21 จุดถ่ายรูปสวย ทุ่งดอกไม้ RakDok มหัศจรรย์แดนมาลี The Blooms Orchid Park ราชบุรี 🌸 โพสต์ท่าสวยทุกมุม

21 จุดถ่ายรูปสวย ทุ่งดอกไม้ RakDok มหัศจรรย์แดนมาลี The Blooms Orchid Park ราชบุรี 🌸 โพสต์ท่าสวยทุกมุม
เอิงเอย
6 ธันวาคม 2563 ( 08:00 )
21.8K

      ต่อเนื่องกันไปเลยจ่ะ งานสำหรับคนรักดอกไม้ ที่ต้องห้ามพลาด หลังจาก RakDok ได้เนรมิต บึงไมตรีจิต คลองสามวา กรุงเทพฯ ด้วยดอกไม้นานาชนิด ใน งาน RakDok Campsite กันไปแล้ว ตอนนี้ กลับมาเบิกบานกันอีกครั้ง ตามรอยนิทาน RakDok Floral Destination มหัศจรรย์แดนมาลี  กันที่ The Blooms Orchid Park ราชบุรี นิทรรศการเพื่อการอนุรักษ์กล้วยไม้ไทย ถ่ายรูปสวยทุกมุม ไม่เคยผิดหวังค่า โดยจัดงานขึ้นในวันที่ 5 ธันวาคม 2563 - 28 กุมภาพันธ์ 2564 นี้ พลาดไม่ได้แล้วน้า 🌸

 

ถ่ายรูปสวยๆ The Blooms Orchid Park ราชบุรี
RakDok Floral Destination มหัศจรรย์แดนมาลี



        นิทรรศการ RakDok Floral Destination มหัศจรรย์แดนมาลี นี้ จัดขึ้นที่ The Blooms Orchid Park ราชบุรี ค่ะ ภายในงานได้แยกออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนของสวนป่าอุทยานกล้วยไม้ และส่วนของนิทรรศการ RakDok Floral Destination l มหัศจรรย์แดนมาลี ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ทั้ง 2 ส่วนเลย

 

สวนป่าอุทยานกล้วยไม้

      🌳 ส่วนแรกคือ ส่วนของสวนป่าอุทยานกล้วยไม้ จะมีการจัดแสดงดอกกล้วยไม้ที่ผลิตในเชิงพาณิชย์นานาๆ ชนิด และมีป่ากล้วยไม้ป่าและกล้วยไม้หายาก แหล่งปลูกอุดรซันไฌน์ และกล้วยไม้สกุลช้างซึ่งกล้วยไม้ป่าที่ปลูกตามธรรมชาติ ซึ่งจะทยอยออกดอกตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคมยาวไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ (ปกติกล้วยไม้ป่ามักจะออกดอกตั้งแต่เดือนมกราคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคม) แล้วแต่สายพันธุ์ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมสวนกล้วยไม้ได้ตามอัธยาศัย ไม่มีการจัดคิวเข้าถ่ายภาพ

 

นิทรรศการ RakDok Floral Destination

     🌸 ส่วนที่สอง คือพื้นที่ของนิทรรศการ RakDok Floral Destination l มหัศจรรย์แดนมาลี นิทรรศการฉากประกอบนิทานเขียนขึ้นโดย Joe Rainforest โดยนิทรรศการจะเป็นการจัดฉากประกอบนิทานดอกไม้ (A Floral Tale) มหัศจรรย์แดนมาลี (Return to Innocence) ตื่นตาตื่นใจกับฉากนิทานดอกไม้กว่า 20 ฉากสร้างสรรค์จากโครงสร้าง ดอกไม้สด ดอกไม้เสมือนจริง และไม้ดอกไม้ใบปลูกจากกระถาง โดยจะมีการอำนวยความสะดวกเพื่อเข้าถ่ายภาพแต่ละ Scene อีกด้วยค่ะ 

 

Scene 1. An Old Book
หนังสือเล่มเก่า

 

       เวลาที่ประสบปัญหาชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธุรกิจ การงาน สุขภาพ หรือความรัก คุณเลือกรับมือกับปัญหาด้วยวิธีไหน... “การอ่านหนังสือ” มักถูกเลือกใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้กับปัญหา อ่านเพื่อให้เกิดปัญญา และยังเชื่ออยู่เสมอว่า "สติและปัญญา" คืออาวุธที่ดีที่สุด

       อีกครั้งที่ปัญหาพาเรากลับมาที่ชั้นวางหนังสือ บางเล่มอ่านจบไปหลายรอบ ในขณะที่บางเล่มตั้งแต่ซื้อมายังไม่เคยเปิดอ่านแม้แต่หน้าเดียว หนังสือบางเล่มเคยถูกใช้เป็นกุญแจไขไปหาทางออกของปัญหา ในขณะที่บางเล่มก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่หนังสือ แต่เป็นที่เก็บความทรงจำ

==============

 

Scene 2. In The Middle of Nowhere
ดินแดนไร้ชื่อ

 

 

       “มหัศจรรย์แดนมาลีเป็นโลกของเด็กน้อย แต่เป็นเด็กน้อยที่ซ่อนอยู่ในตัวผู้ใหญ่หลายๆ คน” บ่อยครั้งการลืมตาขึ้นในความฝัน เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเราอยู่ที่ไหนบนโลก หรือมันอาจจะเป็นสถานที่ที่ไม่มีอยู่จริงบนโลกก็ได้

 

 

      เตียงนอน ตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งคือเรื่องผิดปกติสำหรับชีวิตปกติ ทุ่งดอกไม้เบาแห้งโอบรอบ และกลีบดอกไม้ดอกเล็กร่วงปะปนกันอยู่กับซากปีกผีเสื้อ ในขณะที่ยังมีผีเสื้อขยับปีกบินไปมา ใช้ชีวิตอยู่เพื่อเหตุผลบางอย่างที่มันเองก็อาจจะไม่เข้าใจ

==============

 

Scene 3. The Gate
ซุ้มประตู

 

 

       ผีเสื้อไม่เคยรู้ว่าชีวิตเกิดมาเพื่ออะไร แต่ผีเสื้อรู้ว่าที่ไหนมีดอกไม้ น้ำหวานจากดอกไม้คือสิ่งที่มันแสวงหา เด็กน้อยได้แต่เดินตามผีเสื้อบอบบาง บินผ่านทุ่งแล้งดอกไม้แห้ง จนมาหยุดอยู่หน้าซุ้มกลางสวนร้าง จุดที่ผีเสื้อน้อยขยับปีกครั้งสุดท้ายก่อนปล่อยร่างปลิวร่วงลงที่หน้าซุ้มดอกไม้ที่หลงเหลือเป็นซากเหี่ยวแห้งไร้ชีวิตติดคาอยู่ที่โครงเหล็ก

==============

 

Scene 4. Forgotten Town
เมืองที่ถูกลืม

 

 

      เมื่อหมดผู้นำทาง การเดินสำรวจเมืองร้าง เป็นทางเลือกเดียวที่พอจะทำได้ สภาพเมืองที่ถูกทิ้งลืมยังมีร่องรอยเค้าโครงความสวยงาม ซึ่งมากพอจะนึกภาพได้ว่าที่นี่เคยสวยงามแค่ไหน ผู้คนในเมืองนี้หายไปไหนหมด เกิดอะไรขึ้นในเมืองนี้

 

 

==============

 

Scene 5. No Food Dining
มื้ออาหารที่ไร้อาหาร

 

 

 

       โต๊ะอาหารที่เห็นเพียงร่องรอยของความอุดมสมบูรณ์ ความสวยงาม วันนี้ไร้อาหาร ไร้ผู้คน ไร้เสียงหัวเราะ สิ่งที่หลงเหลือชวนให้ใจหดหู่เงียบเหงา ใต้เงาต้นไม้ใหญ่ที่ยืนให้ร่มเงามานานดูเซื่องซึม ลำแสงที่เล็ดลอดทอดลงพื้นดิน ไม่เพียงพอที่จะให้ดอกไม้ต้นเล็กๆ เติบโตไปจนถึงวันที่จะผลิดอกออกเมล็ด

==============

 

Scene 6. A Familiar Face
ใบหน้าที่คุ้นเคย

 

 

 

       เด็กน้อยย่างก้าวตามทางเดินไปเรื่อยจนถึงลำธาร แล้วนั่งลงปนครุ่นคิดอยู่ริมน้ำ คำถามมากมายในความงุนงงเริ่มกวนใจ สักครู่เด็กน้อยก็ยืดคอยื่นหน้าเพื่อมองหาอะไรบางอย่างในลำธารแทนการตอบคำถามในหัวของตัวเอง ใช่แล้ว เราเคยสนุกกับการมองหาปลาในที่ที่มีน้ำใส แต่สิ่งที่เด็กน้อยเห็นกลับไม่ใช่ปลา แต่เป็นภาพใครบางคนสะท้อนเป็นเงาอยู่ที่ผิวน้ำ คนที่เด็กน้อยน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี

==============

 

Scene 7. Flying in Swirl
ปลิวไปใต้สายน้ำ

 

 

      ใบหน้าในน้ำทำให้ลืมระวังตัว เด็กน้อยพลัดลื่นตกลงไปในลำธาร พร้อมกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด น้ำหมุนมาพร้อมกับเกลียวคลื่นที่ไม่สามารถบอกได้ว่ามาจากไหน ได้สะบัดเกลียวเกรี้ยวกราดหมุนเหวี่ยงร่างเด็กน้อยไปมาอย่างไร้ทิศทาง

 

==============

 

Scene 8. Streaming
ตามน้ำ

 

 

      เด็กน้อยถูกเกลียวน้ำส่งเข้าไปติดอยู่ในทุ่งสาหร่าย มันช่วยหยุดร่างเด็กน้อยไม่ให้ไหลลอยไปตามกระแสน้ำ เด็กน้อยพยุงตัวไม่ให้จมน้ำ และพยายามตะเกียกตะกายเข้าหาฝั่ง เมื่อปีนขึ้นฝั่งได้ เด็กน้อยทิ้งร่างเปียกโชกนอนหงายลงบนลานแห้งใต้ต้นไม้ใหญ่ หลับตาตั้งสติรับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

 

==============

 

Scene 9. The Cocoon
ดักแด้

 

 

      ตาที่หลับอยู่ค่อยๆ ลืมขึ้น เมื่อรู้สึกถึงบางสิ่งที่ขยับบินไปมาอยู่ใกล้ตัว ถึงแม้ว่าลมใต้ปีกจะเบาบางมาก แต่ก็พอจะเดาได้ว่า สิ่งที่บินอยู่รอบๆ มีจำนวนเยอะมากจนรู้สึกได้ถึงสัมผัสของลม

      ภาพที่เห็นคือฝูงผีเสื้อ และที่อยู่ไม่ห่างตัวมันก็คือดักแด้รังใหญ่ เด็กน้อยถูกน้ำพัดมาที่แดนดินที่ผีเสื้อนับร้อยนับพัน บินโฉบไปมาอย่างไร้เหตุผล หรือมันกำลังดีใจ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ผีเสื้อเหล่านี้ร่าเริงผิดปกติ

==============

 

Scene 10. Birth of Hope
กำเนิดความหวัง

 

 

      พลันรังดักแด้ก็ค่อยฉีกออก กลีบปีกแทรกช่องว่างของรังที่ฉีกเป็นแนว ก่อนที่จะคลี่ปีกออกอวดทุกสายตา หลังจากขยับปีกได้ไม่นาน ผีเสื้อยักษ์ผิดขนาด ก็กระพือปีกโบยบิน ไม่ทันตั้งตัว มันก็บินเข้าไปตะปบจับร่างเด็กน้อยด้วยขาทั้งหมดไว้แน่น ก่อนจะบินทยานพุ่งไปข้างหน้าโดยที่เด็กน้อยไม่รู้จุดหมาย

==============

 

Scene 11. Petalless Flowers
ดอกไม้ไร้กลีบ

 

 

      ผีเสื้อยักษ์อุ้มเด็กน้อยบินผ่านทุ่งดอกไม้ที่ไร้กลีบ เหลือเพียงเกสรสวยที่ฝ่อแห้งตามกาลเวลา ดอกไม้บางชนิดมีอาหารให้แมลง ในขณะที่บางชนิดดักแมลงเป็นอาหาร ผีเสื้อตัวที่แข็งแรงที่สุดเท่านั้น ที่จะบินพาเด็กน้อยให้ไปส่งถึงแดนมาลี

 

==============

 

Scene 12. Arriving The Kingdom of Flowers
เขตแดนมาลี

 

 

 

      ผีเสื้อปล่อยเด็กน้อยลงที่กลุ่มเกสรหนานุ่มที่แดนมาลี จากนั้นก็บินจากไป ภาระหน้าที่ของมันเสร็จสิ้นแล้ว ความหวังหลังจากนี้คือการรอคอยว่าวันหนึ่งมันจะพาฝูงผีเสื้อครอบครัวของมัน จะได้มีโอกาสกลับมาโบยบินอยู่ในแดนมาลีที่อุดมสมบูรณ์อย่างมีความสุขอีกครั้ง

==============

 

Scene 13. The Key
ปริศนา

 

 

 

“ยินดีต้อนรับสู่แดนมาลี” เสียงแว่วมาจากพุ่มดอกไม้

       “ไปเอาเมล็ดพันธ์ุที่เจ้าเก็บไว้กลับไปสร้างแดนมาลี” เสียงเบาแผ่วแต่ชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงที่คุ้นมาก มากจนเหมือนเด็กน้อยพูดประโยคนั้นออกมาเอง เสียงนั้นดนใจให้เด็กน้อยปรายมองไปที่บนเนินเขาสูงอย่างไม่รู้ตัว กระท่อมน้อยถูกห่อหุ้มด้วยหิมะขาวโพลน

==============

 

Scene 14. The Seeds
เมล็ดพันธ์ุ

 

 

 

      เด็กน้อยรีบเดินขึ้นเขาสูงไปเรื่อยเหมือนรู้ว่าอะไรถูกเก็บไว้ที่นั่น อะไรที่ว่าถูกเก็บลืม แต่สิ่งที่ถูกลืมไม่เคยจะหมดกำลังใจที่จะรอ ทันทีที่ประตูกระท่อมถูกเปิดออก เมล็ดดอกไม้นานาพันธุ์ก็ไหลทะลักออกมาจากช่องประตูอย่างมากมาย

      เด็กน้อยโกยเมล็ดดอกไม้เท่าที่จะทำได้ ก่อนจำนำเมล็ดดอกไม้หว่านโปรยลงดินเหมือนที่เคยทำ ใช่เหมือนที่เคยทำเมื่อนานมาแล้ว และมันนานมากจนความทรงจำเกือบจะถูกเวลาลบเลือน

==============

 

Scene 15. First Spring
สัมผัสแรกแห่งฤดู

 

 

      เพียงเมล็ดพันธ์ุที่นอนนิ่งบนผืนดินสัมผัสละอองน้ำและแดดอ่อน ดินแดนที่เคยว่างเปล่าก็เริ่มถูกแทนที่ด้วยสีเขียวของใบไม้ ชั่วพริบตาดอกไม้สารพัดสี ก็แย่งกันอวดกลีบสวยเต็มท้องทุ่งปะปนผสมอยู่กับทุ่งหญ้าเขียว ผีเสื้อหลากสีสันบินโฉบบินแวะดอกไม้ไปมา ช่วยให้ดอกไม้พร้อมที่จะสร้างเมล็ดพันธุ์ในรุ่นต่อไป

 

 

==============

 

Scene 16. The Kingdom of Flowers
แดนมาลี

 

 

      แดนมาลี คือ ดินแดนแห่งความฝันและเต็มไปด้วยความสุข วันนี้เด็กน้อยเดินเข้าไปในสวน แล้วบรรจงเก็บเมล็ดพันธ์ุดอกไม้ที่ตนเองชอบที่เริ่มแก่จัดจัดเต็มสองกำมือ

 

 

==============

 

Scene 17. Weed Flowers
วัชพืช

 

 

       เมล็ดดอกไม้บางส่วนถูกหว่านทิ้งอย่างไร้ค่า จะเกิดหรือตาย ขึ้นอยู่กับการหยิบยื่นโอกาสจากธรรมชาติ หากเมล็ดตกไปอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ก็พอจะมีโอกาสเกิดอีกครั้ง หากเกิดอยู่บนดินที่ไม่อุดมสมบูรณ์ ดอกไม้ก็ทำได้เพียงรอวันที่ผีเสื้อจะโบยบินพาละอองเกสรของมันเดินทางไปหาความหวังใหม่

==============

 

Scene 18. Flower Field
ทุ่งดอกไม้

 

 

      เมล็ดดอกไม้ที่สมบูรณ์แข็งแรงจำนวนมาก อาจถูกสายลมพัดปลิวไปร่วงหล่นลงบนผืนดินที่อุดมสมบูรณ์ ถึงแม้ไร้การเหลียวแล แต่เมื่อฤดูกาลที่เหมาะสมมาถึง มันจะเริ่มต้นชีวิตผลิใบอ่อน และเติบโตสวยงามเป็นดอกไม้เบ่งบานท่ามกลางทุ่งดอกไม้นานา

 

==============

 

Scene 19. Flowers are Treasures
ดอกไม้ในแปลงปลูก

 

 

       เมล็ดพันธ์ุบางส่วนถูกนำไปปลูกอย่างตั้งใจ ปรับปรุงพันธุ์ดอกไม้ผ่านนวัตกรรม เพิ่มสีสัน สร้างคุณสมบัติใหม่และรูปทรง ออกมายั่วยวนตาชาวโลก จนสุดท้ายกลายเป็นดอกไม้สวยที่นำประโยชน์มาสู่เหล่าผู้ที่มองเห็นประโยชน์ และนำไปใช้ประโยชน์สารพัน สร้างรายได้และอนาคต

==============

 

Scene 20. Wall or Way
กำแพงหรือทางไป

 

 

       สุดท้ายดอกไม้จะมีประโยชน์หรือไม่ อยู่ที่มุมมอง เมื่อมองเห็นประโยชน์ มันจะถูกพัฒนาต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ และจะกลายเป็นเรื่องเล่าถ่ายทอดผ่านนิทรรศการ รักดอก RakDok วันแล้ววันเล่า เล่าแล้วเล่าอีกอย่างไม่รู้จบสิ้น

 

 

      ความจริงแล้ว ใครก็สามารถเล่าเรื่องจากดอกไม้ได้ เรื่องใหม่รอการมาเล่า อีกครั้งที่ผมเดินไปเด็ดดอกไม้ในสวน แล้วนำไปทับเก็บไว้ใน ‘มหัศจรรย์แดนมาลี’ เผื่อวันหนึ่งผมลืมความสุขในสวนดอกไม้เล็กๆ หลังบ้าน ดอกไม้ที่ผมทับเก็บความทรงจำไว้ อาจจะร่วงออกมาทักทาย และพาผมกลับไปหาเมล็ดแห่งความฝันอีกครั้งในแดนมาลี

==============

 

Ended Scene : Butterflies
จบบริบูรณ์ กับ ฝูงผีเสื้อ

 

 

       ว่ากันว่าผีเสื้อสื่อถึงสัญลักษณ์ของชีวิตที่ไม่มีวันตาย ตราบใดที่ยังเห็นผีเสื้อโบยบิน ถึงแม้ที่สถานที่แห่งนั้น จะไม่มีดอกไม้ให้เห็น แต่ให้เชื่อเถอะว่า ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งไม่ไกลจากสถานที่แห่งนั้น จะมีดอกไม้เบ่งบานอยู่อย่างแน่นอน

RakDok Floral Destination l Return to Innocence
Photographer l Sriprat Photographer
Story & Conceptual Design l Joe Rainforest

==============

 

Scene ที่มีการแจกบัตรคิวมีอยู่ 2 Scene คือ 

1. Scene ที่ 2 ฉากเตียงนอน (In The Middle of Nowhere ‘ดินแดนไร้ชื่อ’)
2. Scene ที่ 16 ฉากปราสาทดอกไม้ (The Kingdom of Flowers ‘แดนมาลี’)

  • ทีมงานจะแจกบัตรคิวทุกวันจำนวน 300 คิว จนกว่าบัตรคิวจะหมด และจะแจกบัตรคิวอีกรอบหากเวลาทำการมีเหลือมากพอในช่วงบ่าย (เนื่องจากมีผู้ทิ้งคิวในแต่ละวันที่ไม่แน่นอน)

  • กรณีที่มีการประกาศเรียกหมายเลขแล้วนักท่องเที่ยวไม่ปรากฎตัว ทีมงานจะขอตัดคิวและเรียกคิวถัดไปทันที
  • กรณีที่ไม่มีคิว สามารถถ่ายภาพได้ไม่จำกัดเวลาเช่นกัน

  • หากมีคิว จำกัดเวลาถ่ายภาพ ไม่เกิน 2 นาที รวมเวลาเดินเข้า 15 วินาที และเจ้าหน้าที่จะประกาศหมดเวลา 15 วินาทีก่อนหมดเวลา เวลากรถ่ายภาพจะสิ้นสุดลง

  • สามารถเข้าคิวถ่ายใหม่ได้ไม่จำกัดจำนวน (มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก)

 

Scene ที่ต้องเข้าคิวถ่ายภาพ

       สามารถถ่ายภาพไม่จำกัดเวลาหากไม่มีคิว หากมีคิวจำกัดเวลาถ่ายภาพ ไม่เกิน 2 นาที รวมเวลาเดินเข้า 15 วินาที และเจ้าหน้าที่จะประกาศหมดเวลา 15 วินาทีก่อนหมดเวลา เวลากรถ่ายภาพจะสิ้นสุดลง สามารถ เข้าคิวถ่ายใหม่ได้ไม่จำกัดจะนวน (มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก)


1. Scene ที่ 9 The Cocoon (ดักแด้)
2. Scene ที่ 10 Birth of Hope (กำเนิดความหวัง)
3. Scene ที่ 12 Arriving The Kingdom of Flowers (เขตแดนมาลี)
4. Scene ที่ 13 The Key (ปริศนา)
5. Scene ที่ 14 The Seeds (เมล็ดพันธ์ุ)
6. Scene ที่ 20 Wall or Way (กำแพงหรือทางไป)

 

Scene ที่ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำจุด นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายภาพเองได้ตามอัธยาศัย กรุณาเอื้อเฝื้อผู้ที่เข้าคิวจำกัดเวลาเช่นกัน 1-2 นาที


1. Scene ที่ 1 An Old Book (หนังสือเล่ม)
2. Scene ที่ 3 The Gate (ซุ้มประตู)
3. Scene ที่ 4 Forgotten Town (เมืองที่ถูกลืม)
4. Scene ที่ 5 No Food Dining (มื้ออาหารที่ไร้อาหาร)
5. Scene ที่ 6 A Familiar Face (ใบหน้าที่คุ้นเคย)
6. Scene ที่ 7 Flying in Swirl (ปลิวไปใต้สายน้ำ)
7. Scene ที่ 8 Streaming (ตามน้ำ)
8. Scene ที่ 11 Petalless Flowers (ดอกไม้ไร้กลีบ)
9. Scene ที่ 15 First Spring (สัมผัสแรกแห่งฤดู)
10. Side Scene ที่ 16 เฉพาะฉากถ่ายภาพด้านข้างบริเวณรอบๆปราสาทด้านนอกเท่านั้น ด้านในต้องรับบัตรคิว
11. Scene ที่ 17 Weed Flowers (วัชพืช)
12. Scene ที่ 18 Flower Field (ทุ่งดอกไม้)
13. Scene ที่ 19 Flowers are Treasures (ดอกไม้ในแปลงปลูก)
14. Ending Scene Butterflies (จบบริบูรณ์ กับ ฝูงผีเสื้อ)

*หมายเหตุ มาตราการการแก้ปัญหาเรื่องการจัดลำดับคิวเพื่อการรูป

       หากทีมงานพิจารณาว่าจุดใดมีปัญหาในการเข้าคิวของนักท่องเที่ยว ทีมงานจะพิจารณาเพิ่มเจ้าหน้าที่ประจะจุดตามความเหมาะสมในโอกาสต่อไป

       ⏱ จัดสรรเวลาให้ดีและเตรียมตัวให้พร้อมในการไปเยี่ยมเยือนดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้ เพราะแดนมาลีเป็นเพียงโลกแห่งจินตนาการ ดังนั้นจะปรากฎอยู่บนโลกนี้เพียง 3 เดือน หลังจากนั้น แดนมาลีทั้งเมืองจะสูญสลายหายไปตลอดกาล

 

แผนที่จุดต่างๆ ภายในงาน

 

5 ธันวาคม 2563 - 28 กุมภาพันธ์ 2564
เวลาทำการและจำหน่ายบัตรเข้าชมนิทรรศการ (Open and Close Time)

  • วันจันทร์ - วันพฤหัสบดี และวันที่ 5 ธ.ค. 63 (Mon - Thu) 09.00 - 17.00 น.
  • วันศุกร์ - วันอาทิตย์ (Fri - Sun) 07.00 - 17.00 น.
  • วันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ (Holiday) 07.00 - 17.00 น.

สามารถอยู่ถ่ายภาพได้ถึงเวลา 17.30 น. หรือจนกว่าแสงจะหมด

 

นักท่องเที่ยวสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่หน้างาน เวลาเปิดงานทุกวัน (ไม่มีบริการจองออนไลน์)
ราคาบัตรเข้าชมนิทรรศการ

  • ผู้ใหญ่ 200.- บาท
  • เด็ก 120.- บาท (เด็กสูงไม่เกิน 110 ซ.ม.)

หมายเหตุ *บัตรเข้าชมงานเป็นประเภท One Day Pass ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 06-1899-7893

***หมายเหตุ***

       เนื่องจากเป็นนิทรรศการดอกไม้ระยะยาว การชมดอกไม้แต่ละครั้งอาจมีความแตกต่างกันออกไป ตามสภาพ และชนิดของดอกไม้ ดอกไม้ตกแต่งบางจุดใช้ดอกไม้สด แล้วทีมงานตั้งใจปล่อยให้แห้งตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมงานออกแบบไว้ ทีมงานจะซ่อมแซมและเปลี่ยนดอกไม้ทั้งดอกไม้สดและดอกไม้ผ้าตามความเหมาะในส่วนที่เสียหายหรือร่วงโรย

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก รักดอก RakDok

 

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง