"อ่าวนาง" สวรรค์ริมทะเลกระบี่ ที่ไปกี่ทีก็ไม่เบื่อ ถ้าใครกำลังมองหาที่เที่ยวบรรยากาศชิล ๆ น้ำใส ๆ แต่ยังมีภูเขาอลังการไว้ถ่ายรูปสวย ๆ เราขอแนะนำ "อ่าวนาง" จ.กระบี่ เลย ที่นี่คือจุดหมายปลายทางยอดฮิตที่ใครมาก็ต้องหลงรัก เพราะมันมีความลงตัวระหว่างความสบายกับธรรมชาติที่ยังดูยิ่งใหญ่สุด ๆ บรรยากาศที่อ่าวนางมันดีต่อใจมาก ๆ เลยนะ พอมองออกไปจะเห็นน้ำทะเลสีมรกตตัดกับท้องฟ้า มีเรือหางยาวจอดเรียงรายเป็นแถว ยิ่งตอนเช้า ๆ ที่แดดเริ่มส่องลงมานะ บอกเลยว่าสวยจนใจเจ็บ ฟีลลิ่งมันเหมือนเราได้ทิ้งเรื่องวุ่นวายไว้ข้างหลังแล้วมานอนฟังเสียงคลื่นจริง ๆ ที่พักที่เราอยากแนะนำให้ดูจากรูปเลยคือ Golden Beach Resort ที่นี่ทำเลทองสุด ๆ เพราะอยู่ติดหาดแบบเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงทะเลแล้ว ตัวอาคารเค้าดีไซน์มาน่านอนมาก เป็นบ้านทรงกลมหลังคาโดมสีโทนอุ่น ๆ ดูแล้วสบายตา ให้ฟีลเหมือนอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ จุดเด่นของรีสอร์ตนี้ที่ต้องพูดถึงเลยคือฉากหลังที่เป็น "ภูเขาหินปูน" ขนาดมหึมา พอมองจากสวนในโรงแรมขึ้นไปจะเห็นความเขียวชอุ่มของต้นไม้ที่เกาะอยู่ตามหน้าผา มันดูอลังการและทรงพลังมาก ๆ เป็นมุมถ่ายรูปที่ใครเห็นก็ต้องทักว่าที่ไหน พอเดินออกมาหน้าหาด กิจกรรมที่เป็นหัวใจหลักของที่นี่คือการนั่ง "เรือหางยาว" เที่ยวเกาะครับ เรือที่นี่เค้ามีเสน่ห์มากนะ มีการผูกผ้าสี ๆ ตรงหัวเรือ นั่งรับลมเย็น ๆ จิบน้ำมะพร้าวไปดูน้ำใส ๆ ไป บอกเลยว่าฟินระดับสิบ แถมยังเลือกไปได้หลายที่ทั้งเกาะปอดะ หรือทะเลแหวก เรื่องของกินที่นี่ก็จัดเต็มสุด ๆ โดยเฉพาะ "อาหารใต้" รสชาติคนกระบี่แท้ ๆ อย่างแกงส้มปลากะพงที่เปรี้ยวเผ็ดกำลังดี หรือคั่วกลิ้งที่กลิ่นหอมสมุนไพรมาก ๆ ทานคู่กับอาหารทะเลสด ๆ ที่เพิ่งขึ้นจากเรือตอนเช้า บอกเลยว่ามื้อนี้คือที่สุดของการมาพักผ่อนแล้ว สำหรับใครที่เป็นสายสโลว์ไลฟ์ การเดินเล่นเลียบหาดอ่าวนางตอนเย็น ๆ คือสิ่งที่ไม่ควรพลาดเลยนะ ทางเดินเค้าทำไว้ดีมาก เดินสบาย ๆ ดูพระอาทิตย์ค่อย ๆ ตกดิน แสงแดดสีส้มอ่อน ๆ ที่ตกกระทบผิวน้ำมันเป็นภาพที่ดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อจริง ๆ อีกหนึ่งจุดเช็คอินที่ต้องไปถ่ายรูปเลยคือ "รูปปั้นปลาใบ" (Sailfish) ตัวโตที่ตั้งเด่นอยู่ริมหาด เป็นสัญลักษณ์ที่ใครมาอ่าวนางต้องแวะมาแชะภาพเก็บไว้ ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึงกระบี่นะ บริเวณนี้ลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวันเลยล่ะ วิถีชีวิตผู้คนที่นี่ก็น่ารักและเป็นกันเองมาก ๆ รอยยิ้มของชาวบ้านและพนักงานที่นี่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นใจ ไม่ว่าจะขอคำแนะนำเรื่องที่เที่ยวหรือหาร้านอาหารอร่อย ๆ ทุกคนก็พร้อมจะช่วยเหลือด้วยความเต็มใจเสมอ เดินเหนื่อย ๆ ก็มีร้านของฝากท้องถิ่นให้เลือกเพียบเลยนะ ทั้งผ้าปาเต๊ะสีสดใสหรืองานแฮนด์เมดน่ารัก ๆ ที่ทำจากเปลือกหอย รวมถึงขนมพื้นเมืองอย่างเต้าส้อหรือกะปิอย่างดี ใครที่ชอบซื้อของติดไม้ติดมือกลับบ้านบอกเลยว่าเพลินแน่นอน พอฟ้าเริ่มมืด บรรยากาศอ่าวนางจะเปลี่ยนไปอีกแบบเลย แสงไฟจากโคมไฟจีนสีแดงและสีสันต่าง ๆ ตามต้นไม้ (เหมือนในรูปคืนแรก) จะเริ่มสว่างขึ้น แสงไฟสะท้อนกับผิวน้ำที่นิ่งสนิทมันดูโรแมนติกมาก เหมาะกับการออกมานั่งทานข้าวริมหาดสุด ๆ การเดินทางมาที่นี่ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดนะ บินมาลงสนามบินกระบี่แล้วต่อรถตู้หรือรถเช่าแป๊บเดียวก็ถึงอ่าวนางแล้ว ถนนหนทางขับสบาย วิวข้างทางก็สวย มีภูเขาหินปูนสลับซับซ้อนให้ดูตลอดทางเลยล่ะ ถ้าถามว่าควรมาช่วงไหนดีที่สุด เราแนะนำช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายนครับ เพราะคลื่นลมจะสงบ น้ำทะเลจะใสแจ๋วเห็นตัวปลาเลย แต่ถ้าใครชอบความเงียบ ๆ แบบไม่ต้องแย่งใครเที่ยว หน้าฝนที่นี่ก็ดูเขียวขจีสดชื่นไปอีกแบบนะ ที่พักสวย ๆ อย่าง Golden Beach Resort แนะนำว่าให้จองล่วงหน้าเนิ่น ๆ เลยนะ เพราะช่วงไฮซีซั่นคนเยอะมาก ถ้าอยากได้ห้องที่เห็นวิวมุมโปรดหรือได้ทำเลดี ๆ การวางแผนก่อนจะช่วยให้ทริปของเราสมบูรณ์แบบที่สุด สุดท้ายนี้ อ่าวนางไม่ใช่แค่ที่เที่ยวทะเลธรรมดา แต่มันคือที่ที่เราจะได้มาใช้ชีวิตช้า ๆ อยู่กับธรรมชาติและวัฒนธรรมคนใต้จริง ๆ ใครที่อยากหนีความวุ่นวายมาเติมพลัง สวรรค์บนดินแห่งเมืองกระบี่แห่งนี้รอต้อนรับทุกคนอยู่ รูปภาพในเนื้อหาทั้งหมดโดยผู้เขียน