ตามรอยคำสอนพ่อ เที่ยวเลโซโท ประเทศเศรษฐกิจพอเพียง

ตามรอยคำสอนพ่อ เที่ยวเลโซโท ประเทศเศรษฐกิจพอเพียง
แมวหง่าว
23 ตุลาคม 2560 ( 01:17 )
2.6K

เลโซโท ประเทศเล็กๆ ที่น้อยคนจะรู้ว่าอยู่ที่ไหน ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นดังเพชรเม็ดงามแห่งทวีปแอฟริกาใต้ที่รอคอยนักท่องเที่ยวที่มองหาความสงบ สัมผัสวิถีของผู้คนที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย และยังไม่ถูกกล้ำกรายจากโลกภายนอกมากนัก

 

 

 

 

เลโซโท นั้นมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทยมาก เนื่องจากเป็นประเทศที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ของเรา ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ไทยเดินทางไปให้ความรู้ และมอบทุนในการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเกษตรตัวอย่างในประเทศเลโซโท

เพราะประเทศนี้ไม่มีทางออกสู่ทะเล ถูกล้อมรอบด้วยประเทศแอฟริกาใต้ ภูมิประเทศค่อนข้างแห้งแล้ง ผลิตอาหารไม่เพียงพอจึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ จนในที่สุดก็สามารถแก้ปัญหาด้านเกษตรกรรมในประเทศได้อย่างยั่งยืน เป็นอีกหนึ่งประเทศเหมือน ภูฏาน ที่น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ในประเทศ

 

Photo Credit: Dean Calma / IAEA

 

สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 (King Letsie III) พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันของประเทศเลโซโท ทรงนำแนวทางการเกษตรแบบผสมผสานจากเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9

 

 

ถึงตรงนี้ก็พอจะทำให้หลายๆ คนอยากลองไปเยือนประเทศนี้ดูบ้างแล้ว เราขออาสาพาไปชม 8 ที่เที่ยวน่าสนใจในเลโซโทดังต่อไปนี้ ที่น่าจะถูกใจคนรักธรรมชาติ สายลมแสงแดดอย่างแน่นอน

 

 

1. Tse’hlanyane National Park

 

By Maliba Lodge , CC BY-SA 3.0

 

อุทยานแห่งชาติทางตอนเหนือที่ใหญ่ที่สุดของเลโซโท อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 1,940 เมตร ถึง 3,112 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูง สลับเทือกเขาซับซ้อนที่เต็มไปด้วยพืชพันธุ์ไม้หายากมากมาย กิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยวก็จะมีตั้งแต่ เส้นทางเดินเขาระยะทาง 39 กม. ขี่ม้าชมธรรมชาติ ลงเล่นน้ำในบ่อน้ำพุ ฯลฯ ทางอุทยานยังมีห้องพักไว้รองรับนักท่องเที่ยวด้วย

=======================

 

 

2. Katse Dam and Botanical Gardens

 

 

ทุกๆ ทริปท่องเที่ยวในประเทศเลโซโท ล้วนแล้วแต่ต้องพามาเยือนเขื่อนนี้เสมอ เพราะความสวยงามของวิวแม่น้ำที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา โอบล้อมด้วยขุนเขา ภายในบริเวณนี้ยังเป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ให้ศึกษา พร้อมกับกิจกรรมให้ทำมากมาย เช่น ล่องเรือชมทะเลสาบ ขี่ม้า เยือนหมู่บ้านของชาวเผ่า เป็นต้น

 

=======================

 

 

3. Sani Pass

 

 

เส้นทางสู่ภูเขา Drakensburg ที่คดเคี้ยวเหมือนงู เป็นเส้นทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการชมวิวบนยอดเขา ต้องใช้รถ 4×4 หรือ Mountain Bike ในการขึ้นมาเท่านั้น สมัยก่อนที่ยังไม่มีถนนขึ้นมา ชาวบ้านจะใช้ม้าหรือลาในการขนของขึ้นไปยังหมู่บ้านข้างบน ซึ่งเป็นเขตชายแดนระหว่างเลโซโทกับแอฟริกาใต้

=======================

 

 

4. Maletsunyane / Semonkong Falls

 

 

น้ำตกที่สูงที่สุดในทวีปแอฟริกาใต้ ความสูง 192 เมตร และยังมีธรรมชาติที่บริสุทธิ์สมบูรณ์อยู่ การชมน้ำตกต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 5 กิโลเมตร เลียบตามแม่น้ำ Maletsunyane ซึ่งจะมีน้ำเยอะที่สุดช่วงหน้าร้อน และกลายเป็นน้ำแข็งในหน้าหนาว เป็นทัศนียภาพที่แปลกตาอีกแบบ ที่นี่ยังได้รับการบันทึกเป็นสถานที่โรยตัวจากน้ำตกที่สูงที่สุดในโลก โดย Guinness World Record ด้วยความสูง 204 เมตร

=======================

 

 

5. Thaba-Bosiu

 

 

หุบเขา Thaba-Bosiu นั้นเป็นป้อมปราการตามธรรมชาติ และดินแดนอาศัยดั้งเดิมของชาวบาโซโท (บรรพบุรุษของชาวเลโซโท) มีสมญานามว่า “mountain of the night” ตามความเชื่อดั้งเดิมของชาวบาโซโท ว่าภูเขานี้จะขยายตัวสูงขึ้นในเวลากลางคืนเพื่อเป็นกำแพงป้องกันอาณาจักร ซึ่งตามประวัติศาสตร์ไม่เคยมีเผ่าไหนเข้ามาโจมตีชาวบาโซโทได้สำเร็จจริงๆ

=======================

 

 

6. Kome Cave Dwellings

 

 

ที่ตั้งของหมู่บ้านชนเผ่าโบราณแต่เก่าก่อน พวกเขาจะสร้างบ้านด้วยวิธีการแกะสลักจากหินทราย ขุดเป็นถ้ำเล็กๆ ติดกับเชิงผา แล้วฉาบซ้ำเสริมความแข็งแรงด้วยดินเหนียว และมูลวัว ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีผู้อยู่อาศัยอยู่เช่นเดิม เป็นการการันตีความแข็งแรงคงทนของบ้าน ผนังถ้ำยังมีภาพวาดศิลปะดั้งเดิมของชาวเผ่าให้ได้ชมด้วย

=======================

 

 

7. Dinosaur Footprints

 

 

ไม่ใช่แค่ชนเผ่าโบราณเท่านั้น เลโซโทยังเป็นประเทศที่มีการขุดค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์มากมาย ทั้งกระดูก และรอยเท้า รวมถึงซากต้นไม้ เปลือกไม้ เหลือกหอย ฯลฯ เป็นสวรรค์ของนักโบราณคดีโดยแท้ ประเทศนี้ยังมีไดโนเสาร์ประจำประเทศด้วย ชื่อว่า “เลโอซโทซอรัส” (Leosthosaurus) พบได้แค่ในแถบนี้เท่านั้น มีอายุอยู่ในช่วงยุคจูราสสิค ประมาณ 200-208 ล้านปีที่แล้ว

=======================

 

 

8. Sehlabathebe National Park

 

 

แนะนำอุทยานแห่งชาติที่อยู่ทางเหนือของเลโซโทไปแล้ว พามาดูทางใต้บ้าง นั่นคืออุทยาน Sehlabathebe ที่การเดินทางเข้าไปต้องใช้รถขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น จุดเด่นของที่นี่อยู่ที่เทือกเขาที่มีหลากหลายรูปทรง มีทะเลสาบ และระบบนิเวศน์อันอุดมสมบูรณ์

 

ถึงตรงนี้แล้วหลายคนคงเริ่มสนใจอยากลองไปเที่ยวเลโซโทแล้ว สำหรับชาวไทยจะต้องยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวเลโซโทก่อน ที่สถานกงสุลแห่งราชอาณาจักรเลโซโท ประจำประเทศไทย หากได้รับอนุมัติวีซ่าจะสามารถพำนักอยู่ในเลโซโทได้ 30 วัน การเดินทางจะต้องนั่งเครื่องบินไปลงที่เมืองโยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ แล้วต่อเครื่องไปยังสนามบินมาเซรู (Maseru) เมืองหลวงของประเทศเลโซโท

 

 

ข้อมูลที่น่าสนใจของประเทศเลโซโท

ชื่อทางการ : ราชอาณาจักรเลโซโท (Kingdom of Lesotho)

คำขวัญ : Khotso, Pula, Nala “สันติภาพ ฝน มั่งคั่ง”

พื้นที่ : 30,355 ตารางกิโลเมตร สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,500-3,350 เมตร ส่วนใหญ่เป็นภูเขา และที่ราบสูง

เมืองหลวง : มาเซรู

ภาษาราชการ : ภาษาโซโท, ภาษาอังกฤษ

การปกครอง : ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ

ศาสนา : 80% นับถือศาสนาคริสต์ และอีก 20% นับถือลัทธิความเชื่อดั้งเดิม

สกุลเงิน : โลติ (LSL)

วันที่เริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างราชอาณาจักรไทย : 17 เมษายน พ.ศ. 2532

 

สถานกงสุลแห่งราชอาณาจักรเลโซโท ประจำประเทศไทย

ที่อยู่ : เลขที่ 2 ซอยอภิชาติ ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

โทรศัพท์ : 0-2411-6011, 08-5311-3322

อีเมล์ : consul@lesothoconsulate-thai.or.th

เว็บไซต์ : lesothoconsulate-thai.or.th

 

 

ที่เที่ยวต่างประเทศ ที่น่าสนใจอื่นๆ

รู้จัก ภูฏาน ของ พระราชาธิบดีจิกมี และ 10 ที่เที่ยว เมื่อมาเยือน ภูฏาน

 

 

 

อัพเดทที่พักสุดชิลล์ ที่เที่ยวสุดมันส์ ที่กินสุดฮิป

ติดตาม travel.trueid.net ได้ที่

Facebook Twitter

และ แอปพลิเคชั่น

TrueID Application Add friend ที่ ID : @TrueID

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง