20 ข้อควรรู้ ก่อนเที่ยววัดพุทไธศวรรย์ อยุธยา 600 ปี ถ้ากำลังวางแผนเที่ยวอยุธยาและมีชื่อ “วัดพุทไธศวรรย์” อยู่ในลิสต์ ผมอยากให้เผื่อเวลาให้วัดนี้มากกว่าการแวะไหว้พระแล้วกลับ เพราะนี่ไม่ใช่เพียงวัดเก่าอีกหนึ่งแห่ง แต่เป็นสถานที่ที่มีทั้งประวัติศาสตร์ยุคต้นกรุงศรีอยุธยา พระปรางค์ประธานที่โดดเด่น พระระเบียง พระพุทธไสยาสน์ จิตรกรรม และมุมถ่ายภาพที่สวยมาก ยิ่งถ้าเรารู้เรื่องราวบางอย่างก่อนเดินเข้าไป การเที่ยวจะสนุกขึ้นเยอะ เพราะจากที่เห็นเพียง “วัดเก่า” เราจะเริ่มเข้าใจว่าสิ่งก่อสร้างแต่ละส่วนกำลังเล่าอะไรให้เราฟัง ครั้งนี้ The KING เดอะคิงส์ จึงรวบรวมเป็น “20 ข้อควรรู้ ก่อนมาวัดพุทไธศวรรย์” ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ จุดที่ต้องดู มุมถ่ายรูป ไปจนถึงการวางแผนเที่ยว สำหรับใครที่กำลังจะมาอยุธยา SAVE บทความนี้ไว้ตามรอยได้เลยครับ 1. วัดพุทไธศวรรย์เก่าแก่กว่า 600 ปี ข้อแรกต้องรู้ก่อนเลย เพราะมันจะเปลี่ยนความรู้สึกเวลาเราเดินเข้าไปในวัด ตามหลักฐานพระราชพงศาวดารที่กรมศิลปากรนำเสนอ วัดพุทไธศวรรย์สร้างขึ้นใน พ.ศ. 1896 ในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง หลังจากสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีใน พ.ศ. 1893 เพียง 3 ปี ถ้านับมาถึงปัจจุบัน วัดแห่งนี้มีเรื่องราวยาวนานกว่า 670 ปี เพราะฉะนั้นเวลาเดินผ่านกำแพงเก่า พระปรางค์ หรือสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ลองคิดดูว่าสถานที่ตรงหน้าเราได้ผ่านคนมาแล้วกี่รุ่น แค่นี้การเที่ยวก็สนุกขึ้นแล้ว 2. ที่นี่เคยเกี่ยวข้องกับ “เวียงเหล็ก” อีกเรื่องที่ผมคิดว่าควรรู้มาก ๆ คือบริเวณที่ตั้งของวัดมีความเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่เรียกว่า “เวียงเหล็ก” ข้อมูลกรมศิลปากรอ้างอิงพระราชพงศาวดารว่า บริเวณพระตำหนักเวียงเหล็กเกี่ยวข้องกับที่ประทับเดิมของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ก่อนที่จะย้ายไปสร้างพระราชวังและสถาปนากรุงศรีอยุธยา ต่อมาเมื่อครองราชย์ได้ 3 ปี จึงโปรดให้สถาปนาพระวิหารและพระมหาธาตุขึ้นบริเวณนี้ และให้นามว่า วัดพุทไธศวรรย์ ดังนั้นที่นี่จึงไม่ได้เป็นเพียง “วัดเก่า” แต่มีเรื่องราวเชื่อมโยงไปถึง ช่วงเริ่มต้นของกรุงศรีอยุธยา 3. วัดไม่ได้อยู่บนเกาะเมืองอยุธยา หลายคนเที่ยวอยุธยาครั้งแรกอาจคิดว่าวัดสำคัญทั้งหมดอยู่บนเกาะเมือง แต่ วัดพุทไธศวรรย์ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองทางด้านทิศใต้ ในพื้นที่ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ถ้าขับรถมาเองถือว่าสะดวก สามารถเปิดแผนที่แล้วขับมาถึงวัดได้เลย 📍 Google Maps – วัดพุทไธศวรรย์ 4. ในอดีตมีฐานะเป็นพระอารามหลวง ความสำคัญของวัดไม่ได้มีเฉพาะเรื่องอายุ กรมศิลปากรระบุว่า ในสมัยกรุงศรีอยุธยา วัดพุทไธศวรรย์เป็นวัดสำคัญและมีฐานะเป็นพระอารามหลวง พอรู้ข้อมูลนี้แล้วลองกลับไปดูขนาดของพื้นที่และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม จะเริ่มเข้าใจว่าทำไมวัดจึงมีสิ่งก่อสร้างสำคัญอยู่หลายส่วน 5. พระปรางค์ประธาน คือ Landmark ที่ห้ามพลาด ถ้ามีเวลาอยู่ในวัดเพียงจุดเดียว ผมเลือก พระปรางค์ประธาน องค์พระปรางค์ตั้งเด่นอยู่ภายในเขตพุทธาวาส และเป็นภาพจำที่เมื่อเห็นรูปก็รู้ได้ค่อนข้างทันทีว่า “นี่คือวัดพุทไธศวรรย์” รูปทรงพระปรางค์ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมขอม ซึ่งสะท้อนรูปแบบศิลปกรรมในช่วงต้นของอยุธยา แต่ถ้ามองในมุมนักท่องเที่ยว ผมชอบตรงที่องค์พระปรางค์มี Scale ใหญ่และมีพื้นที่โดยรอบให้ถอยออกมามอง อย่าเพิ่งเดินเข้าไปใกล้ทันที ลองถอยออกมา แล้วให้คนยืนอยู่ในภาพด้วย จะเห็นชัดเลยว่า...สถาปัตยกรรมตรงหน้าใหญ่กว่าตัวเรามากแค่ไหน 6. พระระเบียงรอบปรางค์ ถ่ายรูปสวยมาก อีกจุดที่ผมแนะนำสายถ่ายภาพคือ พระระเบียง เดินเข้าไปแล้วจะเจอพระพุทธรูปเรียงราย พร้อมแนวเสาและช่องทางเดินต่อเนื่องกัน ตรงนี้เล่น Composition ได้เยอะมาก ถ่ายแบบ Symmetry ก็ได้ ใช้แนวเสาเป็น Leading Line ก็สวย หรือใช้ช่องประตูเป็นกรอบ แล้ววางพระปรางค์ไว้ด้านหลังก็ได้อีกภาพหนึ่ง ถ้ามาช่วงคนไม่เยอะ บรรยากาศบริเวณนี้จะค่อนข้างสงบ ลองถ่ายรูปเสร็จแล้วเก็บโทรศัพท์ลงสักพัก เดินช้า ๆ แล้วมองรายละเอียดของสถาปัตยกรรม บางครั้งผมว่าตรงนี้คือเสน่ห์ของการเที่ยววัดเก่าที่ภาพถ่ายให้เราไม่ได้ทั้งหมด 7. อย่าพลาด “พระนอน” หลายคนเห็นพระปรางค์แล้วอาจคิดว่าจบ แต่จริง ๆ วัดพุทไธศวรรย์มีพระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอน ให้ชมด้วย ข้อมูลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาระบุว่า วิหารพระพุทไธศวรรย์ หรือวิหารพระนอน ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ในเขตพุทธาวาส ปัจจุบันตัววิหารเหลือแนวกำแพงและองค์พระพุทธไสยาสน์ ตรงนี้ให้บรรยากาศต่างจากพระปรางค์มาก ผมจึงแนะนำว่าอย่ามาวัดแล้วเดินแค่บริเวณพระปรางค์ เดินต่ออีกหน่อยครับ เพราะบางครั้งจุดที่คนเดินผ่านน้อยกว่า กลับเป็นมุมที่เราชอบที่สุดของทริป 8. มี “ตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์” ให้ชมด้วย ถ้าชอบสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ ให้ตามหา ตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์ ข้อมูลของจังหวัดระบุว่านี่เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญภายในวัด เช่นเดียวกับพระอุโบสถ วิหารพระนอน และจุดสำคัญอื่น ๆ สิ่งที่ทำให้พื้นที่นี้น่าสนใจคือไม่ได้มีเพียงสถาปัตยกรรมภายนอก แต่ยังมี จิตรกรรมฝาผนัง ที่ควรค่าแก่การชม ดังนั้นใครชอบงานศิลปะเก่า อย่ามองแค่องค์พระปรางค์ครับ 9. วัดนี้มี “จิตรกรรมฝาผนัง” ด้วย นี่เป็นอีกข้อที่หลายคนอาจไม่รู้ก่อนมา ภายในพื้นที่วัดยังมีจิตรกรรมฝาผนังเก่าให้ศึกษา โดยเฉพาะบริเวณที่เกี่ยวข้องกับตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์ เวลาชมจิตรกรรมเก่า สิ่งสำคัญคืออย่าสัมผัสผนัง และหลีกเลี่ยงการใช้แฟลชหากพื้นที่กำหนดไว้ เราอาจใช้เวลาดูภาพเพียงไม่กี่นาที แต่ภาพเหล่านี้ต้องได้รับการรักษาไว้ให้คนอีกหลายรุ่นได้เห็น 10. วัดไม่ได้มีแค่โบราณสถาน แต่ยังเป็น “วัดที่มีชีวิต” นี่คือสิ่งที่ทำให้ประสบการณ์ของวัดพุทไธศวรรย์แตกต่างจากการเข้าไปเที่ยวโบราณสถานร้าง เพราะปัจจุบันพื้นที่แห่งนี้ยังเป็น วัดทางพระพุทธศาสนา ขณะเดียวกันก็มีโบราณสถานสำคัญอยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน เราจึงได้เห็นทั้ง อดีต และปัจจุบัน อยู่ร่วมกัน เพราะฉะนั้นเวลาเข้ามาเที่ยว อย่าลืมว่าเราไม่ได้อยู่ใน Studio ถ่ายภาพ แต่กำลังอยู่ในศาสนสถานจริง การแต่งกายและการวางตัวจึงควรเหมาะสมด้วย 11. วัดได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว อีกข้อมูลสำคัญสำหรับสายประวัติศาสตร์คือ กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียน วัดพุทไธศวรรย์เป็นโบราณสถานใน พ.ศ. 2478 เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราเห็นไม่ได้มีคุณค่าเพียงในฐานะสถานที่ทางศาสนา แต่ยังมีคุณค่าในฐานะมรดกทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีด้วย นี่คือเหตุผลว่าทำไมเวลาเดินเที่ยว เราควรช่วยกันรักษาสถานที่ ไม่ปีน ไม่ขีดเขียน ไม่พิงโบราณสถานเพื่อถ่ายภาพ และปฏิบัติตามป้ายหรือขอบเขตที่กำหนด 12. ที่นี่มีเรื่องราวยาวไปถึงสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ความน่าสนใจของวัดไม่ได้หยุดอยู่แค่สมัยพระเจ้าอู่ทอง หลักฐานที่กรมศิลปากรรวบรวมไว้ยังกล่าวถึงความสำคัญของวัดในสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และการเดินทางเข้ามาของคณะทูตจากลังกาในช่วงอยุธยาตอนปลายด้วย ตรงนี้ทำให้เห็นว่าวัดไม่ได้สำคัญแค่ตอนสร้าง แต่ยังคงมีบทบาทต่อเนื่องผ่านประวัติศาสตร์อยุธยาหลายช่วงเวลา 13. พระปรางค์ที่เราเห็น ผ่านการบูรณะมาแล้ว เวลาเที่ยวโบราณสถานต้องเข้าใจเรื่องนี้ด้วย สิ่งที่เห็นในปัจจุบันไม่ได้หมายความว่าทุกส่วนจะอยู่ในสภาพเดียวกับเมื่อกว่า 600 ปีก่อน ตัวอย่างเช่น กรมศิลปากรมีหลักฐานว่าในสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวพระนครศรีอยุธยาได้ร่วมกัน บูรณปฏิสังขรณ์ยอดพระปรางค์ประธานประมาณ พ.ศ. 2441 สำหรับผมข้อมูลแบบนี้กลับทำให้สถานที่น่าสนใจขึ้นเพราะสิ่งก่อสร้างหนึ่งแห่งไม่ได้มีเรื่องราวเฉพาะวันที่สร้าง แต่มีเรื่องราวของคนแต่ละยุคที่พยายามรักษามันไว้ด้วย 14. อย่ารีบเที่ยว 20 นาทีแล้วกลับ ถ้ามาเพื่อไหว้พระอย่างเดียว อาจใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้าอยากเที่ยววัดพุทไธศวรรย์ให้คุ้ม ผมแนะนำเผื่อประมาณ 1–2 ชั่วโมง เพราะเรามีทั้งพระปรางค์ พระระเบียง พระนอน ตำหนัก จิตรกรรม และพื้นที่อื่น ๆ ให้เดินชม ยิ่งถ้าชอบถ่ายรูป เวลาหายเร็วมาก ข้อผิดพลาดของการเที่ยวอยุธยาที่ผมเคยเห็นบ่อยคือพยายามเก็บ 8–10 วัดในวันเดียว สุดท้ายจำแทบไม่ได้ว่าวัดไหนเป็นวัดไหน ลองลดจำนวนวัดลง แล้วเพิ่มเวลาในแต่ละแห่ง ผมว่าประสบการณ์ดีกว่าเยอะ 15. ช่วงเช้าเหมาะกับการเดินเที่ยว อยุธยาร้อนครับ โดยเฉพาะพื้นที่โบราณสถานซึ่งหลายบริเวณเปิดรับแสงแดดโดยตรง ถ้าเลือกเวลาได้ ผมชอบ ช่วงเช้า อากาศเดินสบายกว่า แสงสำหรับถ่ายภาพไม่แข็งเท่าช่วงเที่ยง และยังสามารถออกจากวัดไปเที่ยวสถานที่อื่นต่อได้อีกหลายแห่ง ข้อมูลประชาสัมพันธ์จังหวัดที่เผยแพร่ไว้ระบุเวลาเข้าชมประมาณ 08.00–17.00 น. และไม่มีค่าเข้าชม แต่มีข้อมูลอีกหน้าหนึ่งของจังหวัดที่ระบุเริ่ม 07.00 น. จึงควรตรวจสอบเวลาเปิดล่าสุดอีกครั้งในวันที่เดินทาง 16. สายถ่ายรูป เตรียม Wide Angle มาด้วย ถ้าใช้กล้อง ผมแนะนำพกเลนส์ Wide แต่ถ้าใช้โทรศัพท์ก็ง่ายเลย เพราะมือถือรุ่นใหม่ส่วนใหญ่มี Ultra Wide อยู่แล้ว เหตุผลคือสถาปัตยกรรมของวัดมีขนาดใหญ่ โดยเฉพาะพระปรางค์และพระระเบียง เลนส์กว้างช่วยเก็บ Scale ได้ดีมาก แต่ผมมีเทคนิคอีกอย่าง อย่าถ่ายแต่ภาพกว้าง ลองเก็บรายละเอียดด้วย เช่น พื้นผิวอิฐ พระพุทธรูป แสงลอดช่องประตู แนวเสา เงาบนกำแพง เวลาเอาภาพทั้งหมดมารวมเป็นอัลบั้ม จะเล่าเรื่องได้ดีกว่ามีแต่ภาพพระปรางค์ 20 รูป 17. แต่งตัวสุภาพ แต่เลือกชุดถ่ายรูปได้ เพราะเป็นทั้งวัดและสถานที่ประวัติศาสตร์ การแต่งตัวควรสุภาพ แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องแต่งตัวจนถ่ายรูปไม่สวย ถ้าอยากได้ภาพเข้ากับสถานที่ ผมแนะนำโทนเรียบ เช่น ขาว ครีม น้ำตาล หรือชุดไทยประยุกต์ที่เหมาะสม สิ่งสำคัญคือไม่แต่งกายเปิดเผยเกินไป และไม่ใช้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นเพียงฉากสำหรับโพสท่าที่ไม่เหมาะสม เที่ยวได้ ถ่ายรูปได้ แต่เคารพสถานที่ด้วย แค่นี้ก็พอครับ 18. เตรียมน้ำ หมวก ร่ม และรองเท้าเดินสบาย ของ 4 อย่างที่ผมคิดว่ามีประโยชน์มากสำหรับเที่ยวอยุธยาคือ น้ำดื่ม + หมวก + ร่ม + รองเท้าที่เดินสบาย เพราะถ้าวางแผนเที่ยวต่อหลายวัด เราอาจต้องเดินกลางแจ้งหลายชั่วโมง หน้าฝนควรเพิ่มร่มหรือเสื้อกันฝน และระวังพื้นอิฐกับขั้นบันไดที่เปียกลื่น อย่าประเมินอากาศอยุธยาต่ำไป บางครั้งแค่เดินโบราณสถานสองแห่งตอนเที่ยงก็หมดแรงก่อนถึงมื้อกลางวันแล้วครับ 19. สามารถจัดรวมกับวัดดังอื่นได้ง่าย ข้อดีของการมาวัดพุทไธศวรรย์คือสามารถนำไปจัดเป็น One Day Trip อยุธยา ได้หลายแบบ ถ้าเป็นผมจะวาง Route ประมาณนี้ 08.00 น. วัดพุทไธศวรรย์ เดินชมประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง จากนั้นเข้าเกาะเมืองไป วัดมหาธาตุ เดินต่อ วัดราชบูรณะ พักกินอาหารกลางวัน ช่วงบ่ายไป วัดไชยวัฒนาราม แล้วปิดท้ายด้วยร้านอาหารหรือคาเฟ่ริมแม่น้ำก่อนกลับกรุงเทพฯ Route แบบนี้ไม่จำเป็นต้องเก็บวัดเยอะ แต่ได้เห็นสถาปัตยกรรมและเรื่องราวของอยุธยาหลายยุคในวันเดียว 20. อย่ามาวัดพุทไธศวรรย์เพราะ “ใคร” ให้มาเพราะ “สถานที่” และนี่คือข้อสุดท้ายที่ผมอยากฝากมากที่สุดช่วงเวลาหนึ่งเราอาจได้ยินชื่อวัดจากข่าวหรือจากเรื่องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่เมื่อมองย้อนกลับไป...วัดพุทไธศวรรย์มีประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ พ.ศ. 1896 สถานที่แห่งนี้ผ่านผู้คนมาแล้วหลายรุ่น คนเปลี่ยน ผู้ดูแลเปลี่ยนสังคมเปลี่ยน กระแสก็เปลี่ยนแต่ประวัติศาสตร์ของสถานที่ยังอยู่ เพราะฉะนั้น หากบุคคลใดมีเรื่องที่ต้องตรวจสอบหรือรับผิดชอบ ก็ควรเป็นเรื่องของบุคคลนั้นและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เราไม่จำเป็นต้องเอาคุณค่าของวัดอายุกว่า 600 ปี ไปผูกไว้กับคนเพียงคนเดียว สำหรับผม ถ้ามาวัดพุทไธศวรรย์ ไม่ต้องมาหาใครครับ มาไหว้พระ มาดูพระปรางค์ มาชมพระนอน มาดูจิตรกรรม มาถ่ายภาพ และมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์อยุธยา เพียงเท่านี้ก็มีเหตุผลมากพอที่จะมาแล้ว ⭐ ถ้ามีเวลาแค่ 1 ชั่วโมง ต้องดูอะไร? ถ้าเวลาน้อยจริง ๆ ผมแนะนำให้จัดลำดับแบบง่ายที่สุด เริ่มจาก พระปรางค์ประธาน ก่อน เพราะเป็น Landmark สำคัญ จากนั้นเดินพระระเบียง แล้วต่อไปยัง วิหารพระนอน ถ้ามีเวลาเหลือ ค่อยไปดูตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์และจิตรกรรม แต่ถ้ามีเวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง จะเที่ยวได้สบายกว่าและไม่ต้องเดินรีบ ❓ Q&A ก่อนเที่ยววัดพุทไธศวรรย์ Q1: วัดพุทไธศวรรย์มีค่าเข้าชมหรือไม่? A: ข้อมูลประชาสัมพันธ์จังหวัดที่เผยแพร่ไว้ระบุว่า เข้าชมฟรี อย่างไรก็ตาม เวลาเปิดและเงื่อนไขการเข้าพื้นที่บางส่วนอาจเปลี่ยนได้ จึงควรตรวจสอบล่าสุดก่อนเดินทาง Q2: วัดพุทไธศวรรย์เหมาะกับคนที่ไม่ได้เป็นสายบุญไหม? A: เหมาะมาก เพราะจุดเด่นไม่ได้มีเพียงการไหว้พระ แต่ยังมี ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม โบราณสถาน พระปรางค์ พระนอน จิตรกรรม และมุมถ่ายภาพ ถ้าชอบประวัติศาสตร์อยุธยา ที่นี่ควรอยู่ในลิสต์ Q3: ถ่ายรูปที่วัดช่วงไหนสวยที่สุด? A: ผมแนะนำช่วงเช้า เพราะอากาศเดินสบายและแสงไม่แข็งมาก หรือช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่แสงเริ่มนุ่ม ควรหลีกเลี่ยงเที่ยงถ้าเลือกได้ เพราะพื้นที่โบราณสถานหลายจุดค่อนข้างเปิดและแดดแรง ❤️ ก่อนมาวัดพุทไธศวรรย์...รู้ 20 ข้อนี้แล้วเที่ยวสนุกขึ้น ครั้งแรกที่เราเห็น วัดพุทไธศวรรย์ เราอาจจำเพียงพระปรางค์สีขาวขนาดใหญ่ แต่เมื่อเริ่มรู้ว่า...ตรงนี้เกี่ยวข้องกับเวียงเหล็กตรงนี้มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับพระเจ้าอู่ทองวัดถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นกรุงศรีอยุธยาด้านหนึ่งมีพระปรางค์อีกด้านมีพระนอนยังมีพระระเบียง ตำหนัก และจิตรกรรมให้ตามหา ภาพของสถานที่ก็จะเปลี่ยนไปทันทีนี่คือเหตุผลที่ผมชอบอ่านประวัติของสถานที่ก่อนเดินทางเพราะเราไม่ได้แค่ “เห็น”แต่เราเริ่ม “เข้าใจสิ่งที่กำลังเห็น”และถ้าถามผมว่าวันนี้ วัดพุทไธศวรรย์ยังน่าเที่ยวไหม? คำตอบคือ น่าเที่ยวครับ ไม่ใช่เพราะบุคคลใด และไม่จำเป็นต้องมาตามกระแสของใคร แต่เพราะนี่คือสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 600 ปี และเป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญที่ช่วยเล่าเรื่องราวของกรุงศรีอยุธยาให้คนรุ่นเราได้เห็นด้วยตาตัวเอง อย่ายึดติดที่ตัวบุคคลแต่ลองกลับมามองคุณค่าของสถานที่ แล้วคุณอาจพบว่า...วัดพุทไธศวรรย์มีอะไรให้ดูมากกว่าที่คิด 📸 บทความและรูปภาพทั้งหมดมาจากเพจ The KING เดอะคิงส์ “ให้การเดินทางของเรา เป็นจุดเริ่มต้นเดินทางของคุณ” ❤️ #วัดพุทไธศวรรย์ #อยุธยา #เที่ยวอยุธยา #ที่เที่ยวอยุธยา #วัดอยุธยา #ไหว้พระอยุธยา #วัดเก่าอยุธยา #พระปรางค์ #พระนอน #โบราณสถานอยุธยา #ประวัติศาสตร์อยุธยา #เที่ยวใกล้กรุงเทพ #TheKING #TheKINGเดอะคิงส์ อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !