เที่ยวกะดีจีน ยลศิลป์3ท่า มอง3ศาสนา ดู4ความเชื่อ อบอุ่นงดงามบนความเข้าใจ

เที่ยวกะดีจีน ยลศิลป์3ท่า มอง3ศาสนา ดู4ความเชื่อ อบอุ่นงดงามบนความเข้าใจ
28 พฤศจิกายน 2555 ( 12:58 )
20.9K

                 

 

 

   
    ถือเป็นงานดีๆ อีกหนึ่งานที่ควรสนับสนุนและจัดต่อเนื่องมาปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้วครับ สำหรับงาน “ศิลป์ 3 ท่า ศิลป์ออกเสียง สำเนียงนานาชน คนฝั่งขะนี้”  สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นพ่องานหลัก ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี  เขตคลองสาน ทุกชุมชนในย่าน กะดีจีน คลองสาน สะพานพุทธ วัดกัลยาณ์ วงเวียนเล็ก บ้านแขก และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง



   

ปรบมือดังๆ กับความตั้งใจดี ความพยายาม และการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ที่พร้อมใจกัน “ชุบชู” ความงดงามแห่งหน้าประวัติศาสตร์ของพื้นที่ย่านเก่านี้ ให้ปรากฎแก่สายตาของประชาชนและสังคมไทย…ที่ร่วมใจกันผนึกกำลังประกาศให้โลกรู้ว่า ณ ชุมชนเก่าแก่นี้ มีความแข็งแรงสามัคคีกันในระหว่างสามศาสนา คือพุทธทั้งเถรวาทและมหายาน , คริสต์ และอิสลาม ที่เหนียวแน่นสืบเนื่องมานับร้อยๆ ปี…ที่น่าภาคภูมิใจในการพัฒนาชุมชนให้มีความเรียบร้อย สะอาด มีสาธารณูปโภคพื้นฐานครบถ้วน มีความร่มเย็นในชุมชน มีความทันสมัยโดยไม่ลืมรากเหง้า โดยยังดำรงไว้ซึ่งการอนุรักษ์ทั้งในรูปของตึกเก่าอาคารโบราณ และในรูปของขนบวัฒนธรรมตลอดจนวิถีดั้งเดิมได้อย่างน่าชื่นชม

 

 

    เมื่อค่ำวานนี้ (27 พ.ย.) ที่ลานริมน้ำของสำนักเทศกิจ เชิงสะพาน ใกล้วัดประยุรวงศาวาส เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้าฯ ครึกครื้นและคึกคักเป็นพิเศษ ด้วยมีพิธีเปิดงานใหญ่ประจำชุมชน คืองาน งาน “ศิลป์ 3 ท่า ศิลป์ออกเสียง สำเนียงนานาชน คนฝั่งขะนี้” งานที่จัดขึ้นเพื่อ “ส่องไฟ” มายัง “ย่านเก่า” เพื่อกระตุ้นให้สังคมและคนรุ่นใหม่ มองเห็นถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์ ความงดงามของวิถีชีวิตอันผสมผสานของเชื้อชาติพันธุ์และศาสนาที่มีความหลากหลายแต่อยู่กันได้อย่างร่มเย็น และเพื่อส่งสาส์นไปถึงโลกยุคปัจจุบันให้เห็นคุณค่าของอดีต เสน่ห์แห่งสถาปัตยกรรมโบราณเก่าแก่แท้ๆ

 

 

 

 


“กะดีจีน”หรือ “กุฎีจีน”  ย่านที่ความแตกต่างสามารถอยู่ด้วยกันอย่างปกติสุข โดยเส้นบางๆ ที่ดูเหมือนแยกผู้คนออกเป็นกลุ่มตามคติ ความเชื่อ และศรัทธา ไม่ว่าจะเป็นพุทธ คริสต์ อิสลาม หรือลัทธิแบบจีน ไม่อาจเป็นอุปสรรค สมคำร่ำลือว่าเป็นย่าน “สามศาสนา สี่ความเชื่อ” ที่มีความใกล้ชิด และเอื้ออาทรต่อกันมากที่สุดชุมชนหนึ่ง ย่านนี้ ถือเป็นย่านประวัติศาสตร์ที่มีความเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยชุมชนเล็กๆ 6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนวัดกัลยาณ์ ชุมชนกุฎีจีน ชุมชนวัดประยุรวงศ์ ชุมชนบุปผาราม ชุมชนกุฎีขาว และชุมชนโรงคราม ซึ่งคงความหลากหลายทางมรดกวัฒนธรรมของ 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ (พุทธเถรวาท พุทธมหายาน คริสต์ และมุสลิม) และอยู่ร่วมกันมาอย่างสันติสุขตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีจวบจนปัจจุบัน

 

 

 

    ในความแตกต่างนี้ กาลเวลานับร้อยปีตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี กลับประสานยึดโยงความต่าง สร้างความกลมเกลียวในความต่าง ทำให้คนในชุมชนทั้งหมดของย่านนี้ พึ่งพาและถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน อยู่ร่วมกัน ยอมรับในความต่างของกันและกัน และแบ่งปันวิถีของตนเอง จนออกมาในรูปของความต่างในแง่ศิลปะ อาหาร วัฒนธรรม ที่ล้วนแล้วแต่น่าศึกษาทั้งสิ้น

 

 

   

 

จาก “มัสยิดกุฎีขาว” บริเวณคลองบางหลวงมาถึง “โบสถ์ซางตาครู้ส” หลังปัจจุบันสร้างเป็นรุ่นที่ 3 เมื่อปี 2378 ตรงกับปีฉลอง “วัดประยุรวงศาวาส” พอดี ถัดไปอีกนิดเป็นที่ตั้งของ “ศาลเจ้าเกียนอันเกง” ตระหง่านริมเจ้าพระยาเคียงคู่ “วัดกัลยาณมิตร” ล้วนแล้วแต่เป็นศาสนสถานที่คนในชุมชนนี้เคารพนับถือ เป็นศูนย์รวมจิตใจ และมีบทบาทอย่างยิ่งในการพัฒนาและยกระดับจิตใจของคนในย่านนี้ด้วยคำสอนของแต่ละศาสนาที่ล้วนแล้วแต่สอนให้ศาสนิกชนของศาสนาที่ตนนับถือนั้น…เป็นคนดี

 

 

 

 

 

    ภายในงาน ได้รับเกียรติจากผู้นำศาสนาในชุมชนทั้งสามท่าน คือ พระธรรมโกศาจารย์ (ศ.ดร.ประยูร ธมฺมจิตฺโต) เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร , บาทหลวง ดร.วิทยา คู่วิรัตน์ เจ้าอาวาสวัดซางตาครู้ส และ ดาโต๊ะ ดร. อิหม่าม พัฒนา หลังปูเต๊ะ มัสยิดต้นสน มากล่าวถึงความสำคัญของชุมชน ความสมัครสมานสามัคคี การเสียสละ แบ่งปัน และจิตอาสาเพื่อทำให้ชุมชนขับเคลื่อนไปได้อย่างสงบสุขบนความต่างทั้งศาสนาและชาติพันธุ์ ร่วมด้วยปลัดนินนาท ชลิตานนท์ หญิงเก่งแห่งกทม. ที่ยอมรับว่าค่อนข้าง “อิน” กับงานนี้ เพราะเป็นคน “ฟากขะนี้” จึงรู้สึกดีและสนับสนุนกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ และพ่องานผู้มากความสามารถอย่าง “พี่ปุ๋ย” –  สมิตร โอบายะวาทย์ นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ที่เป็นหนึ่งในกลจักรสำคัญที่พยายาม “ส่องไฟ” ให้คนรุ่นใหม่เห็น “ความงามในความเก่า” จนตกผลึกออกมาเป็นงานดีๆ ที่จัดกันมาแล้วถึงสามครั้ง และรวมคราวนี้ก็เป็นครั้งที่สี่อย่างต่อเนื่องและได้ผล

 

 

 


   

 

 

งานนี้ได้รับความสนใจจากทั้งผู้มีได้จดหมายเชิญ คนในชุมชน ตลอดจนบรรดานักท่องเที่ยวที่บังเอิญเดินผ่านมาทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ต่างก็ให้ความสนใจในสีสันความแตกต่างอันหลากหลายของชุมชนชาวกะดีจีนอย่างคึกคัก บางคนจูงสุนัขมาเดินเล่นก็แวะมาชมการแสดงบนเวที ในขณะที่บรรดาสิงห์สองล้อนักปั่นที่ผ่านมา ก็จอดจักรยาน จูงเข้ามาร่วมงานและร่วมชิมอาหารของดีของเด็ดในย่านนี้

 

 

 

ไม่ว่าจะเป็น ขนมฝรั่งกุฏีจีน ขนมกะลอจี้ ขนมเบื้องญวน ข้าวหมกไก่ ผัดหมี่ ขนมจีนแกงคั่ว เป็นที่อิ่มท้องอิ่มอารมณ์กันถ้วนหน้า ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่ผ่านมาร่วมงานต่างตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงนาฏศิลป์ที่บรรเลงโดยภาษาไทยสำเนียงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไทยสำเนียงจีน ไทยสำเนียงแขก ไทยสำเนียงมอญ ไทยสำเนียงลาว ที่ประกอบการแสดงหลากชุดหลายสีสัน ทำเอาบรรดาทีมผู้จัดงานถูกซักไซ้เพราะงานนี้ฝรั่งก็สนใจไม่น้อยทีเดียว

 

 

 

 

 

    นอกจากนี้ จากลานริมน้ำของสำนักเทศกิจ เดินออกมาด้านนอก เลาะริมแม่น้ำเจ้าพระยาไปทางวัดประยุรวงศาวาส ยังมีการจัดนิทรรศการเล็กๆ ทว่าเก๋ไก๋ไม่เบา ที่จัดแสดงงานศิลปของเด็กๆ ทั้งในรูปของการนำสิ่งของวัสดุเหลือใช้มาตกแต่งจนเป็นงานอาร์ต , เปเปอร์มาร์เช่แบบลอยตัว3D รวมไปถึงการจัดแสดงรูปของอาคารเก่าๆ ที่หาชมยากมากของย่านชุมชนกะดีจีน ที่แทนที่จะจัดโชว์บนเฟรมสวยๆ กลับเอาไปแขวนตามแนวรั้วสังกะสี แถมตามไฟวิบวับยามค่ำคืน น่าหิ้วกล้องไปชักภาพเก็บไว้เป็นที่สุด!

 

 

    กล่าวจากใจจริงว่าอยากให้ไปดูกัน…ไม่ใช่เรื่องที่หาชมง่ายๆ นัก สำหรับชุมชนที่เราจะเห็น วัด โบสถ์ และมัสยิดอยู่ด้วยกัน และคนทั้งสามศาสนาถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมานานนับร้อยๆ ปี ไม่ใช่ของธรรมดานักที่วิถีเก่าก่อนยังคงหลงเหลือให้เห็น ไม่ใช่ของสามัญเลยที่ชุมชนเก่าๆ ยังคงแข็งแรงแบบยั่งยืนและส่งต่อภูมิปัญญาดั้งเดิมของตนเองสู่คนรุ่นหลังได้อย่างภาคภูมิเช่นนี้

   

 



ท่ามกลางกระแสอันเชี่ยวกรากของการท่องเที่ยวสถานที่ที่ถูกเรียกว่า “ธีม” อย่างบ้าคลั่งของคนรุ่นใหม่…ท่ามกลางพายุโลกาภิวัตน์ที่กำลังพัดโหมลบเลือนร่องรอยแห่งอดีตและนำพาให้วัยรุ่นหันไปนิยมความฉาบฉวย ท่ามกลางสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ถูก Set ขึ้นเพื่อเรียกคนเขาไปถ่ายรูปอัพขึ้นโซเชียลเนคเวิร์คแบบประเดี๋ยวประด๋าว

 

 

    …ย่านเก่า…ของจริง…ธีมจริงไม่มีSET…ความงามที่ยืนหยัดยืนยงผ่านกาลเวลา กรำบ่มด้วยภูมิปัญญาและวิถีของคนรุ่นเก่าที่รักษาเอาไว้…ยังคงมีที่นี่…ตรงนี้

 

    …แล้วคุณจะรู้ว่า…”กะดีจีน” มีอะไรมากกว่าที่คุณคิด!

งานครั้งถัดไปของ”ศิลป์ 3 ท่า ศิลป์ออกเสียง สำเนียงนานาชน คนฝั่งขะนี้”

เทศกาลคริสมาสต์ : อังคาร 24 ธันวาคม 2555 เวลา 17:00-21:00 น. ณ ลานวัดซางตาครู้ส

-การแสดงดนตรี “ออกภาษา ตอนที่ 2 : ฝรั่งยีเฮ็ม”
-ทัศนะจร 2: บลัดเลย์: หมอฝรั่งยุคสยามศิวิไลซ์
-นิทรรศการแสงไฟมรดกวัฒนธรรม
-นิทรรศการ“สืบรากพ่อ-สาแหรกแม่”
-การประกวดออกแบบถ้ำพระกุมารโดยเยาวชน
-ละคร “พระเกิด” และพิธีมิสซา

 

 

งานฉลองวัดรั้วเหล็ก: อาทิตย์ 13 มกราคม 2556 เวลา 17:00-21:00 น. ณ ลานพระบรมธาตุมหาเจดีย์ วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

-การแสดงดนตรี “ออกภาษา ตอนที่ 3: แขกมอญบางช้าง”
-ทัศนะจร 3: เยือนบ้านเก่าของชาว “บุนนาค”
-นิทรรศการแสงไฟ “เขาเต่า”
-การเสวนาและนิทรรศการการ“วัดรั้วเหล็ก : กาแฟ น้ำตาล และการแพทย์”

 

 

 



งานเรื่องเล่าในวงชา -เสวนาในวงแขก : เสาร์ 2กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 08:00-17:00 น. ณ อุทยานสมเด็จย่าฯ    

-ปลูกต้นไม้ที่วัดพิชยญาติการาม ย่านคลองสานกับกลุ่มบิ๊กทรี
-การแสดงดนตรี “ออกภาษา ตอนที่ 4: แขกเชิญเจ้า”
-ทัศนะจร 4: กรมท่าขวาผู้มาเรือกำปั่น
-นิทรรศการ “สำรับแขก สำรับไทย สำรับใคร สำรับเทศ”
-การเสวนา “ฐานถิ่นมุสลิมเมืองกรุง”

 

 

 

 

 ศิลป์ สามท่า : ศิลป์ออกเสียง สำเนียงนานาชน คนฝั่งขะนี้ :เสาร์ 23 – อาทิตย์ 24กุมภาพันธ์ 2556 เวลา 17:00-21:00 น ณ ย่านกะดีจีนและย่านคลองสาน

 

-การแสดงดนตรี “ออกภาษา ตอนที่ 5: จีนไจ้ยอ/จีนฮ้อแฮ”
-นิทรรศการศิลปะจัดวาง“ตุ๊กตาออกท่า”
-ทัศนะจร 5 : เจ้าสัวโต เตี่ยของ “จีนตึกขาว” ที่คลองสาน
-นิทรรศการแสงไฟมรดกวัฒนธรรม
-นิทรรศการภาพสเก็ตช์“Sketchwalk Chao Phraya: เลียบฝั่งเจ้าพระยา”
-งานเปิดตัวโครงการถนนคนเดินตรอกดิลกจันทร์
-ปั่นสามท่า

Facebook Fanpage : Love Kadeejeen
anuloveanurak@gmail.com / 08-3302-0660

 

 

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
– Email : anuloveanurak@gmail.com
– Facebook : Love Kadeejeen
หรือ
– คุณชัญญาภรณ์ ลาดเสนา : ผู้จัดการโครงการ ningjingle@gmail.com 08-0235-3279
– คุณศักรพัฒน์ อนุรักษ์ภราดร : เจ้าหน้าที่โครงการ josh2859@hotmail.com 08-1771-2305