อัปเดต 8 พิกัดชมซากุระญี่ปุ่น 2026 สวยที่สุดในญี่ปุ่น พร้อมเช็กเมืองไหนบานเมื่อไหร่?
ใครกำลังมองหาที่เที่ยวญี่ปุ่นช่วงซากุระปีนี้บ้าง? 🌸 บอกเลยว่าปี 2026 นี้ซากุระมีแนวโน้มจะมาทักทายพวกเรา "เร็วกว่าปกติ" เล็กน้อย เพราะสภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้น วันนี้เราเลยรวบรวมพิกัด "ตัวตึง" ทั่วญี่ปุ่น ทั้งโตเกียว โอซาก้า และนาโกย่า มาให้เพื่อนๆ ได้วางแผนตามรอยกัน
อัปเดต 8 พิกัดชมซากุระญี่ปุ่น 2026 สวยที่สุดในญี่ปุ่น
สำหรับปีนี้อากาศค่อนข้างเป็นใจ ส่งผลให้เมืองใหญ่ๆ อย่างโตเกียว เกียวโต และโอซาก้า มีลุ้นได้เห็นซากุระเริ่มบานสะพรั่งในช่วงปลายเดือนมีนาคม ซึ่งเร็วกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ 1–5 วัน โดยเฉพาะสายพันธุ์ยอดฮิตอย่างโซเมโยชิโนะ (Somei-Yoshino) เช่นเดียวกับเมืองนาโกย่าที่คาดว่าจะบานในเวลาไล่เลี่ยกัน ส่วนใครที่วางแผนไปโซนเหนืออย่างซัปโปโร ฮอกไกโด อาจจะต้องรอจนถึงปลายเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม สำหรับคนที่กังวลว่าจะมาไม่ทัน ก็ยังมีจังหวัดวากายามะที่ปีนี้คาดการณ์ว่าจะบานช้ากว่าพื้นที่อื่นเล็กน้อย เป็นจุดเก็บตกที่น่าสนใจทีเดียวครับ
พิกัดชมซากุระใน โตเกียว (Tokyo)
1. แม่น้ำเมกุโระ (Meguro River)
ถ้าพูดถึงจุดเช็กอินอันดับหนึ่งในโตเกียว คงหนีไม่พ้นแม่น้ำเมกุโระย่านนากะเมกุโระ ที่นี่มีต้นซากุระกว่า 800 ต้นที่ปลูกขนานไปตามแนวแม่น้ำเป็นระยะทางยาวกว่า 4 กิโลเมตร กิ่งก้านที่โน้มลงมาหาผิวน้ำทำให้เกิดอุโมงค์สีชมพูที่สวยงามจนแทบหยุดหายใจ ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือช่วงเย็นที่จะมีการเปิดไฟโคมไฟ (Light-up) สร้างบรรยากาศโรแมนติกสุดๆ แต่ที่นี่ทางเดินค่อนข้างแคบจึงไม่เหมาะกับการปูเสื่อปิกนิก แนะนำให้เน้นการเดินถ่ายรูปสวยๆ จะฟินที่สุดครับ
2. สวนริคุกิเอ็น (Rikugien)
สัมผัสความงามของสวนญี่ปุ่นดั้งเดิมที่โด่งดังด้วย ต้นซากุระยักษ์สายพันธุ์กิ่งย้อย (Weeping Cherry) สูงกว่า 15 เมตร และแผ่กิ่งก้านกว้างราว 20 เมตร เมื่อดอกบานเต็มที่จะห้อยระย้าลงมาเหมือนน้ำตกสีชมพูขนาดใหญ่ เป็นภาพจำที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกใฝ่ฝันอยากมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง ยิ่งในช่วงค่ำที่มีการประดับไฟไลต์อัป ต้นซากุระจะดูโดดเด่นท่ามกลางความมืดมิด เป็นความสวยงามที่ขรึมขลัง และมีเสน่ห์ต่างจากตอนกลางวัน
3. สวนสุมิดะ (Sumida Park)
ใครที่อยากได้รูปถ่ายแลนด์มาร์กสำคัญคู่กับซากุระ ต้องแวะมาที่สวนสุมิดะย่านอาซากุสะ เพราะเป็นจุดที่สามารถมองเห็นโตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังคู่กับซากุระบานเลียบฝั่งแม่น้ำสุมิดะ บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างรื่นรมย์ และเดินทางง่ายมาก เหมาะสำหรับคนที่วางแผนไปไหว้พระที่วัดเซ็นโซจิอยู่แล้ว สามารถเดินข้ามฝั่งมาพักผ่อนหย่อนใจ และหามุมถ่ายรูปสวยๆ ได้ในทริปเดียว
4. สวนจิโดริกะฟุจิ (Chidorigafuchi Park)
ยกระดับความโรแมนติกด้วยการพายเรือชมซากุระในคูน้ำรอบพระราชวังอิมพีเรียล ที่สวนจิโดริกะฟุจินี้มีต้นซากุระประมาณ 170 ต้น เรียงรายขนาบน้ำตลอดแนวทางเดิน เมื่อดอกบานเต็มที่ผิวน้ำจะสะท้อนสีชมพูอ่อนจนกลายเป็นภาพที่นุ่มนวลชวนฝัน ความพิเศษคือช่วงที่ลมพัดผ่านแล้วกลีบซากุระร่วงหล่นลงบนผิวน้ำจนกลายเป็น "พรมซากุระ" สีชมพูไปทั่วคูเมือง เป็นพิกัดยอดฮิตที่สายถ่ายรูป และคู่รักไม่ควรพลาด
5. สวนชินจูกุเกียวเอน (Shinjuku Gyoen)

ปิดท้ายโตเกียวด้วยสวนใจกลางเมืองที่รวมซากุระไว้มากกว่า 65 สายพันธุ์ รวมๆ แล้วมีมากกว่า 1,000 ต้น ทำให้ที่นี่มีช่วงเวลาการชมซากุระที่ยาวนานกว่าจุดอื่น เพราะแต่ละสายพันธุ์จะทยอยบานสลับกันไป สวนมีพื้นที่กว้างขวางและมีการผสมผสานสไตล์สวนญี่ปุ่น อังกฤษ และฝรั่งเศสเข้าด้วยกัน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาปูเสื่อปิกนิกหรือฮานามิกับกลุ่มเพื่อนท่ามกลางตึกสูงของย่านชินจูกุที่โผล่พ้นยอดไม้ขึ้นมา
นอกจากจุดชมซากุระชื่อดังที่แนะนำไปแล้ว ในโตเกียวยังมีพิกัดชมซากุระยอดนิยมอีกหลายแห่ง เช่น สวนอุเอโนะ (Ueno Park), สวนอิโนะคาชิระ (Inokashira Park), สวนโยโยงิ (Yoyogi Park) และสวนฮิบิยะ (Hibiya Park) แต่ละที่เดินทางง่าย บรรยากาศดี และเป็นจุดที่คนญี่ปุ่นนิยมไปนั่งชิลชมซากุระกันจริง ๆ
โดยทั่วไปแล้ว ซากุระในโตเกียวจะเริ่มบานช่วงปลายเดือนมีนาคม และมักจะสวยต่อเนื่องไปจนถึงต้นเดือนเมษายน ใครวางแผนเที่ยวช่วงนี้ มีโอกาสได้เห็นซากุระบานสวยสูงมาก
พิกัดเด็ดใน โอซาก้า (Osaka)
6. ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)
แลนด์มาร์กตลอดกาลของเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน รอบตัวปราสาทโอบล้อมด้วยสวนขนาดใหญ่ที่มีต้นซากุระมากกว่า 4,000 ต้น พื้นที่ที่กว้างขวางทำให้มีมุมให้เลือกนั่งชิลล์เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นริมกำแพงเมืองเก่าหรือใต้ต้นไม้ใหญ่ ในช่วงกลางคืนจะมีการเปิดไฟส่องสว่างทั้งที่ตัวปราสาทและต้นซากุระ สร้างบรรยากาศที่ดูโอ่อ่าและสง่างามกว่าที่ไหนๆ
7. สวนระลึกงานเอ็กซ์โป ’70 (Expo’70 Park)
อีกหนึ่งจุดชมซากุระชั้นยอดที่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 100 จุดชมซากุระที่ดีที่สุดในญี่ปุ่น ที่นี่เป็นสวนขนาดมหึมาที่รวมซากุระไว้ถึง 9 สายพันธุ์ กว่า 5,500 ต้น ทำให้มีความหลากหลายของสีสันและรูปทรงดอกไม้ที่สวยแปลกตา นอกจากชมซากุระแล้วยังมีกิจกรรมสไตล์ครอบครัวให้ทำเพียบ ทั้งพิพิธภัณฑ์และพื้นที่สีเขียวที่จัดไว้อย่างเป็นสัดส่วน พร้อมการเปิดไฟไลต์อัปในช่วงกลางคืนให้เดินเที่ยวได้ยาวๆ ถึงสามทุ่มเลยครับ
จุดเช็กอินใน นาโกย่า (Nagoya)
8. ปราสาทนาโกย่า (Nagoya Castle)
หากใครมาเยือนเมืองนาโกย่า ต้องไปเช็กอินที่ปราสาทนาโกย่าที่มีซากุระกว่า 1,000 ต้นบานล้อมรอบตัวปราสาทที่มีรูปปั้นปลาสีทอง (Shachihoko) บนหลังคาเป็นเอกลักษณ์เด่นชัด การเดินชมซากุระที่นี่จะได้ฟีลความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ ที่มีปราสาทเป็นฉากหลัง ยิ่งถ้าใครมีเวลาเพิ่มอีกนิด แนะนำให้นั่งรถบัสต่ออีก 10 นาทีไปสวนโทคุงาวะเอ็น (Tokugawaen) ที่จะได้รับบรรยากาศสงบ และคลาสสิกสไตล์สวนท่านโชกุนที่หาดูได้ยาก
Travel Tips: ไปเที่ยวดูซากุระยังไงให้ฟิน?
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเช็กพยากรณ์อากาศ และตารางการบานบ่อยๆ เพราะซากุระจะบานเต็มที่ (Full Bloom) เพียง 1 สัปดาห์เท่านั้น อีกทั้งในช่วงเทศกาลนี้ที่พักมักจะเต็มเร็ว และราคาสูง จึงควรจองล่วงหน้าแต่เนิ่นๆ สุดท้ายคืออย่าลืมเตรียมเสื้อคลุมติดตัวไปด้วย เพราะถึงจะเป็นฤดูใบไม้ผลิแต่อากาศในช่วงเย็นยังค่อนข้างหนาวเย็นประมาณ 10-15 องศาครับ🌸✈️
====================
ขอบคุณข้อมูลดีๆ และภาพจาก www.japankuru.com