“เก็บเรื่องมาเล่า โดยหนุ่ม สุทน” ทักทายกันวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2569 วันนี้คือวันพระขึ้น 15 ค่ำ ตรงกับวันวิสาขบูชาตัวผมเองก็เดินทางมาพื้นที่ในเกาะกรุงเก่าราชธานีดั้งเดิมเมื่อ 417 ปีที่ผ่านมาและวันนี้ก็มาอยู่ที่ "วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร" พระอารามหลวงชั้นตรี ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร "วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร" พระอารามหลวงชั้นตรี วันที่มากราบบูชาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพระอุโบสถของวัดหน้าพระเมรุฯคือองค์พระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์หล่อด้วยทองผสมผสานสำริดมีพุทธลักษณะงดงามและถือว่าเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเพราะสูง 6 เมตรหน้าตักกว้าง 4.5 เมตร พระพุทธนิมิตพิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ สำหรับประวัติการสร้าง "วัดหน้าพระเมรุฯ" ตามที่ทางวัดได้บันทึกไว้กล่าวว่าน่าจะสร้างขึ้นในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ในปี พ.ศ. 2046 ดูตามปี พ.ศ. อยู่ในยุคตอนต้นของแผ่นดินอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาเมื่อครั้งเป็นราชธานี ส่วนเหตุผลที่สร้างวัดขึ้นมาคือใช้พื้นที่ตั้งพระเมรุหรือพระบรมศพของกษัตริย์สมัยนั้น ด้วยเหตุนี้จึงชื่อ "วัดหน้าเมรุ" และพื้นที่ดินของวัดนี้ก็เชื่อมติดกับวังหลวงด้วย ส่วนคำที่เรียกว่า "วัดหน้าพระเมรุฯ" นั้นเมื่อชาวอยุธยาเข้ามากราบบูชาองค์พระพุทธรูปทรงเครื่องหรือ "พระพุทธนิมิตพิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมไตรโลกนาถ" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวอยุธยาจึงเรียกว่า "วัดหน้าพระเมรุราชิการาม" นี่เองที่มาของชื่อวัดหน้าพระเมรุฯ ส่วนเรื่องราวของพื้นที่ "วัดหน้าพระเมรุฯ" ก็สนใจมาก ๆ เรื่องที่ 1 สมัยแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงโปรดฯให้บูรณะวัดนี้ขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะด้านพระอุโบสถสวยมาก ๆ ทำให้มองเห็นถึงพลังความศักดิ์สิทธิ์ ส่วนเรื่องที่ 2 เข้ามาในสมัยแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิครั้งนั้นมีพญาช้างเผือกเข้ามา 5 เชือก ถือว่าเป็นมงคลยิ่งใหญ่ของแผ่นดินอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาด้วยเหตุนี้ก็ทำให้พระเจ้าบุเรงนองแห่งพม่ายกกองทัพมาตั้งอยู่ในพื้นที่วัดหน้าพระเมรุฯ ครั้งนี้สมเด็จพระมหาจักรพรรดิได้ตั้งพลับพลาที่ประทับเพื่อทำสัญญาสงบศึกกับพม่าแต่สิ่งสำคัญทางกรุงศรีอยุธยาต้องมอบช้างเผือก 4 เชือกให้เมืองหงสาวดีของอาณาจักรพม่านี่แหละจึงไม่มีสงครามสมัยนั้นและครั้งนั้นสมเด็จพระมหาจักรพรรดิก็ทรงโปรดฯให้ขุดคลองเป็นคูเมืองจากสายน้ำแม่น้ำลพบุรีไหลผ่านคลองคูเมืองมาเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาตรงข้ามวัดกษัตราธิราชวรวิหารนี่เองเป็นที่มาของ "เกาะเมืองกรุงศรีอยุธยา" เพื่อป้องกันข้าศึกเข้าตีกรุงศรีอยุธยา ส่วนวัดหน้าพระเมรุฯด้านหน้าคือคลองคูเมืองส่วนสายน้ำส่วนหนึ่งไหลมาแม่น้ำลพบุรีบริเวณคุ้งน้ำวังจันทร์เกษมหรือทุกวันนี้คือตลาดหัวรอ สำหรับด้านหลังวัดคือคลองสระบัวจ้า ส่วนอีกเรื่องราวของ "วัดหน้าพระเมรุฯ" เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2309-2310 กองทัพของพม่าเข้ามาตั้งทัพในบริเวณวัดหน้าพระเมรุฯแต่ที่น่าแปลกมาก ๆ คือกองทัพพม่าไม่ได้ทำลายวัดหน้าพระเมรุเลยเพราะตามความเชื่อของชาวบ้านชาวเมืองอยุธยาเชื่อว่า "องค์พระพุทธนิมิตพิชิตมาร" มีเหล่าเทวดาปกป้ององค์พระพุทธรูปและเชื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์มาถึงทุกวันนี้ นี่คือเรื่องราวบางส่วนเท่านั้นของวัดหน้าพระเมรุฯครับ สำหรับ "วัดหน้าพระเมรุฯ" ถ้าหากได้เดินทางเพื่อกราบบูชาขอพร "องค์พระพุทธนิมิตพิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญบรมโลกนาถ" นั้นขอแนะนำว่า จุดแรก พอจุดธูปเทียนแล้วให้ตั้งจิตใจอธิฐานเพื่อลอดซุ้มประตูพระอุโบสถเพราะบนหน้าบันพระอุโบสถมีพระนารายณ์ทรงครุฑหรือพระนารายณ์ทรงสุบรรณสถิตอยู่ ส่วนซุ้มประตูพระอุโบสถมีผ้ายันต์มหาจักรพรรดิตราธิราชติดอยู่ถือว่าเป็นมงคลยิ่งใหญ่เพราะผ้ายันต์มหาจักรพรรดิตราธิราชต้นกำหนดมาจากสมเด็จพระนพรัตน์แห่งวัดป่าแก้วหรือวัดใหญ่ไชยมงคล เพราะสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยังมีศึกสงครามอยู่ "สมเด็จพระนพรัตน์" ซึ่งเป็นพระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้ทำพิธีปลุกเสกผ้ายันต์มหาจักรพรรดิเพื่อถวายพระพรให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ดังนั้นผ้ายันต์มหาจักรพรรดิตราธิราชถือว่าเป็นมงคลยิ่งใหญ่ของการสะเดาะเคราะห์เสริมบารมีหรือดวงชะตาป้องกันภัยหรือขอเรื่องโชคลาภเงินทองเป็นต้น แล้วก็ปิดทองพระพุทธนิมิตพิชิตมารและองค์พระคันธาราฐแล้วลอดซุ้มประตูทางด้านซ้ายเป็นอันเสร็จพิธีการสะเดาะเคราะห์ กราบขอพรกันได้ครับ ส่วนในวิหารน้อยมีเสาศิวลึงต์ของพระศิวะในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู สถิตอยู่ด้วย ส่วนภายในประดิษฐาน "องค์พระคันธาราฐ" สมัยทวารวดีมีอายุ 1,500 ปี ก็กราบบูชาขอพรได้ตามจิตใจอธิฐาน องค์พระคันธาราฐ เสร็จแล้วไปที่วิหารประดิษฐานองค์พระพุทธรูปเรียกว่า "หลวงพ่อขาว" เก่าแก่มีอายุ 500 ปี ก็บูชาขอพรได้จ้าบริเวณนี้ร่มเย็นมาก ๆ หลวงพ่อขาว น่าสนใจไปเที่ยวและกราบบูชาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายใน "วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร" เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอพรได้ตามใจปรารถนาของแต่ละท่านครับ "กินเที่ยวทั่วไทย เที่ยวเมืองไทยไม่ไปไม่รู้ ถ้าอยากรู้ต้องออกเดินทางไป...กับ...ผมหนุ่ม-สุทน” แล้วฝากติดตามฟังรายการ "กินเที่ยวทั่วไทยไปกับพี่หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์" ทางคลื่นข่าว fm 100.5 mhz ฟังเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ วิถีชุมชน วัฒนธรรมและอาหารถิ่นของชุมชนได้ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น. ขอบคุณและสวัสดีครับ ไปกราบขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันได้ครับ พิกัด "วัดหน้าพระเมรุราชิการามวรวิหาร" https://maps.app.goo.gl/LtyqYqSPDQkZVf2e9 เรื่องและภาพโดย : หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์ แฟนเพจเฟซบุ๊ค : https://www.facebook.com/sutonfm100.5/ #ติดตามฟังเรื่องราวการเดินทางเที่ยวทั่วไทยทางคลื่นข่าว100.5fm ทุกวันอาทิตย์เวลา 10.10-11.00 น. #ติดต่อวิทยากรด้านการท่องเที่ยวได้ที่ได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ค #เที่ยวเพลิน #เก็บเรื่องมาเล่าโดยหนุ่มสุทน #bigmaptravel อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !