชาวบ้านสะดวกขึ้นตามความจำเป็น เพราะบางครั้งธุระ ความเจ็บป่วยก็สร้างความลำบากให้คนในพื้นที่ได้เช่นกัน โดยเฉพาะหน้าฝนที่เข้า-ออกได้ลำบากมาก เพราะมีสายน้ำเป็นอุปสรรค จากสองเท้าในวันนั้นหันมาใช้สองล้อในวันนี้ ใช้เวลาเดินทางน้อยลง ขอนำสิ่งดีๆ ตอบแทนกลับไปตามที่จะทำได้ เพราะไม่ว่าอย่างไร ที่นี่ก็ให้ความสุขใจได้เสมอมา เพราะที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในพื้นที่ของผม และที่นี่ คือ "บ้านเกาะสะเดิ่ง"เครดิต ภาพปก และภาพประกอบที่ 1-9 โดยผู้เขียนเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !