เปิดประสบการณ์แห่งรสชาติระดับโลก กับ 10 ผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบชั้นเลิศ ในงาน กูร์เมต์ มาร์เก็ต เวิลด์ เบสท์ เทสต์ 2016

เปิดประสบการณ์แห่งรสชาติระดับโลก กับ 10 ผลิตภัณฑ์อาหารและวัตถุดิบชั้นเลิศ  ในงาน กูร์เมต์ มาร์เก็ต เวิลด์ เบสท์ เทสต์ 2016
aichan
30 มิถุนายน 2559 ( 04:34 )
1.5K

 

กูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดงาน กูร์เมต์ มาร์เก็ต เวิลด์ เบสท์ เทสต์ “ดิ เอ็กซ์ทรอดินารี่ 10” (Gourmet Market World’s Best Taste 2016 The Extraordinary 10) ชวนเปิดประสบการณ์แห่งรสชาติระดับโลก กับ 10 ผลิตภัณฑ์อาหาร และวัตถุดิบ ชั้นเลิศ ส่งตรงจากประเทศชั้นนำด้านอาหารของโลก ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ดิ เอ็มควอเทียร์, ดิ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ตั้งแต่วันนี้ – 27 กรกฎาคม ศกนี้

คุณลักขณา นะวิโรจน์ รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหาร กูร์เมต์ มาร์เก็ต กล่าวถึงงาน กูร์เมต์ มาร์เก็ต เวิลด์ เบสท์ เทสต์ ดิ เอ็กซ์ทรอดินารี่ 10 (Gourmet Market World’s Best Taste 2016 The Extraordinary 10) ว่า “งาน กูร์เมต์ มาร์เก็ต เวิลด์ เบสท์ เทสต์ เป็นอีกหนึ่ง Signature Event ของ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมด้านอาหาร, วัตถุดิบชั้นเลิศ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศทั่วโลก ภายใต้การรวบรวมของ กูร์เมต์ มาร์เก็ต และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากลูกค้า และคนรักการทำอาหาร ซึ่งในปีนี้ได้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 กูร์เมต์ มาร์เก็ต จึงอยากพัฒนาคุณภาพงานให้ดียิ่งๆ ขึ้น จึงมีความตั้งใจคัดสรรผลิตภัณฑ์ด้านอาหาร และวัตถุดิบที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกส่งตรง จากประเทศชั้นนำด้านอาหาร และวัตถุดิบชั้นเลิศมาให้ลูกค้าได้เลือกรับประทาน

รวมถึงในปีนี้เรามีความภูมิใจนำเสนอผลิตภัณฑ์ และผลผลิตจากประเทศไทยที่มีรสชาติ และคุณภาพ อยู่ในระดับโลกอย่าง “ข้าว 9 มงคล” ข้าว 9 พันธุ์ดี ชื่อดัง จาก 9 แหล่งที่ดีที่สุดของประเทศไทยที่ถูกจัดลง ในบรรจุภัณฑ์เดียวกันเป็น Exclusive Product สำหรับลูกค้ากูร์เมต์ มาเก็ต เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย เพื่อตอกย้ำความเป็น World Class Gourmet Destination ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิล์ดคลาสที่ได้รับความไว้วางใจ จากทั้งผู้บริโภคชาวไทย, กลุ่ม Expat และนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศ

ซึ่งในปีนี้งาน Gourmet Market World’s Best Taste ได้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “The Extraordinary 10” กับการรวบรวม 10 ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ จาก 10 กลุ่มสินค้าชั้นนำ ให้เหล่านักชิมได้เปิดประสบการณ์แห่งรสชาติระดับโลกที่ได้ส่งตรงจากประเทศชั้นนำด้านอาหารมาไว้ในงานนี้ ได้แก่

1) กลุ่มสินค้าที่ได้รับรางวัลระดับโลก หรือ Champion Flavors มีไฮไลท์ คือ Estepa Virgen Olive Oil น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ จากแคว้นอันดาลูเซีย ประเทศสเปน ได้รับรางวัล “Olive Oil Of The Year” จากการประกวด Mario Solinas Awards จาก The International Olive Council

2) กลุ่มผลิตภัณฑ์ ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวไทย และได้รับการยอมรับจากนานาประเทศ หรือ เรียกได้ว่า The Pride of Thailand ในเรื่องของรสชาติ และคุณภาพในระดับสากล มาพร้อมกับ ไฮไลท์ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทย ได้แก่ ข้าวเก้ามงคล (Kao 9 Mongkol) ข้าว 9 พันธุ์ดี ชื่อดัง จาก 9 แหล่งที่ดีที่สุดของประเทศไทยทั้งหมด มารวมกันไว้ ในบรรจุภัณฑ์เดียวกัน ซึ่งจะได้ลิ้มลองคุณภาพ และรสชาติของข้าวทั้ง 9 ชนิด หรือจะนำไปมอบเป็นของขวัญ หรือของฝากในวันสำคัญ ก็มีคุณค่าเช่นเดียวกันได้แก่
2.1) ข้าวไรซ์เบอร์รี่ จากจังหวัดนครปฐม
2.2) ข้าวสินเหล็ก จากจังหวัดนครปฐม
2.3) ข้าวมะลิแดง จากจังหวัดสุรินทร์
2.4) ข้าวหอมมะลิ จากจังหวัดสุรินทร์
2.5) ข้าวทับทิมชุมแพ จากจังหวัดขอนแก่น
2.6) ข้าวหอมสังฆ์หยด จากจังหวัดพัทลุง
2.7) ข้าวหอมนิล จากจังหวัดนครปฐม
2.8) ข้าวหอมปทุม จากจังหวัดปทุมธานี
2.9) ข้าวลืมผัว จากจังหวัดตาก

3) กลุ่มอาหารทะเลชั้นเลิศ หรือ Wealth of the sea การันตีความสด ส่งตรงจาก 7 คาบสมุทรทั่วโลก คัดสรรเฉพาะสิ่งที่ดีที่สุดในฤดูกาล โดยมีไฮไลท์ ได้แก่ ปลาแซลมอน “Wild Alaskan King Salmon” จากอลาสก้า ที่ได้รับการขนานนามว่า “king of the wild” ขึ้นชื่อในหมู่เชฟชั้นนำให้เป็นราชาแห่งแซลมอน เนื่องจากเป็นปลาแซลมอนพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และหายากที่สุด เพราะเติบโตตามแหล่งน้ำธรรมชาติในอลาสก้า ทำให้แซลมอนมีเนื้อแน่น และชั้นไขมันน้อยกว่าปลาแซลมอนชนิดอื่นๆ ทั้งยังให้รสสัมผัสละมุน มีรสหวานตามธรรมชาติ อุดมไปด้วยโอเมก้า 3

4) กลุ่มสินค้าเนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยม หรือ Marbled Beef จากหลากหลายแหล่งผลิต และส่งออกเนื้อวัว ชั้นเลิศที่ดีที่สุดทั่วโลก และที่คนรักสเต็กพลาดไม่ได้ ได้แก่ Rangers Valley 270 days Grain Fed Dry-aged prime rib จากประเทศออสเตรเลีย ในช่วงที่กระแสความนิยมเนื้อวัวกำลังเป็นที่นิยมเช่นนี้ คอสเต็กต้องลิ้มลองเนื้อวัวที่ผ่านกระบวนการบ่ม (Dry-aging) ตามกรรมวิธีดั้งเดิม จนทำให้ได้เนื้อ ที่นุ่มละมุนแต่ยังคงรักษาเนื้อสัมผัส และรสชาติไว้อย่างครบถ้วน

5) กลุ่มผลิตภัณฑ์แฮม ไส้กรอก และชาร์คูเทอร์รี จากยุโรป หรือ Masters of Charcuterie ที่ส่งตรง มาจากผู้ผลิตชั้นนำในยุโรปเพื่อให้ได้ลิ้มลองรสชาติอันเก่าแก่อันเป็นเอกลักษณ์ของสินค้ากลุ่มนี้ โดยมีไฮไลท์ คือ แฮมจากขาหมูเล็บดำอันเลื่องชื่อ จากประเทศสเปน เป็นหมูดำพันธุ์ไอเบอร์เรี่ยน ผ่านการเลี้ยงอย่างพิถีพิถันก่อนจะหมักด้วยเกลือแล้วบ่มเป็นเวลากว่า 3 ปี ที่ได้ชื่อว่าเป็นแฮม ที่ดีที่สุดในโลก

6) กลุ่มผลิตภัณฑ์ชีสนานาชนิด หรือ Legendary Cheese รวบรวมชีสทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น fresh cheese, soft cheese , hard cheese จนไปถึง blue cheese จากหลากหลายประเทศที่เป็นผู้นำ ในการผลิตชีสชั้นเลิศ อาทิ อิตาลี , ฝรั่งเศส , เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ โดยไฮไลท์สำหรับกลุ่มนี้ ได้แก่ “MOZZARELLA DI BUFALA CAMPANA DOP” จากประเทศอิตาลี ทำจากน้ำนมควาย 100% ซึ่งมีไขมันเนย มากกว่านมวัวถึง 2 เท่า ส่งผลให้มีกลิ่นหอม รสชาติมัน ชีสสดเนื้อนุ่ม หนึบ อร่อย อย่าบอกใคร

7) กลุ่มสินค้าเครื่องปรุง และเครื่องเทศระดับโลก หรือ Seasoning Secrets ที่จะช่วยยกระดับ การทำอาหารของทุกคนให้เทียบเท่าอาหารระดับภัตตาคารสุดหรู ซึ่งผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ ได้แก่ เครื่องปรุง และเครื่องเทศแบรนด์ JAMIE OLIVER’S จาก สหราชอาณาจักร ของเซเลบริตี้เชฟชื่อดังระดับโลกอย่าง Jamie Oliver มาอย่างเต็มรูปแบบกับเครื่องปรุง และเครื่องเทศคุณภาพระดับ พรีเมี่ยมนานาชนิด

8) กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ หรือ Powerful Health Boosters อาหารเพื่อเสริมสุขภาพ และมีรสชาติอร่อย โดยในกลุ่มนี้ประกอบไปด้วย cereal , grains , quinoa, organic product จากทั้งในไทย และต่างประเทศ ซึ่งผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ในงานนี้ ได้แก่ น้ำผึ้งมานูก้าแท้บริสุทธิ์ จากประเทศนิวซีแลนด์ กับหลากหลายคุณสมบัติสำหรับคนรักสุขภาพมาจากดอกไม้ของต้นมานูก้า ต้นไม้พื้นเมืองที่พบทั่วนิวซีแลนด์

9) กลุ่มผักและผลไม้สด สุดยอดแห่งฤดูกาล หรือ Season’s Best ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ ได้แก่ ข้าวโพด จากโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความหวาน หอม อร่อย เมล็ดเรียงฝัก และมีขนาดใหญ่ เป็นสายพันธุ์ที่สามารถรับประทานได้แบบสดๆ และนิยมนำมาต้ม นึ่ง หรือย่างซอสโชยุ

10) กลุ่มสินค้าน้ำแร่ เครื่องดื่ม และน้ำเชื่อมคุณภาพเลิศ หรือ Mix and Sip in Style มีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ ได้แก่ น้ำแร่ระดับพรีเมี่ยม จากเทือกเขาแอลป์ ACQUA ARMANI NATURAL MINERAL WATER ประเทศอิตาลี เป็นน้ำแร่ธรรมชาติจากแหล่งเวีย แอนติก้า ฟร้อน นูโวเลนโต้ ที่ได้รับลิขสิทธิ์จากแบรนด์ดังของอิตาลีอย่าง “อาร์มานี” ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ และใช้ชื่อแบรนด์ ที่จะช่วยพิ่มความหรูหรา และความมีระดับให้กับโต๊ะอาหาร และสร้างสไตล์สุดหรูให้กับดินเนอร์ของคุณ

ร่วมเปิดประสบการณ์แห่งรสชาติระดับโลก และเลือกสรรวัตถุดิบชั้นเลิศส่งตรงจากประเทศชั้นนำ ด้านอาหารที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของฟู้ดเลิฟเวอร์ได้ ในงาน “Gourmet Market World’s Best Taste 2016 The Extraordinary 10” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 27 กรกฎาคม ศกนี้ ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ดิ เอ็มควอเทียร์, ดิ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์

 

ติดตาม travel.truelife.com อีกช่องทางที่

ทุกเรื่องราวที่น่า สนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และที่พัก คลิกที่ http://travel.truelife.com