เปิด 9 กรุสุสาน สถานที่ซ่อนผี สุดสะพรึงทั่วโลก

เปิด 9 กรุสุสาน สถานที่ซ่อนผี สุดสะพรึงทั่วโลก
แมวหง่าว
3 เมษายน 2563 ( 12:00 )
112.2K
33

     ตั้งแต่มนุษยชาติเริ่มรู้จักการอยู่ร่วมกันเป็นสังคม สถานที่หนึ่งที่จะต้องมีคู่กันไม่ว่าจะเป็นคนชาติไหนก็ตาม นั่นคือสุสานนั่นเอง ลำพังที่ฝังศพของผู้ล่วงลับตามปรกติก็สร้างความวังเวงหม่นหมองอยู่แล้ว แค่ถ้าหากเป็นสุสานที่เกิดขึ้นโดยเหตุบางอย่างล่ะ ? มันคงจะน่ากลัวมากกว่าปรกติแน่ๆ ต่อไปนี้คือ 9 สถานที่ลึกลับที่อบอวลด้วยกลิ่นความตายจากอดีตกาลครับ

 

 

1. Leap Castle, Ireland

 

 

     ปราสาทลีป มีอายุกว่า 400 ปี และเป็นที่ที่ได้รับการกล่าวว่าเป็นปราสาทที่เฮี้ยนที่สุดในไอร์แลนด์ จากเหตุการณ์ที่บรรดาลูกหลานตระกูล โอ คาร์รอล ทำการต่อสู้แย่งชิงสิทธิ์ความเป็นผู้นำ เกิดการสังหารหมู่ภายในตระกูลรุ่นแล้วรุ่นเล่า รวมไปถึงมีการค้นพบคุกลับแบบยุโรปยุคกลาง ที่เรียกว่า Oubliette เป็นคุกที่สร้างให้มีลักษณะเป็นเกาะกลางเหว ด้านล่างจะมีกับดักเป็นหนามแหลมเพื่อป้องกันนักโทษหลบหนี มีการพบซากกระดูกมากมายทับถมกันในคุกลับนั้น

 

 

     เท่านั้นยังไม่พอ ครั้งหนึ่งระหว่างการซ่อมปรับปรุงปราสาท คนงานได้เจอถ้ำประหลาดที่อยู่บนหลังคา เมื่อเข้าไปสำรวจก็ได้พบกับกระบะรถเข็นขนาดใหญ่ 3 คันที่เต็มไปด้วยซากโครงกระดูกมนุษย์ เชื่อกันว่าโครงกระดูกเหล่านี้ คือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ถูก ไทต์ โอคาร์รอล ชายตาเดียวผู้ครองปราสาทฆ่านั่นเอง

 

อ่านเพิ่มเติมได้ใน 7 ปราสาท ผีสิง สุดเฮี้ยน รอบโลก ความหลอนยังรอการพิสูจน์

 

 

2. la isla de las munecas, Mexico

 

 

     เกาะตุ๊กตาผี Island of the Dolls ทางตอนใต้ของเม็กซิโกซิตี้ เกาะสยองที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาหน้าตาแปลกประหลาดห้อยอยู่ตามต้นไม้ ชาวบ้านที่มาหาปลาใกล้บริเวณเกาะก็มักจะได้ยินเสียงร้องโหยหวน เหมือนกับว่ามีผีนับร้อยๆ สิงสู่อยู่ในตุ๊กตาบนเกาะแห่งนี้ หลังจากนั้นมา ก็มีคนในพื้นที่เปิดเผยว่าพบตุ๊กตาบนเกาะแห่งนี้หันศีรษะได้ ลืมตาเองได้ ก็เป็นอีกเกาะหนึ่งที่เต็มไปด้วยเรื่องลี้ลับ และน่ากลัว

 

 

อ่านเพิ่มเติมได้ใน เกาะตุ๊กตาผี หลอนสุดขีด มาแล้วต้องช็อค ที่เม็กซิโก ไม่กล้าพอ อย่ามาคนเดียว

 

 

3. Toraja, Indonesia

 

Muslianshah Masrie / Shutterstock.com

 

     หมู่บ้านโทราจานั้นมีพิธีกรรมที่สืบทอดต่อกันมายาวนาน นั่นคือ MaiNene หรือ The Ceremony of Cleaning Corpses ที่จะขุดศพของคนในครอบครัวขึ้นมา ทำความสะอาดศพ แต่งตัวให้ใหม่ ทั้งหวีผม ซ่อมโลงศพ จากนั้นก็จะพาศพเดินไปยังที่ที่ศพเสียชีวิต และพากลับมายังหมู่บ้าน ตามความเชื่อที่ว่า จิตวิญญาณของคนตายจะต้องกลับไปยังหมู่บ้านของพวกเขาแม้จะเสียชีวิตอยู่ที่ใดก็ตาม

 

 

อ่านเพิ่มเติมได้ใน หมู่บ้านผี ซอมบี้ มีอยู่จริง อินโดนีเซีย ขนลุกบรื๊ออออ 18+

 

 

4. Pompeii, Italy

 

 

     นครแห่งสุสานใต้ลาวา ที่แต่ก่อนเคยเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าที่มั่งคั่งสมบูรณ์ จนกระทั่งค.ศ. 79 ภูเขาไฟวิสุเวียสได้ระเบิดขึ้น ฝุ่นควัน หินพัมมิซ และก๊าซพิษจำนวนมากถูกพ่นออกมา และเริ่มร่วงลงมาสู่เมืองปอมเปอี ชาวเมืองเริ่มวิตก บางคนรีบหนีออกจากเมือง บางคนไปหลบในบ้านหรือในสถานที่ส่วนรวม ชาวปอมเปอีส่วนใหญ่เสียชีวิตเพราะหินพัมมิซขนาดใหญ่หล่นใส่หัว แล้วก็ล้มลงหมดสติ บ้างก็ขาดอากาศหายใจจนตายในที่สุด ส่วนชาวปอมเปอีที่หลบภัยในบ้านเริ่มตาย เพราะหินพัมมิซทับถมกันหนาจนบ้านถูกฝัง และขาดอากาศหายใจจนตาย ต่อมาไม่นานหลังคาบ้านก็เริ่มถล่ม เพราะรับน้ำหนักหินไม่ไหว ทำให้ผู้คนถูกฝังอยู่ในนั้น

 

 

     ซึ่งการเก็บข้อมูลผู้ประสบภัยที่ถูกลาวาทับ และร่างกายที่เน่าสลายไปตามกาลเวลาจนเหลือเพียงกระดูก และโพรงอากาศที่มีลักษณะมนุษย์ในอิริยาบถต่างๆ นักโบราณคดีจึงได้เจาะรูเล็กๆ และกรอกปูนปลาสเตอร์ลงไปจนเต็มโพรงมนุษย์นั้น รอให้แห้งแล้วจึงขุดขึ้นมา ทำให้เห็นถึงท่าทางสุดท้ายของชาวเมืองหลายคนก่อนที่จะตาย

 

อ่านเพิ่มเติมได้ใน ปอมเปอี นครแห่งความตาย เปิดกรุ สุสานใต้ลาวา

 

 

5. สำนักสงฆ์ร้างอาจารย์ซ่วน, ไทย

 

 

     สำนักสงฆ์ร้าง อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทราที่เต็มไปด้วยรูปปั้นต่างๆ มากมาย เช่น กุมารทอง, นางกวัก, ตุ๊กตาเด็ก ฯลฯ โดยพระอาจารย์ซ่วนเป็นผู้ปั้นขึ้น และลงอักขระอาคมไว้ทั้งหมด บางตัวมีส่วนผสมของชิ้นส่วนคนตาย โดยเฉพาะผิวหนังของร่างคนตายที่สักยันต์ แต่เผาไม่ไหม้ จะถูกนำมาฝังไว้อยู่หรือผสมเป็นส่วนหนึ่งของดินที่ใช้ปั้นเลย และทุกตัวจะมีช่องสำหรับนำอัฐิคนตายบรรจุไว้ด้านใน จากคำบอกเล่า วันดีคืนดี จะมีคนเห็นรูปปั้นขยับหรือเห็นคนดูแลที่เสียไปแล้ว นั่งอยู่ที่พักหรือบ้านพักของเขา หรือมีเสียงปริศนาเหมือนคนพูดคุยกัน เสียงดังออกมาจากสำนักสงฆ์ร้างแห่งนี้

 

 

6. Sedlec Ossuary, Czech Republic

 

 

     โบสถ์โครงกระดูก Sedlec Ossuary สวยสยองแห่งกรุงปราก สร้างจากศพถึง 40,000-70,000 ศพเลยทีเดียว โบสถ์นี้สร้างขึ้นที่กลางสุสาน มีการสร้างห้องใต้ดินไว้ใต้โบสถ์เพื่อใช้สำหรับเป็นที่เก็บกระดูก (ossuary) ที่มาจากการขุดสุสานตอนก่อสร้างโบสถ์ ต่อมาเมื่อมีการล้างสุสาน กระดูกทั้งหมดที่ขุดขึ้นมาก็ถูกนำไปเก็บเอาไว้ในห้องใต้ดินของโบสถ์ กองทับถมกันอยู่หลายร้อยปี

 

 

     กระทั่งในปี ค.ศ. 1870 ช่างแกะสลักไม้ชื่อ Frantisk Rint ได้รับมอบหมายจากขุนนางแห่งตระกูล Schwarzenberg ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่เป็นสุสาน ให้ตกแต่งห้องเก็บกระดูกใต้ดินและโบสถ์ เขาเลยถือโอกาสแสดงฝีมือ และแสดงความเป็นศิลปินด้วยการนำเอากระดูกมนุษย์ที่มี อยู่ในห้องเก็บกระดูกมาใช้ตกแต่งภายในโบสถ์และห้องเก็บกระดูกใต้ดินอย่างวิจิตรพิสดาร

 

 

7. Fureai Sekibutsu no Sato, Japan

 

 

     หมู่บ้านรูปปั้นชวนหลอนในป่าจังหวัดโทยาม่า ที่ช่างภาพชาวญี่ปุ่นเข้าไปพบเจอโดยบังเอิญ เต็มไปด้วยรูปปั้นหินมากมายกว่า 800 ชิ้น มีทั้งพระพุทธรูปในปางต่างๆ รวมถึงผู้คนในหลากอิริยาบถ ตั้งเรียงรายกันอยู่อย่างเป็นระเบียบ พร้อมกับรูปปั้นของผู้สร้างอยู่ใกล้ๆ ด้วย แรกเริ่มนั้นตั้งใจสร้างให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจเท่านั้น แม้จะไม่ได้เป็นสุสาน มีการเก็บกระดูกคนตายอยู่แต่อย่างใด แต่รูปปั้นหินเก่าเหล่านี้กลับทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เสียวสันหลังจนต้องรีบเผ่นออกมาก่อนพระอาทิตย์ตกดินเลยทีเดียว

 

 

8. Hanging Coffins of Sagada, Philippines

 

 

     สุสานลอยฟ้า Hanging Coffins of Sagada ที่หมู่บ้าน ซากาดา (Sagada) หมู่บ้านเล็กในหุบเขาทางตอนเหนือของประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีการทำพิธีศพที่ค่อนข้างแปลก คือการเอาไปแขวนไว้ข้างหน้าผาสูงชัน ซึ่งพิธีนี้ชาวบ้านเขาสืบทอดต่อกันมากว่า 2,000 ปีแล้ว

 

     ที่ต้องนำไปอยู่บนที่สูงขนาดนั้น ก็เป็นไปตามความเชื่อที่ว่า ยิ่งแขวนโลงศพไว้สูงมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้ผู้ตายนั้นเข้าใกล้ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษได้มากที่สุด รวมไปถึงป้องกันการขโมยศพด้วย แม้จะไม่ได้มีความสยองขวัญอะไร แต่เวลาที่โลงเริ่มเก่า และผุพัง จนศพข้างในร่วงลงมาก็เป็นภาพที่ชวนขนลุกอยู่ไม่น้อย

 

 

9. Killing field, Cambodia

 

 

     สำหรับทุ่งสังหารที่อยู่ไม่ไกลจากเรานัก และเป็นที่รู้จักมากที่สุด เห็นจะเป็นที่คุก "ตวล สเลง" (Tuol Sleng) เป็นสถานกักกันในกรุงพนมเปญ ซึ่งดัดแปลงมาจากโรงเรียน โดยเขมรแดงเรียกว่า Security Prison 21 หรือเรียกย่อว่า S-21 เป็นสถานที่จองจำและทรมานนักโทษชาวกัมพูชา ก่อนจะถูกพามายังทุ่งสังหารเพื่อฆ่าและฝังกลบในคราวเดียวกัน

 

By Leon petrosyan - Own work, CC BY-SA 4.0

 

     ทุ่งสังหารแห่งนี้ใช้เพื่อกำจัดทั้งศัตรูทางแนวคิด ผู้ที่อ่อนแอจนไม่สามารถทำงานได้ กระทั่งเด็กทารกที่เพิ่งเกิดใหม่ ก็ล้วนจบชีวิตลงที่นี่ทั้งสิ้น มีหลักฐานพบหัวกะโหลกมนุษย์ที่ถูกขุดค้นพบในบริเวณนี้กว่า 8,000 ชิ้น รวมทั้งชิ้นส่วนกระดูกอีกมากมายที่ยังไม่ย่อยสลาย เชื่อว่าไม่ต่ำกว่า 17,000 คนที่ล้มตายที่นี่อย่างทรมาน

 

===============

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง