ลุยจีน ฉงชิ่ง อู่หลง ซื่อสุ่ย ที่สุดของทริป มรดกโลก 5 วัน 4,000 ลี้ (มีคลิป)

ลุยจีน ฉงชิ่ง อู่หลง ซื่อสุ่ย ที่สุดของทริป มรดกโลก 5 วัน 4,000 ลี้ (มีคลิป)
เอิงเอย
11 กันยายน 2561 ( 07:26 )
13.3K
1

       ถ้าเอ่ยถึง ประเทศจีน ขึ้นมาแล้ว หลายคนคงสัมผัสได้ถึงความใหญ่โตอลังการ ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่กำลังร้องเรียกให้เราไปเจอด้วยตาตัวเองสักครั้ง ทริปสุดมันส์ ลุยจีน ฉงชิ่ง อู่หลง ซื่อสุ่ย มรดกโลก 5 วัน 4,000 ลี้ ของเราจึงได้เปิดฉากขึ้น อย่างที่ใครๆ เขาบอกไว้ว่า 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น ตามเราไปพร้อมๆ กันเลยค่ะ

 

 

ดูคลิป

 

DAY 01

มรดกโลก อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า

 

 

       ตี 4 ที่สนามบินดอนเมืองในวันนี้ทำให้หัวใจเต้นแรงกว่าที่เคย การเดินทางครั้งใหม่ของเรากำลังจะเริ่มต้นขึ้น พร้อมกันรึยัง !!! ทริปครั้งนี้เพื่อความแฮปปี้ตลอดทาง แน่นอนว่าเราเลือกไปเที่ยวกับ Public Holidays ค่ะ เพราะเส้นทางในจีนนั้นค่อยข้างเดินทางยาก การไปเที่ยวกับทัวร์จะตอบโจทย์ในหลายๆ อย่าง เอาล่ะ ตามเราไปเช็คอินกับสายการบินแอร์เอเชีย แล้วไปตะลุยยุทธภพกันที่ ฉงชิ่ง ประเทศจีนได้แล้วค่ะ

 

       หลังจากอร่อยกับข้าวกระเพราไก่บนเครื่องไป เราก็สลบไปอย่างยาวนาน ทำให้ 4 ชม.บนเครื่องดูจะไม่นานไปเลย เสียงกัปตันแว่วเขาหูว่า เรากำลังจะแลนด์ดิ้งลง สนามบินฉงชิ่ง (Chongqing Jiangbei International Airport) ในใจก็พองโตอีกครั้ง


       ทริปนี้ เราจะเน้นเที่ยวธรรมชาติรอบๆ ตัวเมืองของมณฑลฉงชิ่ง ซึ่งหลักๆ แล้วมณฆลฉงชิ่งนั้นใหญ่โตมากๆ แบ่งออกเป็น 21 เมืองด้วยกัน เราเลยจะไปเฉพาะอันที่เป็นไฮไลท์จริงๆ ที่ เมืองอู่หลง เมืองหยุนหยาง และเมืองซื่อสุ่ยค่ะ แค่ 3 เมืองนี้ ก็ปาไป 2,000 กิโลเมตร หรือเกือบ 4,000 ลี้ได้แล้ว !

       หลังจากผ่าน ตม.ที่ตรวจตราอย่างเข้มงวดมาเรียบร้อย เราก็ขึ้นรถออกไปยัง เมืองอู่หลง (Wulong) เพื่อไปยังมรดกโลก อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า สะพานสวรรค์ (Three Natural Bridges) บอกเลยว่าแค่เห็นในรูปก่อนหน้านี้ก็อยากไปสุดๆ แล้วล่ะค่ะ แถมที่นี่ยังเป็นโลเคชั่นสวยๆ ในฉากหนังดังเรื่อง Curse of Golden Flower และ Transformer 4 อีกด้วยนะ

      ที่แรกที่เรามาถึงก่อนก็คือ สะพานแก้วสวรรค์ ซึ่งเป็นระเบียงกระจกยื่นออกไปจากหน้าผาสูง 1,200 เมตรค่ะ เป็นจุดชมวิวที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียเลยทีเดียว ก่อนอื่นเราก็ต้องใส่ถุงครอบรองเท้า แล้วเดินออกไปที่สะพาน บอกเลยว่า มองลงไปหวาดเสียวสุดๆ ไปเลย


       หลังจากนั้น เราก็ลงลิฟต์แก้วสูงถึง 20 ชั้น เพื่อลงมาด้านล่างของอุทยานฯ ค่ะ ทางเดินตลอดทางจะเป็นบันไดสูงชัน ที่เราต้องเดินลงไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางรายล้อมด้วยต้นไม้สีเขียว ไม่นาน เราก็เดินทางมาจนถึงจุดไฮไลท์ของอุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า สะพานสวรรค์ก็คือ โรงเตี๊ยมเก่าแก่ ซึ่งเดิมเป็นจุดแวะพักของคนเดินทางในสมัยก่อน ตั้งแต่ในสมัยราชวงศ์ถัง ใช้เป็นเส้นทางลัดจากเสฉวนไปยังเหอหนานค่ะ


       เราเดินไปตามทางก็ได้มาเจอกับ ออพติมัส ไพร์ม และไดโนเสาร์ ! กำลังต่อสู้กันเอาเป็นเอาตายท่ามกลางหุบเขา แม้จะดูไม่ค่อยเข้ากันกับสถานที่เท่าไหร่ แต่ก็เป็นมุมถ่ายรูปยอดนิยมของคนจีนอยู่ค่ะ

        เดินมาตามทางเรื่อยๆ ก็รู้สึกได้ว่า ที่นี่มันอลังการจริงๆ !! หุบเขาสูง เป็นรูปร่างต่างๆ สุดจินตนาการ เป็นอีกที่เที่ยวที่ชีวิตนี้ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งจริงๆ

อ่านรีวิวเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า ภูผาอัศจรรย์ เมืองอู่หลง 

       หลังจากมื้อเย็นแบบจีนๆ เราก็ไปต่อเพื่อชมโชว์สุดยิ่งใหญ่ Impression Wulong ท่ามกลางหุบเขา บนอัศจรรรย์กลางแจ้งของผู้กำกับดัง จางอวี้โหมว ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวชีวิต วัฒนธรรมต่างๆ ของคนฉงชิ่งในอดีตค่ะ เป็นโชว์ที่สวยงาม ยิงเลเซอร์กันกระจาย แสงสีเสียงจัดเต็มมากๆ จบวันไปแบบชิลๆ

================

 


DAY 02

บุกถ้ำสวยที่สุดในจีน


     วันนี้อากาศดีมากๆ ค่ะ เรายังอยู่กันที่เมืองอู่หลง เพื่อขึ้นกระเช้าไปยัง ถ้ำฝูหยง (Furong Cave) ถ้ำที่คนจีนยกให้เป็นถ้ำที่สวยที่สุดในจีนเลยทีเดียวค่ะ กระเช้าค่อยๆ เคลื่อนผ่านไป มองเห็นเขื่อน และแม่น้ำที่ด้านล่างเป็นฟ้าสวยงาม ครู่เดียวเท่านั้นเราก็มาถึงที่หน้าถ้ำแล้วค่ะ

      นอกจากที่นี่จะเป็นถ้ำที่สวยอันดับ 1 ของจีนแล้ว ยังเป็นถ้ำมรดกโลกทางธรรมชาติระดับ 4 A อีกด้วยค่ะ (คนจีนจะมีการแบ่งสถานที่ท่องเที่ยวตามสวยงามออกเป็นระดับต่างๆ อย่าง 5 A, 4 A, 3 A เป็นต้น แล้วแต่สถานที่ค่ะ)

      ภายในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่สวยงาม มีการจัดไฟให้เข้ากับถ้ำมากๆ เรียกได้ว่า ถ่ายรูปสวยๆ ได้เลย ระหว่างทางก็จะเต็มไปด้วยน้ำ และมีความชื้นหน่อยๆ และจะเป็นทางเดินขึ้นบ้าง เดินลงบ้าง ยาวไปประมาณ 3 กิโลเมตรค่ะ เพราะฉะนั้นก็ควรหารองเท้าที่เหมาะสักหน่อยก่อนเข้าไปด้านในก็จะดี สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจก็ไม่ควรเข้าเลยนะคะ เพื่อความปลอดภัย

 

 

      หลังออกมาจากถ้ำก็เกือบเที่ยงซะแล้ว ถ่ายรูปเพลินไปหน่อยค่ะ ได้เวลาไปอร่อยกับมื้อเที่ยงแล้ว อาหารจีนส่วนใหญ่ของฉงชิ่งนั้นจะมีความมันเป็นหลักเลยทีเดียว น้ำมันเจิ่งนองมากๆ ค่ะ และจะเน้นแป้งด้วย เรียกได้ว่ากินเอาพลังงานเต็มๆ ไปเลย

 


      เราเดินทางออกจากที่นี่ไปต่อยัง เมืองหยุนหยาง (Yunyang) ใช้เวลาเดินทาง 3 ชม.ด้วยกันทีเดียว แต่ก็เป็น 3 ชม.ที่คุ้มค่า เพราะเราได้มาเจอกับ วัดเตียวหุย หรือ วัดจางเฟย ค่ะ ที่นี่มีประวัติยาวนานถึง 1,700 ปีทีเดียว ตั้งอยู่บนหน้าผาใหญ่ริมแม่น้ำแยงซีค่ะ แน่นอนว่าทุกคนน่าจะรู้จัก “เตียวหุย” พี่น้องร่วมสาบานของเล่าปี่จากสามก๊กกันดีอยู่แล้ว ที่นี่จึงเป็นที่เที่ยวที่มีคนนิยมแวะมาขอพรกันค่ะ

 

       ด้านในจะจำลองบ้านของเตียวหุย มีรูปปั้นของเตียวหุย เพื่อรำลึกถึงความกล้าหาญ และความภักดีของเขา มีการจำลองฉากโด่งดังในสวนดอกท้อ การร่วมสาบานเป็นพี่น้องกันของเล่าปี่ กวนอู และเตียวหุย ให้เราได้เห็นด้วยค่ะ ขนลุกขึ้นมาทีเดียว ที่ได้มาเจอกับ 1 ในหน้าประวัติศาสตร์ของจีนที่สุดจะยิ่งใหญ่ วันนี้จึงเป็นอีกวันที่จบลงด้วยความรู้สึกที่ว่า ยิ่งเดินทางมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เราได้พบเจอ !

================

 

 

DAY 03

วัดใจเดินเลียบผา

 


       ตื่นเช้ามาพร้อมวิวสวยๆ ของกังหันลมท่ามกลางหุบเขา เช้าวันนี้เรากำลังจะเดินทางต่อไปยัง อุทยานแห่งชาติหลงกัง (Yunyang Longgang National Geological Park) ค่ะ ซึ่งเป็นที่เที่ยวทางธรรมชาติ เราต้องไปเดินเลียบหน้าผาสูง เพื่อดูหลุมฟ้าอันน่าหวาดเสียวสุดๆ และมหัศจรรย์มากๆ

 

       เรานั่งรถกอล์ฟตรงเข้าไปด้านในที่ สะพานกระจกกลีบดอกไม้ เป็นที่แรก เอาแล้วค่ะ ใจตุ่มๆ ต่อมๆ บอกเลยว่าแค่มองจากด้านนอกก็ขนลุกแล้ว มาถึงทั้งที ก็ต้องลองดูสักตั้ง !

      หลังจากได้ถุงครอบรองเท้ามาเรียบร้อย เราก็ค่อยๆ ก้าวออกไปยังสะพานกระจกที่ยื่นออกไปในหุบเขาสูง ซึ่งถือว่าเป็นสะพานกระจกที่ยื่นออกไปจากหน้าผายาวที่สุดในโลกค่ะ จังหวะนี้เหมือนได้ออกไปใกล้ชิดกับปุยเมฆมากกว่าที่เคย เป็นวิวที่สวยมากๆ แต่ก็ไม่กล้าก้มหน้าไปดูทีเดียว เพราะสูงสุดๆ !



       เราลงมาที่ด้านล่าง จะมีเส้นทางเดิน และต้นไม้ให้ผูกผ้าแดงอยู่ค่ะ เขาว่ากันว่า ถ้าได้มาผู้ผ้าแดงด้วยกัน ที่นี่ความรักจะยืนยาวอีกด้วยนะ โรแมนติกไหมล่ะ !


       ความหวาดเสียวยังไม่จบแค่นี้ ! เราไปต่อยังทางเดินลัดเลาะเลียบทิวเขาที่เรียกกว่า Longgang Scenic Spot หรือ จุดชมวิวทะเลภูเขา ไป ตลอดระยะทางกว่า 5 กิโลเมตร เป็นชมวิวที่สวยงามมากๆ ปนความเสียวไส้ เราต้องค่อยๆ เดินลัดเลาะผ่านหน้าผา เลียบภูเขาไป เป็นทางขึ้นลงสลับกัน วัดใจสุดๆ แต่ก็ได้รูปสวยสุดๆ กลับมาอวดด้วยเช่นกัน ขนลุกเป็นระยะๆ แต่ก็สะใจดีค่ะ ฮ่าๆ


       หลังจากลงมา เราแวะทานมื้อเที่ยง ก่อนไปกันต่อเพื่อลงเรือ ล่องแม่น้ำ Qingshui ค่ะ ได้ชิลเบาๆ กันสักที !

       ท่าเรือท่ามกลางแม่น้ำสีฟ้าเขียว เรือลำน้อยก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปช้าๆ เราได้สูดอากาศดีๆ พร้อมชมวิวผาหินสูงสองข้างทางไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่เราสามารถมองเห็นสะพานกระจกกลีบดอกไม้เมื่อเช้าที่เราได้ไปมาค่ะ มองจากข้างล่างคือสูงมากกกก จนน่าตกใจ ! ตอนอยู่ข้างบนนั้นเมื่อเช้า เอาจริงๆ ก็รู้สึกสูงมากๆ อยู่ค่ะ แต่ไม่คิดว่าจะสูงได้ขนาดนี้

 

 

        วันนี้เป็นวันที่ครบทุกรสชาติการเดินทางจริงๆ ค่ะ มีทั้งความหวาดเสียว การเดินลุยริมผา รวมไปทั้งนั่งเรือชิลๆ แต่การเดินทางยังไม่จบลง ก่อนหมดวันเรานั่งรถไฟความเร็วสูงเพื่อเดินทางกลับไปยังเมืองฉงชิ่ง ที่นอนนิ่มๆ อุ่นๆ กำลังรออยู่ !

================

 

 

DAY 04

ที่สุดของน้ำตก

      ตื่นเช้ามาด้วยความสดชื่น เราเดินทางออกไปยัง เมืองซื่อสุ่ย (Chishui) ซึ่งห่างจากฉงชิ่งประมาณ 3 ชม. เป็นเมืองที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ เป้าหมายหลักๆ ของเราคือการไปเช็คอินที่น้ำตกที่ใหญ่อันดับ 1 ของประเทศจีนค่ะ

      แต่ก่อนหน้านั้น เราขอไปแวะดูการผลิตจิ๊กโฉ่ว ออร์แกนิคที่โด่งดังของจีนกันที่ โรงงานเจินซื่อไส้ชู่ว ค่ะ คือต้องบอกว่า อะเมซซิ่งมากๆ เพราะขั้นตอนการผลิตทั้งหมดนั้น เป็นการผลิตแบบออร์แกนิคล้วนๆ ใช้สมุนไพรเป็นหลัก และตากแดดเพื่อให้แสงอาทิตย์เร่งกระบวนการหมักจนกลายเป็นจิ๊กโฉ่วคุณภาพ


       หลังจากเดินดูทั่วทั้งโรงงาน เราก็ได้ชิมจิ๊กโฉ่วที่หมักไว้ถึง 6 ปีด้วยกัน บอกเลยว่า รสชาติไม่เหมือนในบ้านเราเท่าไหร่ คนที่นี่เขาเอาไว้ดื่มผสมกับน้ำผึ้ง รสชาติคล้ายๆ ยาจีน แต่มีรสอมเปรี้ยวหน่อยๆ มีสรรพคุณช่วยในเรื่องการไหลเวียนของเลือดค่ะ หรือจะเอาไปผสมใส่ลงตอนทำอาหารก็ได้เช่นกัน ยิ่งถ้าเอาไปใส่เป็นน้ำสลัดก็ยิ่งอร่อยมากๆ ค่ะ


       เราไปต่อยัง อุทยานน้ำตก 4 ถ้ำ (Sidonggou) ซึ่งที่นี่มีน้ำตกชื่อดังถึง 4 แห่งในอุทยานฯ ทีเดียวค่ะ แต่เราไปเฉพาะจุดที่เป็นไฮไลท์ 2 แห่งด้วยกัน ตลอดทางรถกอล์ฟแล่นผ่านเป็นอุโมงค์ไผ่เข้าไปเรื่อยๆ จนถึงทางเดินที่เราต้องเดินเท้าต่อ


       น้ำตกแห่งแรกที่เราไปแวะคือ น้ำตกผ้าม่าน มองไปก็ดูคล้ายๆ ผ้าม่านสมชื่อค่ะ แต่ช่วงนี้กำลังเข้าหน้าแล้งของจีน ทำให้น้ำน้อยไปหน่อย แต่ก็สวยงามมากๆ อยู่


      เราเดินต่ออีกหน่อยไม่ไกลมากไปยังน้ำตกอีกแห่งที่มีชื่อว่า น้ำตกซุนหงอคง ความจริงน้ำตกก็ไม่ได้มีรูปร่างเหมือนลิงหรืออะไรหรอกนะคะ แต่เขาบอกว่าในสมัยก่อนตรงนี้จะมีลิงป่าอยู่เยอะมากๆ เลยเรียกว่าน้ำตกซุนหงอคงนั่นเอง


       วันนี้เป็นวันแห่งน้ำตกจริงๆ ค่ะ เพราะเรากำลังจะไปกันต่อตามเป้าหมายของวันนี้ ก็คือไปดูน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดของจีนที่มีชื่อว่า น้ำตกซื่อสุ่ย น้ำตกสายรุ้งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ที่มีความสูงถึง 76 เมตร และกว้าง 81 เมตรทีเดียว

 


       เราเดินตามทางไปเรื่อยๆ ไม่นานก็ได้ยินเสียงน้ำกระทบพื้นดังลั่นป่า ละอองน้ำปลิวมาปะทะที่ใบหน้าให้ชุ่มฉ่ำ เรากำลังเดินเข้าไปใกล้กับน้ำตกสุดจะยิ่งใหญ่เรื่อยๆ แล้วค่ะ ทันทีที่ได้เห็นก็รู้สึกได้ถึงความอลังการมากๆ มวลน้ำมหาศาลที่ตกลงมาเรื่อยๆ จนทำให้แผ่นดินสะเทือนได้ขนาดนี้ เป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สร้างไว้ให้เราได้เห็นจริงๆ


        เราเองก็ประทับใจมากๆ เพราะเป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในชิวิตนี้ที่เคยได้เห็นมาแล้วค่ะ เรียกได้ว่า เดินถ่ายรูปรัวๆ ไปเยอะมาก แต่ก็คงไม่สามารถเก็บความยิ่งใหญ่ของธรรมชาตินี้บันทึกลงในภาพถ่ายทั้งหมดได้ แม้จะเหนื่อยล้ากับการเดินทางแต่ก็รู้สึกคุ้มค่าจริงๆ ที่ได้เจอ !

 

================

 


DAY 05

ผาหินแสงพุทธ

 


       วันสุดท้ายของการเดินทางแล้ว เรายังคงอยู่ที่เมืองซื่อสุ่ยค่ะ ใจนึงก็คิดถึงอาหารไทย ส้มตำลอยมาในฝันเลยทีเดียว อีกใจก็ยังอยากผจญภัยที่นี่ต่อ แต่นี่ก็เป็นวันสุดท้ายของทริปแล้ว เราเลยตั้งใจจะเที่ยวส่งท้ายให้เต็มที่ไปเลยค่ะ

       เช้าวันนี้อากาศยังคงความร้อนอบอ้าวสมกับที่ทุกคนได้ขนานนามฉงชิ่งไว้ว่า “เตาไฟแห่งจีน” จริงๆ เราเดินทางไปยัง เมืองโบราณปิ่งอัน เป็นเมืองที่สร้างอยู่บนหน้าผาสูงชัน และยังคงความโบราณไว้โดยไม่เคยผ่านการปรับปรุงใดๆ เลยสักนิดเดียว

       ทางเข้าหมู่บ้านนั้นก็จะมีทางเดียวคือ สะพานแขวนที่พาดผ่านข้ามแม่น้ำไปค่ะ และตรงจุดนี้ ถ่ายรูปออกมาได้สวยงามมากๆ ทีเดียว เมืองโบราณแห่งนี้สร้างขึ้นในราชวงศ์หนานซ่ง มีอายุกว่า 1,000 ปีมาแล้วค่ะ และที่นี่ยังมีเรื่องราวสำคัญทางประวัติศาสตร์ในสมัยที่กองทัพแดงของประธานเหมาเจ๋อตุงแย่งชิงพื้นที่นี้กับกองทัพจากาเช่อีกด้วย


        ที่เที่ยวสุดท้ายก่อนกลับบ้านในวันนี้ เราไปกันที่ ผาหินแสงพุทธ เป็นที่เที่ยวใหม่ที่ถูกค้นพบไม่นานมานี้ และมีความน่าตื่นตาตื่นใจมากๆ เพราะมีความสูงถึง 360 เมตร และยังมีน้ำตกที่สูงถึง 261 เมตร น้ำที่ตกลงมาจากด้านบนนั้น คนจีนเชื่อกันว่าเป็นจุดที่อยู่ระหว่างสวรรค์ กับโลกมนุษย์ และยังมีปรากฎการณ์ทางธรรมชาติที่มีแสงสะท้อนของภูเขาสูง 5 ลูกนี้คล้ายกับนิ้วมือ 5 นิ้วพระพุทธเจ้าอีกด้วย เรียกได้ว่างดงามมากๆ ค่ะ


        ระหว่างทางเดินยาวขึ้นไปด้านบน แม้จะไม่กี่กิโลแต่ก็ทำให้เหนื่อยพอสมควร ระหว่างทางพื้นดิน และหินแถวๆ นั้นก็เป็นสีแดงแทบทั้งหมด พอเดินขึ้นไปถึงด้านบนแล้วก็ยิ่งน่าประทับใจเรา เหมือนเราได้มายืนอยู่กลางหุบเขาที่มีหน้าผาสีแดงรอบล้อมไว้ทุกด้าน สวยงามยิ่งใหญ่สมกับเป็นที่เที่ยวในประเทศจีนจริงๆ ค่ะ


        ทริปลุยจีนของเรากว่า 4,000 ลี้ หรือ 2,000 กิโลเมตร ได้จบลงพร้อมรอยยิ้ม และความแข็งแรงของขาที่ผ่านการเดินอย่างทรหดตลอด 5 วันที่ผ่านมาเป็นการเดินทางที่ให้ความรู้สึกเหนื่อย แต่ทุกๆ ก้าวก็คุ้มค่าจริงๆ ค่ะ คราวหน้า เจอกันอีกนะ ฉงชิ่ง !

 

ขอบคุณทริปดีๆ จาก TrueYou, Public Holidays และ Air Asia

===============

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง