โอโตยะ แจงผลตรวจสิ่งแปลกปลอมในอาหาร ไม่ใช่พยาธิ

โอโตยะ แจงผลตรวจสิ่งแปลกปลอมในอาหาร ไม่ใช่พยาธิ
aichan
21 สิงหาคม 2558 ( 04:18 )
2.9K

 

บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (ซีอาร์จี) ผู้รับลิขสิทธิ์แฟรนไชส์ “โอโตยะ” และ S-Pure ผลิตภัณฑ์อาหารคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ในเครือเบทาโกร พร้อมด้วยนักวิชาการทีมสัตวแพทย์วิชาการสุกร ร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีลูกค้าร้องเรียนพบสิ่งแปลกปลอมในอาหาร หลังจากที่ถูกพาดพิงในโซเชียลมีเดีย ว่าพบสิ่งแปลกปลอมคล้ายพยาธิในอาหาร ซึ่งทางโอโตยะยันผลการวินิจฉัยว่า “ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด” สิ่งแปลกปลอมนั้นเป็นเพียงเส้นเลือดที่อยู่ในเนื้อหมูสันนอก ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค อยากให้ลูกค้าฯ ร่วมแสดงความรับผิดชอบผ่านสื่อ เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับโอโตยะ ที่ถูกพาดพิงในโลกออนไลน์ และกระแสสังคม

 

นางอำไพพรรณ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ แบรนด์ โอโตยะ กล่าวว่า “จากเหตุการณ์ที่ลูกค้าได้เข้ารับประทานอาหารที่ร้านอาหารญี่ปุ่นโอโตยะ สาขาเดอะมอลล์ บางแค เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2558 พบสิ่งผิดปกติในเนื้อหมู จนเกิดข้อร้องเรียนในกระแสโซเชียลมีเดียนั้น ทางบริษัทฯ รับทราบปัญหามาโดยตลอด และได้เร่งประสานขอพบกับลูกค้า เพื่อติดต่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทำการขอโทษลูกค้า และพร้อมแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีการอธิบายให้กับลูกค้าทราบถึงความเป็นไปได้ที่จะมีสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวปนในอาหาร ซึ่งเป็นไปได้ยากมาก เนื่องจาก บริษัท เบทาโกร ฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเนื้อหมู S-Pure ที่ร้านโอโตยะ นำมาประกอบอาหารดังกล่าวนั้น มีขั้นตอน และมาตรฐานสูง ทั้งในการเลี้ยง แปรรูป และจัดส่ง รวมทั้ง กรรมวิธีการเก็บรักษาวัตถุดิบของโอโตยะก็ปฏิบัติตามมาตรฐานของประเทศญี่ปุ่น  

นอกจากนี้ฝ่ายควบคุมคุณภาพของเครือเบทาโกร ได้นำเนื้อหมูชิ้นเดียวกับที่นำไปใช้ประกอบอาหารเสิร์ฟให้ลูกค้า ไปทำการตรวจสอบ ซึ่งผลการตรวจสอบในห้องแล็ปปรากฎว่า “ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด” สิ่งแปลกปลอมนั้นเป็นเพียงเส้นเลือดที่อยู่ในเนื้อสันนอก ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค  

นายสัตวแพทย์อลงกรณ์ บัวเขียว ผู้จัดการแผนกอาวุโสบริการวิชาการ ฝ่ายควบคุมคุณภาพและสุขภาพสัตว์แบรนด์ S-Pure กล่าวยืนยันว่า ในทางวิทยาศาสตร์จะไม่พบตัวเต็มวัยของพยาธิใดๆ ของสุกร ที่อาศัยอยู่ในกล้ามเนื้อ และการวินิจฉัยว่าสิ่งแปลกปลอมดังกล่าวจะเป็นพยาธิหรือไม่ จะต้องส่งตัวอย่างที่สงสัยตรวจในห้องปฏิบัติการโดยใช้ กล้องสเตอริโอสโคป หรือการตรวจทาง Histopath อย่างละเอียดจึงจะเป็นวิธีการตรวจสอบที่ถูกต้อง 

นอกจากนี้เนื้อหมู S-Pure เป็นเนื้อหมูคุณภาพที่มาจากสุกรขุนที่เลี้ยงในฟาร์มปิด ผ่านการรับรองมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์หรือ GAP จากกรมปศุสัตว์ มีระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ คือมีระบบการป้องกัน และควบคุมโรคในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่มีประสิทธิภาพ เป็นที่ยอมรับอย่างสากล การจัดการของฟาร์มดังกล่าว มีระบบการจัดการฟาร์มเพื่อป้องกันปัญหาพยาธิในสุกรขุน ซึ่งทุกกระบวนการมีการควบคุม และตรวจสอบโดยสัตวแพทย์ นักวิชาการส่งเสริมการเลี้ยง และเจ้าหน้าที่ประกันคุณภาพที่มีความรู้ด้านสัตวศาสตร์

 

 

ติดตาม travel.truelife.com ได้อีกช่องทางที่


    

 ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และที่พัก คลิกที่ http://travel.truelife.com