เชียร์บอลลีกดัง ดูหนังและช่องทีวีพรีเมียมจุใจ

เที่ยวภูฏานครั้งแรก ขึ้น ทักซัง เมืองพาโร พลังแห่งศรัทธาบนยอดภูผากว่า 3,000 เมตร

เที่ยวภูฏานครั้งแรก ขึ้น ทักซัง เมืองพาโร พลังแห่งศรัทธาบนยอดภูผากว่า 3,000 เมตร
เอิงเอย
7 พฤษภาคม 2558 ( 08:44 )
10K

Words & Photo by เอิงเอย

 

 

ครั้งหนึ่งในชีวิต กับการเดินทางข้ามภูเขา ข้ามทะเล จนมาถึงที่นี่ “ภูฏาน” ประเทศที่ได้ชื่อว่าเมืองแห่งความสุขค่ะ ภูฏานเป็นประเทศเล็กๆ ที่อยู่ติดกับอินเดียและจีน มีพื้นที่รวมกันใกล้เคียงกับ 5 จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทยเรานั่นเอง ประเทศที่แสนมีความสุขและสงบเงียบนี้เป็นดินแดนแห่งพระพุทธศาสนาที่เข้มข้น และลึกซึ้ง ทำให้ทั้งประเทศมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก และไฮไลท์ที่สุดของการมาเที่ยวภูฏาน คือการแสวงบุญ ขึ้นไปบนยอดเขาจนถึงทักซัง” วัดถ้ำเสืออันศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกถึงความงดงามที่มีความสูงจากระดับพื้นดินถึง 3,000 เมตรค่ะ จะโหดหินขนาดไหน ตามเรามาปีนเขาขึ้นทักซังได้เลย !

 

รู้จักทักซัง 

ทักซัง หรือ วัดถ้ำเสือ (The Tiger’s Nest) นี้ตั้งอยู่ที่เมืองพาโร ประเทศภูฏานค่ะ เป็นสถานที่แห่งศรัทธาสำคัญของประเทศ และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกด้วยความงดงามและมนต์เสน่ห์แห่งโลกตะวันออกนั่นเองค่ะ 

ทักซัง แปลว่า “รังเสือ” เล่าสืบต่อกันมาเป็นตำนานว่า กูรูรินโปเซทรงขี่นางเสือเหาะมา แล้วเข้าบำเพ็ญสมาธิอยู่ในถ้ำรังเสือนานถึงสามเดือน แล้วสำแดงกายให้เห็นในภาคกูรูโดร์จีสะกดภูติผีปิศาจร้ายแล้วเทศนาสั่งสอนผู้คนในหุบเขาพาโรจนหันมายอมรับนับถือพุทธศาสนากันนั่นเอง 



หลังจากรู้จักทักซังกันคร่าวๆ แล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางกันแล้วค่ะ เราออกจากที่พักในเมืองพาโรตั้งแต่เวลา 7 โมงเช้าเพื่อไปถึงเชิงเขา ด้วยระยะทาง และกิตติศัพท์ต่างๆ นานาที่เคยได้ยินมาว่าโหดหินเข็ญใจสุดๆ นั้นทำให้เราเลือกที่จะขึ้นม้าโพนี่เพื่อไปครึ่งทางของทักซังค่ะ วิธีการขึ้นทักซังนั้นจะมีอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน คือการเดิน และนั่งม้าโพนี่ไป แต่ม้าจะไปส่งเราแค่ครึ่งทางเท่านั้น ที่เหลือก็ต้องเดินต่อ และขากลับต้องเดินลงมาเอง จะไม่มีม้าคอยมารับเราค่ะ เพราะทางเดินลงค่อนข้างลาดชัน สำหรับระยะทางนั้นจะอยู่ประมาณที่ 13 กิโลเมตรค่ะ ใครที่เดินทั้งขึ้นและลงก็รวมๆ เป็น 26 กิโลเมตรคงจะผอมเพรียวกันไปเลยงานนี้ สำหรับใครที่เลือกนั่งม้าโพนี่ไปก็จะย่นระยะการเดินไปหน่อยในขาขึ้นเขา 7 กิโลเมตร เพราะม้าที่เดินไปส่งเราที่คาเฟเตอเรียเท่านั้นค่ะ 

** ขึ้นม้าโพนี่พร้อมเดินทาง **


ในการเดินทางครั้งนี้จะมีหัวหน้าทัวร์ และไกด์ท้องถิ่นเดินทางไปกับเราด้วย คุณฟองเบียร์ หัวหน้าทัวร์จากเมืองไทยก็จัดแจงอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้ ทั้งน้ำดื่มสำหรับติดตัว วิธีการปฏิบัติตัวเวลาอยู่บนหลังม้า ส่วนเยชิ ไกด์ท้องถิ่นก็ช่วยดูแลในเรื่องของการหาม้า และให้ข้อมูลสำคัญต่างๆ แก่เราเพิ่มเติมค่ะ เริ่มหัวใจเต้นแรงซะแล้วสิ ไม่รู้ว่าจะไหวขนาดไหน ! 

พอได้ขึ้นนั่งบนหลังม้า เป็นความตื่นเต้นที่ยากจะลืมทีเดียว ม้าโพนี่จะเดินขึ้นเขาเลียบหน้าผาตามสัญชาติญาณ ทำให้หวาดเสียวสุดๆ ไปเลยค่ะ แต่ก็ไม่มีอันตรายอะไร เพราะจะมีคนเลี้ยงม้าคอยเดินไปกับเราด้วย ระหว่างทางม้าก็จะแวะพักดื่มน้ำให้หายเหนื่อยก่อนไปต่อ บางตัวก็จะดื้อหน่อยๆ คอยเดินแซงกันในช่วงทางโค้งค่ะ เป็นประสบการณ์ที่สนุกสนานพอสมควร ใช้เวลาประมาณ 45 นาที – 1 ชม.


** จุดลงม้าโพนี่ **


เมื่อมาถึงจุดลงม้า คาเฟเตอเรียจะอยู่ด้านในเราต้องเดินเข้าไปอีกหน่อย ตรงนี้จะมีที่สวดมนต์เป็นคล้ายๆ ระฆังแขวนเยอะๆ ในวัดบ้านเราที่ปกติเราจะต้องไปเดินตีระฆังให้ดังกังวานเรียกเทวดามาอวยพรให้ แต่ที่นี่ให้เดินเอามือแตะระฆังแล้วหมุนไปเรื่อยๆ ที่ระฆังจะสลักอักษรทิเบตไว้ซึ่งเป็นบทสวดนั่นเองค่ะ เรียบร้อยแล้วเราก็เดินพักผ่อนที่คาเฟเตอเรีย ซึ่งฟองเบียร์ ไกด์ผู้น่ารักของเราได้เตรียมชา กาแฟ ขนมให้เราเรียบร้อยแล้ว ที่นี่จะเป็นจุดเดียวที่มีห้องน้ำไว้คอยให้บริการนักท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นใครจะเข้าห้องน้ำต้องตรงนี้เลยค่ะ จากจุดนี้ถือว่าขึ้นทักซังมาได้ครึ่งทางแล้ว ต้องขอบคุณม้าโพนี่ที่ช่วยส่งเรามาแสวงบุญโดยที่เรายังมีแรงมีพลังอยู่ ไม่ค่อยเหนื่อยมากเท่าไหร่ ที่นี่จะมองเห็นทักซังตั้งอยู่บนชะง่อนผาไกลลิบๆ ด้วยค่ะ 



นั่งพักกันพอหายเหนื่อยก็ได้เวลาไปต่อ คราวนี้ไม่มีม้าโพนี่มาคอยช่วยแล้วต้องอาศัยแรงกายแรงใจล้วนๆ ถ้าให้เปรียบเทียบทางก็จะคล้ายๆ กับเวลาขึ้นเขาในบ้านเราค่ะ เป็นดินมีจุดที่เป็นเนินลาดชันบ้าง เป็นทางเดินยาวๆ สบายๆ บ้าง สลับกันไป ซึ่งไกด์จะนำทางเราเดินไปเรื่อยๆ เคล็ดลับในการเดินขึ้นทักซังที่ค้นพบด้วยตัวเองคือ ค่อยๆ เดิน หายใจลึกๆ ยาวๆ และอย่านั่งในทันทีทันใด เหนื่อยก็ต้องหยุดยืนสักพักให้ร่างกายได้หายใจทันค่ะ เพราะด้านบนนี้สูงมาก และอากาศนั้นเบาบางต่างออกไปจากเมืองไทย 



ระหว่างทางเดินไปทักซังจะมีธงมนตราหลากหลายสีอยู่ทั่วทั้งขุนเขา จนบางทีก็นึกแปลกใจว่า ขึ้นไปติดธงบนเขาลูกนั้นด้วยวิธีไหน คนภูฏานเขาอาจจะมีเทคนิคที่เราไม่รู้ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่มีเทคนิคอะไรแล้วต้องเดินไปถึงบนนั้นเพื่อติดธงล่ะก็ คนที่นี่คงจะแข็งแรงพลังช้างมากแน่ๆ ค่ะ

** ธงมนต์ตรา **

** ลามะเดินขึ้นเขาเพื่อไปทักซัง **


ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.กว่าๆ เราก็มาถึงทักซังแล้ว ตรงจุดนี้มีนักท่องเที่ยวถ่ายรูปกันเยอะ เพราะเป็นวิวพอยน์ที่สำคัญ ใครที่ขึ้นไปถึงจุดชมวิวนี้แล้ว ยังไงก็ต้องระวังอันตรายกันก่อนถ่ายรูปด้วยนะคะ หลังจากเดินขึ้นเขามาก็จะมีบันไดทอดยาวไปจนถึงทักซังอีก 700 ขั้น นี่เรียกได้เลยว่าแรงศรัทธาล้วนๆ ทีเดียวค่ะ ไม่อย่างนั้นคงมาไม่ถึงที่นี่แน่ๆ 


** ทักซังสูง 3,000 เมตร จากพื้นดิน **


ทักซังตั้งเด่นเป็นสง่าท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ และชะง่อนผาสูงชัน ด้านหน้าฝั่งตรงข้ามมีน้ำตกซึ่งชาวภูฏานถือว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ หรือ Holy Water เราสามารถดื่มน้ำจากน้ำตกธรรมชาติตรงนี้ได้เลย รับรองว่าไม่มีสารพิษอะไรใดๆ เพราะเป็นน้ำบริสุทธิ์สะอาดจากภูเขาค่ะ ล้างหน้าล้างตาพอชื่นใจ เราก็เดินไปที่ทักซังต่อ บริเวณนี้ห้ามนำสิ่งของใดๆ เข้าไปภายใน อนุญาตแค่เงินสำหรับทำบุญเท่านั้น โทรศัพท์มือถือ หมวก แว่นตา กระเป๋าต่างๆ ที่เรานำขึ้นไปก็ต้องขอฝากไว้ที่คุณฟองเบียร์ ไกด์ของเราให้ช่วยดูแลให้ และเยชิ ไกด์ท้องถิ่นก็พาเราเข้าไปด้านในทักซังเพื่อกราบไหว้ท่านกูรูรินโปเซ ผู้สร้างที่นี่ตามตำนานของชาวภูฏานค่ะ  

** น้ำศักดิ์สิทธิ์จากน้ำตก **


ด้านในทักซังมีหลายห้องด้วยกัน แต่ละห้องจะมีความสำคัญต่างๆ กันไป แต่ที่สำคัญที่สุดคือห้องสักการะท่านกูรูรินโปเซ ที่นี่คล้ายวัดไทยในบ้านเราในเรื่องของการทำบุญค่ะ มีห้องให้เราได้ไหว้พระ ได้นั่งสมาธิ และทำบุญ และในแต่ละห้องจะมีลามะมาให้พรเราด้วยน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ 

เยชิเล่าเรื่องภาพเขียนต่างๆ ตามผนังของแต่ละห้องด้วยความศรัทธา เราได้ฟังแล้วก็รู้จักประทับใจในความรักและพลังศรัทธาของเยชิที่มีต่อประเทศของเขาเอง เป็นความรู้สึกที่ดีค่ะ ตั้งแต่มาถึงประเทศภูฏานแห่งนี้ ได้เห็นความเรียบง่ายในวิถีชีวิตของผู้คน ได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ ได้รู้สึกถึงจิตวิญญาณ และรับรู้ได้ถึงความรักในบ้านเกิดของคนที่นี่ทั้งจากไกด์ท้องถิ่นของเราเอง และผู้คนตามถนนหนทาง เป็นความประทับใจที่ลืมไม่ลงเลยค่ะ

** ลงจากทักซัง ดื่มน้ำจากลึงค์ศักดิ์สิทธิ์เพื่อสิริมงคล **


** ฟองเบียร์ หัวหน้าไกด์ และ เยชิ ไกด์ท้องถิ่น **


หลังจากลงมาถึงพื้นดินราบๆ ด้านล่างทักซังได้ ถึงแม้ขาจะสั่นนิดๆ แต่เราก็ภูมิใจตัวเองสุดๆ ที่มีพลังในการเดินขึ้นไปให้ถึงยอดเขาเพื่อกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวภูฏานได้ การเดินทางครั้งนี้ต้องยิ่งกว่าขอบคุณทั้งคุณฟองเบียร์ หัวหน้าทัวร์ของเราที่ช่วยเหลือตลอดการเดินทาง และเยชิ ไกด์ท้องถิ่นที่ให้ข้อมูลมากมาย รวมไปถึงต้องขอบคุณเพื่อนร่วมเดินทางทุกคนที่ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเป็นอย่างดีให้ผ่านอุปสรรคในการขึ้นเขาที่โหดหินนี้  แค่แรงกาย อาจจะยังไม่พอต้องมีแรงใจอย่างเข้มแข็งด้วยเช่นกัน การเดินทางครั้งนี้จบลงด้วยรอยยิ้มและความอิ่มบุญ หวังว่าครั้งหน้าได้มาถึงภูฏานเมื่อไหร่ พลังใจจะพาเราไปถึงยอดทักซังอีกครั้ง

 

 

 

 

ติดตาม travel.truelife.com ได้อีกช่องทางที่

FB : Travel Truelife

 ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และสุขภาพ คลิกที่http://travel.truelife.com

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง