อิรัชชัยมาเสะ~ ไหนๆใครที่เป็นสายเจแปนเลิฟเวอร์อยากเก็บเกี่ยวบรรยากาศแบบชาวนิฮงจินแดนอาทิตย์อุทัยแต่ยังไม่มีเงินซื้อตั๋วบินไปไกลถึงญี่ปุ่นหรือวันหยุดพักผ่อนยาวๆกันบ้าง? ขอเรียนเชิญแวะเยือนมาที่นี่ ย่านสุวินทวงศ์ใกล้ๆนี้เอง ที่นี่สามารถสัมผัสบรรยากาศสไตล์เจแปนนิสได้ราวกับได้บินไปเที่ยวถึงญี่ปุ่นแบบจริงๆภายในกรุงเทพเสมือนกับได้ยกญี่ปุ่นแท้ๆมาวางไว้ที่นี่ และที่สำคัญคือ ไม่ต้องจองตั๋ว ไม่ต้องแลกเงินเยน ไม่ต้องหาเวลาว่างลางานยาวๆ ให้ปวดหัว ถ้าพร้อมแล้วก็อย่ารีรอช้า แดนสวรรค์ของคนรักญี่ปุ่นอยู่ใกล้แค่เอื้อมในกรุงเทพเอง เพียงเตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อม ปักหมุดสถานที่บนแผนที่ให้เรียบร้อยแล้วรีบมุ่งสู่ที่นี่ได้เลย! สัมผัสแรกหน้าทางเข้า เสาโทริอิ ประตูเข้าสู่โลกญี่ปุ่น สิ่งแรกที่สะดุดตาในทันทีเมื่อมาเยือนคือ เสาโทริอิสีแดงสด (Torii Gate) ที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณทางเข้าเป็นประตูต้อนรับ ราวกับเป็นประตูเชื่อมต่อระหว่างโลกจริงกับบรรยากาศแห่งแดนอาทิตย์อุทัยจำลองความขลังแบบศาลเจ้าญี่ปุ่นแท้ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังก้าวข้ามจากโลกธรรมดาเข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แบบญี่ปุ่นจนต้องหยุดหายใจเพื่อตะลึงกับความยิ่งใหญ่อลังการกันเลยทีเดียว แรงบันดาลใจจากยุคโดะ คอนเซปต์ของสถานที่การผสมผสานหมู่บ้านญี่ปุ่นยุคเอโดะกับความทันสมัยแบบฮาราจูกุ มนต์ขลังและเสน่ห์เอโดะที่หลอมรวมกับความทันสมัย ก้าวแรกหลังจากที่ได้เข้ามาแล้วนั้นคือการได้สัมผัสเสน่ห์ที่โดดเด่นและไม่เหมือนใครจากการวางคอนเซปต์ที่ดึงเอา "จิตวิญญาณสองยุค" ของญี่ปุ่นมารวมไว้ในที่เดียว โดยรับแรงบันดาลใจจาก ยุคเอโดะ (Edo Period) ซึ่งเป็นยุคทองของญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของหมู่บ้านโบราณ สถาปัตยกรรมไม้เรียบง่าย และบรรยากาศที่สงบงามแบบดั้งเดิมและผสานเข้ากับความทันสมัยแบบ ย่านฮาราจูกุ เติมเต็มความมีชีวิตชีวาด้วยกลิ่นอายของยุคปัจจุบันเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นป้ายไฟสีสันสดใส ร้านค้าเก๋ๆ และมุมถ่ายรูป Street Art ที่ดูโมเดิร์น เป็นการ เดินทางข้ามเวลา ที่พาคุณย้อนกลับไปสัมผัสเสน่ห์ของหมู่บ้านญี่ปุ่นยุคเอโดะ พร้อมกับก้าวเข้าสู่ความมีชีวิตชีวาและความทันสมัยของฮาราจูกุในปัจจุบันสร้างความประทับใจและแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันลืมให้แก่ผู้มาเยือน กลิ่นอายแดนอาทิตย์อุทัย สถาปัตยกรรมการออกแบบอาคารไม้ บ้านเรือนทรงญี่ปุ่น ถนนทางเดินหิน ร้านค้าริมทางและการตกแต่งโคมแดงชวนให้เหมือนหลุดเข้าไปในญี่ปุ่น บรรยากาศภายในของที่นี่นั้นตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของญี่ปุ่นแท้ๆด้วยสถาปัตยกรรมการออกแบบอาคารไม้ บ้านเรือนทรงญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความงดงามชวนให้รู้สึกเหมือนย้อนเวลากลับไปในสมัยเอโดะ ถนนทางเดินที่ปูด้วยหินเพิ่มเสน่ห์และความสมจริงให้กับการเดินเล่นช่วยยกระดับบรรยากาศให้ดูขลังและสมจริงขึ้นมากในทุกๆฝีก้าว และ "โคมแดง (Chochin)" ที่แขวนประดับอยู่ตามหน้าร้านค้าริมทางต่างๆ สีแดงสดที่ตัดกับสีน้ำตาลของเนื้อไม้รวมถึงรายละเอียดเล็กๆ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้เหมือนหลุดเข้าไปในญี่ปุ่นจริงๆคือความลงตัวที่สมบูรณ์แบบอันแฝงไปด้วยความละเมียดละไมและความใส่ใจในรายละเอียด สะพานแดง จุด check-in ยอดนิยม สะพานไม้สีแดงสด จุด Check-in ที่ห้ามพลาด สะพานไม้สีแดงทอดตัวโค้งอย่างสวยงามข้ามสายน้ำจำลองพร้อมกับฝูงปลาคาร์ปที่แหวกว่ายกันอยู่ในสายน้ำ มีต้นไม้สีสันรายล้อมรอบข้างกับพื้นหลังเป็นบ้านเรือนไม้ทรงญี่ปุ่นให้ความรู้สึกเสมือนหลุดเข้าไปอยู่ในฉากหลังภาพยนตร์ญี่ปุ่น ที่ทั้งงดงามและโรแมนติกทำให้ทุกมุมกลายเป็นจุดถ่ายรูปเช็กอินยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต่างต้องหยุดเก็บภาพความประทับใจ หากคุณได้มาท่องเที่ยวพร้อมกับคู่รักของคุณล่ะก็ต้องแวะสร้างภาพความทรงจำที่ไม่มีวันลืมตรงนี้ให้ได้อย่างแน่นอน บริการเช่าชุดกิโมโนและยูกาตะ สวมใส่ความเป็นญี่ปุ่นแท้เพิ่มความอินกับสถานที่ จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ขาดไปไม่ได้หากได้มาเยือนที่นี่ซึ่งจะทำให้ภาพความทรงจำที่คุณสร้างขึ้นนั้นสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น นั่นคือบริการเช่าชุดกิโมโนและยูกาตะ ช่วยยกระดับความอินราวกับกำลังสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นอย่างแท้จริง อีกทั้งยังช่วยให้การถ่ายรูปเช็กอินดูโดดเด่นและน่าจดจำมากขึ้นหากต้องการจะบันทึกภาพความทรงจำที่ใช้ร่วมกับสถานที่และสร้างประสบการณ์ที่ไม่รู้ลืมในที่แห่งนี้ โดยที่ทางร้านยังมีการช่วยบริการการแต่งกายและการทำผมอย่างใกล้ชิดให้ความอบอุ่นและเป็นกันเอง และที่สำคัญคือฟรี! นอกจากนี้ยังมีพร็อพเสริมอย่าง ร่มกระดาษญี่ปุ่น หรือพัดลวดลายสวยงาม ให้ถือประกอบการถ่ายรูปเพิ่มความเก๋มีสไตล์ขึ้นด้วย หากใครต้องการก็สามารถเช่าอุปกรณ์เหล่านี้ได้ด้วยราคาที่ย่อมเยาเป็นกันเอง มุมคนรักการถ่ายภาพ มุมถ่ายภาพสวยที่ไม่ควรพลาด แน่นอนว่าที่แห่งนี้ยังมีสถานที่สวยงามมากมายให้ Check-in ชวนต้องแวะมาถ่ายรูป เป็นสวรรค์ของคนรักการถ่ายรูปอย่างแท้จริง และนี่คือรีวิวฉบับไกด์มุมสวยและมุมลับที่จะช่วยให้เมมโมรี่การ์ดของคุณเต็มได้ง่ายๆ กันเลยทีเดียว มุมถ่ายภาพสวยที่ไม่ควรพลาด สะพานแดง จุดเช็คอินมหาชนที่ต้องแวะให้ได้สักครั้ง ยิ่งหากได้ถ่ายตอนพระอาทิตย์ตกหรือตอนกลางคืนยิ่งทำให้รู้สึกได้บรรยากาศมากยิ่งราวกับหลุดเข้าไปในอนิเมะเลยทีเดียว ทางเดินโคมไฟยักษ์ ตลอดทางเดินที่ถูกแขวนประดับประดาด้วยโคมไฟสีแดงลูกใหญ่ ให้ความรู้สึกมนต์ขลังและต้องเสน่ห์ ถนนสายซากุระ + ต้นซากุระเทียม จะมีโซนที่ต้นซากุระเรียงราย สามารถสัมผัสความโรแมนติกเหมือนฉากในภาพยนตร์ได้ ศาลเจ้าอิมาโดะจำลอง ต้องไม่พลาดกับบรรยากาศศาลเจ้าฉากหลังซึ่งมีแผ่นไม้เอมะหรือแผ่นอธิษฐาน แขวนห้อยไว้ ให้ความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์แบบญี่ปุ่นแท้ๆ เหมือนไปเยือนญี่ปุ่นจริงๆ มุมลับถ่ายภาพที่สายอาร์ตต้องรู้ หากเดินเลี่ยงถนนสายหลักไปสักหน่อยก็จะพบกับมุมลับถ่ายภาพให้สวยๆซ่อนอยู่ สตรีทอาร์ตภาพวาดผนังมากมาย ภาพวาดพระใหญ่คามาคุระ, ฟูจิซัง และจุดอื่นๆ อีกเพียบ ให้ได้เก็บเกี่ยวภาพที่ระลึกจนเนียนตาให้ดูเหมือนกับไปยังสถานที่จริงๆ มา ตรอกเล็กข้างร้านค้า ลองมองตามซอกตึกเล็กๆ อาจจะเจอกับป้ายไฟภาษาญี่ปุ่นให้ฟีล Street Fashion แบบวัยรุ่นฮาจูกุของจริง ลองชวนเพื่อนๆ มาถ่ายกันดูก็ให้ฟีลลิ่ง Aesthetic สุดๆ เงาสะท้อนริมน้ำ ภาพบรรยากาศของคลื่นบนผิวน้ำชวนให้รู้สึกสงบยิ่งหากได้ถ่ายภาพในช่วงเย็นๆก็จะยิ่งทำให้ภาพดูเรียบหรูงดงามมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้แล้วหากใครที่ได้ใช้บริการเช่าชุดกิโมโนหรือยูกาตะมาสวมใส่ด้วยแล้ว การถ่ายภาพก็จะยิ่งทำให้ถ่ายทอดบรรยากาศของสถานที่ออกมาได้สมจริงและอลังการมากขึ้นเท่านั้นแถมยังสนุกกับการเก็บภาพความทรงจำดีๆ มากขึ้นไปอีกด้วยเช่นกัน แผ่นอธิษฐานเอมะ (Ema) และ เครื่องรางโอมาโมริ (Omamori) การไหว้ขอพร ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในศาลเจ้าโตเกียว แม้ว่าจะไม่ใช่สายมูแต่หากเรียกตนเองว่าเป็นสายรักญี่ปุ่นอย่างเต็มปากแล้วยังไม่ได้แวะเช็คอินที่ศาลเจ้านี้ก็คงรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปบางอย่างแน่ ความน่าประทับใจที่ศาลเจ้าอิมาโดะนี้ได้แสดงออกคือให้ความรู้สึกราวกับถอดแบบออกมาจากศาลเจ้าในโตเกียวจริงๆ มีการเขียนแผ่นอธิษฐานเอมะ ให้ผู้มาเยือนร่วมกันเขียนคำปรารถนาและคำอวยพรแล้วนำไปแขวนเรียงยาวร่วมกันกับผู้อื่นเพื่อความเป็นสิริมงคลและยังให้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์อีกหนึ่งอย่างนั่นคือเครื่องรางโอมาโมริแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เสมือนได้รับมากจากศาลเจ้าในญี่ปุ่นจริงๆ ที่มีจัดจำหน่ายหลากหลายแบบให้เลือก เพื่อเสริมสิริมงคลให้ความรู้สึกอบอุ่นใจและพลังงานบวก หรืออาจจะมองเป็นของฝากที่ระลึกน่ารักๆ พกพาเก๋ๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านย่อมได้เช่นเดียวกัน หากได้แวะมายังศาลเจ้าสักครั้งก็อย่าลืมลองมาสักการะไหว้ขอพรตามขั้นตอนญี่ปุ่นแท้ๆ ดูสักครั้งกันดูนะ อิ่มอร่อยสไตล์เจแปน ร้านอาหารและคาเฟ่บริการอาหารและเครื่องญี่ปุ่นเหมือนยกต้นตำรับไว้ที่นี่ ตระเวนเที่ยวมาสักพักก็มาแวะพักเหนื่อยให้หายอิ่มท้องกันก่อน โดยร้านอาหารและคาเฟ่ที่นี่ชูคอนเซปต์บริการอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่นเสมือนต้นตำรับมาเอง มีเมนูขึ้นชื่อญี่ปุ่นหลากหลายที่คุ้นชื่อกันดีให้เลือกทั้งคาวหวานอีกทั้งรสชาติที่พิถีพิถันละเมียดละไมไม่ผิดหวัง รวมไปจนถึงการตกแต่งบรรยากาศภายในด้วยไม้ โคมไฟ และภาพวาดญี่ปุ่นโบราณสร้างเอกลักษณ์และเสน่ห์แบบญี่ปุ่น ชวนสร้างบรรยากาศผ่อนคลายสบายๆ ระหว่างรับประทานอาหาร ชวนให้พักผ่อนอิ่มเอมใจหรือจะเก็บภาพบรรยากาศสวยๆไปด้วยก็ได้เช่นกัน สายกินทั้งหลายย่อมไม่ควรพลาดสิ่งเหล่านี้ โซนช้องปิ้ง ของที่ละรึก ของฝากและสินค้าน่ารักลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่นที่น่าซื้อพกติดไม้ติดมือกลับบ้าน อีกหนึ่งสิ่งที่พลาดไม่ได้ในการมาเยือนที่แห่งนี้คือช่วงเวลาหาความสุขให้ตัวเองด้วยการเดินเล่นในโซนช้อปปิ้งที่เต็มไปด้วยของฝากที่ระลึกและสินค้าน่ารักลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่นมากมายที่น่าพาติดไม้ติดมือกลับบ้านไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อยน่ารักๆคาวาอี้ ของสะสมตุ๊กตาฟิกเกอร์ตัวการ์ตูน พวงกุญแจพิมพ์ลายอนิเมะหรือขนมบรรจุภัณฑ์สุดน่ารักเป็นต้น ราคาเริ่มต้นยังเป็นกันเองแบบสุดๆ จนหากเผลอแปปเดียวก็อาจหยิบมาเต็มตะกร้าโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้ อีกทั้งยังมีจุดถ่ายรูปสวยๆ เรียกให้คนแวะเวียนมากันอย่างไม่ขาดสายด้วย กิจกรรมต่างๆ ยอดฮิตสำหรับครอบครัวและคู่รักที่เป็นมิตรกับทุกช่วงวัย ก่อนที่จะหมดวันลงตอนนี้ก็อาจถึงช่วงเวลาปลดปล่อยความเมื่อยล้าไปกับกิจกรรมสำหรับครอบครัวที่บรรยากาศแสนผ่อนคลายเป็นมิตรกับทุกคนและหลากหลายวัย ฟื้นฟูชีวิตชีวาที่ใช้ไปตลอดทั้งวันได้ อีกทั้งยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวหรือคู่รักก็ตาม กิจกรรมฮอตฮิตต่างๆ - โกคาร์ท สนามโกคาร์ทให้ได้ประชันความเร็วกันเบาๆ สำหรับใครที่ชอบความเร็วและความท้าทาย สนามถูกออกแบบให้ปลอดภัยและสนุกสนาน สามารถสร้างเสียงหัวเราะให้กันได้ไม่ว่าจะมาจอยกับเพื่อนหรือแฟนก็ตาม - สุ่มกาชาปอง สำหรับใครที่ป็นสายจุ่มก็ต้องลองดูกันให้ได้ รวมถึงของรางวัลน่ารักน่าสะสมชวนดึงดูดใจทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ได้ลองลุ้นสักครั้งอาจติดใจจนเลิกไม่ลงก็เป็นได้นะ - ให้อาหารม้าแคระ สำหรับคนรักสัตว์นี่อาจเป็นที่ที่ต้องได้มาเยี่ยมชมสัมผัสอย่างแน่นอน เหล่าม้าแคระต่างเป็นมิตรมากสามารถสัมผัสได้อย่างใกล้ชิดและเก็บภาพคู่กับเหล่าน้องๆ ได้บรรยากาศดูอบอุ่นเป็นกันเองสุดๆ บรรยากาศยามค่ำคืน ช่วงเวลาโรแมนติกเสมือนหลุดเข้าไปในฉากอนิเมะ หนึ่งในช่วงเวลาที่ทำให้มีเสน่ห์มากที่สุดคือ บรรยากาศยามค่ำคืน เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ภาพของหมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณที่ดูสดใสในตอนกลางวันถูกทาทับใหม่ด้วยกลิ่นอายของความลึกลับและหลุดจินตนาการ ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยแสงไฟสีส้มอ่อนๆ จากโคมไฟญี่ปุ่นที่ถูกประดับทั่วพื้นที่เริ่มส่องสว่างขึ้นมา ภาพบรรยากาศอันน่าหลงใหลชวนให้เก็บบันทึกเอาไว้ในความทรงจำสร้างโมเมนต์ที่โรแมนติกและอบอุ่น ราวกับได้หลุดเข้าไปอยู่ในฉากของอนิเมะที่เต็มไปด้วยความฝันและความงดงาม สร้างความประทับใจไม่มีวันรู้ลืมไว้ให้ผู้มาเยือนได้จดจำช่วงเวลาที่ได้ใช้และสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปอีกนาน คำแนะนำการเดินทางสำหรับผู้ที่ต้องการจะไป / วันเวลาทำการปกติ ที่อยู่ : สุวินทวงศ์ 110 แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก กรุงเทพฯ สำหรับใครที่จะเดินทางมาแต่ไม่มีรถส่วนตัว สามารถนั่ง MRT สายสีชมพูมาลงสถานีตลาดมีนบุรี จากนั้นให้ต่อรถเมล์สาย 1-61 แล้วลงที่สุวิทวงศ์110ฝั่งตรงข้ามกันและเดินมาต่อได้เลย ช่วงเวลาออกรถมีตั้งแต่ 9:50, 10:50, 11:50 น. และช่วงบ่าย ตั้งแต่ 13:30, 15:30 น. เวลาเดินทางกลับสามารถใช้เส้นทางและรถคันเดิมได้โดยรอที่บริเวณศาลาใกล้เคียง ช่วงเวลารถวันกลับโดยประมาณคือ 16:30, 18:00 และ 21:00 น. เวลาทำการปกติคือ จ - พฤ. 10:30 - 21:00 น. | ศ - อา. 10:00 - 22:00 น. ในช่วงวันธรรมดาคนและร้านจะน้อยมากๆ จนบางตา ส่วนเสาร์ - อาทิตย์จะมีคนเยอะกว่า ขอแนะนำว่าควรจะไปในวันเสาร์-อาทิตย์ถึงจะดูมีความคึกครื้น ส่วนค่าเข้าชมนั้นฟรีไม่คิดเงิน บทสรุป ความประทับใจและความคุ้มค่าใกล้บ้าน ตอบโจทย์สำหรับคนรักญี่ปุ่น Harajuku Thailand สุวินทวงศ์ คือ สถานที่ที่ตอบโจทย์คนรักญี่ปุ่นอย่างแท้จริง หากใครที่อยากสัมผัสกับบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแต่ยังไม่เคยมีโอกาสสักครั้ง นี่อาจเป็นคำตอบที่คุ้มค่าและใกล้บ้านสุดๆ ได้ทั้งสัมผัสบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ๆ จากการรายล้อมด้วยหมู่บ้านย้อนยุคชวนให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในญี่ปุ่นจริงๆ รวมถึงกิจกรรมหลากหลายที่ไม่ว่าจะป็นสายไหนก็ต้องไม่พลาดจะแวะเช็คอินให้ได้ นอกเหนือจากนี้ความคุ้มค่าในการเดินทางใกล้เพียงแค่ในกรุงเทพไม่ต้องเตรียมจองตั๋วและวันเวลาหยุดงานให้ยุ่งยากวุ่นวาย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็ย่อมเยาเบากระเป๋าทั้งค่าเข้าชมที่ฟรีหรือค่ารถค่าเดินทางแถมการเดินทางด้วย MRT และรถเมล์ก็ง่ายแสนสะดวก ได้ตอบโจทย์ความต้องการของใครหลายคนไม่ว่าจะเพศหรือวัยไหน มาด้วยกันกับครอบครัว เพื่อน หรือคนรักก็ตาม ได้ทั้งความสนุก ความโรแมนติก และความประทับใจแบบครบครันทุกมิติ อีกทั้งยังประหยัดค่าเดินทางและเวลา เหมือนบินไปญี่ปุ่นโดยไม่ต้องออกนอกประเทศเลย สุดท้ายนี้ก่อนลากันไปก็ขอฝากสถานที่อันเป็นรอยประทับของความอบอุ่นและเป็นแรงบันดาลใจแห่งนี้เอาไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกๆ คนด้วยนะ อาริกะโตะผู้อ่านทุกท่านแล้วพบกันใหม่ไม่ใช่ซาโยนาระแต่เป็นมาตะไออิมาโช รูปภาพทั้งหมดโดย THECHASIT (ผู้เขียน) อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !