Hej! Greeting from Scandinavia! ไม่ได้เขียนบทความมานานเลย วันนี้กลับมาพร้อมจะพาทุกคนไปเที่ยว Scandinavia! ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นหนึ่งใน travel destination ของใครหลาย ๆ คน โดยในทริปครั้งนี้เราได้ไปเที่ยวแถบสแกนดิเนเวียถึง 3 ประเทศ ได้แก่ Denmark, Sweden และ Norway แต่ในวันนี้เราจะเริ่มด้วยการพาทุกคนไปเที่ยวเมืองที่ขึ้นชื่อว่าน่ารักที่สุดในแถบสแกนดิเนเวีย นั่นก็คือ Copenhagen, Denmark นั่นเองงงงงง Copenhagen (โคเปนเฮเกน) เป็นเมืองหลวงของประเทศเดนมาร์ก เป็นเมืองที่ขนาดไม่ใหญ่มาก สถานที่ท่องเที่ยวอยู่ใกล้ ๆ กันจนสามารถเดินถึงกันได้ และทางเมืองก็ได้ออกตั๋ว "Copenhagen Card" ซึ่งเสมือนตั๋ว free pass หากซื้อแล้วจะสามารถเข้าสถานที่ท่องเที่ยวได้ทุกที่ ขึ้นรถบริการสาธารณะได้แบบไม่จำกัด และขึ้นรถไฟหรือรถบัสจากสนามบินได้ด้วย สำหรับ Copenhagen Card จะมีให้เลือกตั้งแต่แบบ 24, 48, 72, 96 และ 120 ชั่วโมง ยิ่งจำนวนชั่วโมงยิ่งเยอะยิ่งหารราคาออกมาได้คุ้มค่า เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 72 ชั่วโมงพอดี จึงซื้อตั๋วแบบ 72 ชั่วโมง ราคา 1039 DKK (ประมาณ 5,000 บาท) สามารถซื้อกับ official website เลยก็ได้ แต่โดยปกติใน website booking.com หรือ Klook มักจะมีส่วนลด เพราะเช่นนั้นอาจจะลองส่องส่วนลดก่อนค่อยตัดสินใจซื้อนะ หากจะใช้ก็โหลด application Copenhagen Card มาแล้ว insert Code แล้วกด activate ก็จะใช้งานได้ทันที (หลัง activate แล้วแม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต ก็สามารถใช้งานแบบ Offline ได้) สามารถตรวจสอบราคา Copenhagen Card - Discover ล่าสุดได้ทาง official website ทางลิงก์นี้ และสามารถลองคำนวณดูก่อนได้ว่า attractions ที่เราอยากไปค่าเข้าเท่าไหร่ เทียบกับเรามีเวลาเท่าไหร่ และการซื้อ pass จะคุ้มไหมได้เลย! Note ว่า สถานที่ท่องเที่ยวประมาณเกือบครึ่ง ปิด วัน จันทร์ ! เพราะฉะนั้นวางแผนการท่องเที่ยวให้ดี เมื่อพร้อมแล้วววว เรามาออกเดินทางกันเลย เราออกเดินทางจากประเทศไทยตอนคืนวันอาทิตย์และถึงเดนมาร์กเช้าวันจันทร์พอดี landing ประมาณ 7.00 ผ่าน security check ไปที่พักและพร้อมออกเดินทางท่องเที่ยวตอนประมาณ 10 โมงตรง ซึ่งจะเป็นเวลาที่ที่เที่ยวส่วนใหญ่เปิดพอดี เรา activate Copenhagen Card ตั้งแต่อยู่ที่สนามบินเนื่องจากใช้เดินทางจากสนามบินไปยังที่พัก เราเลือกเดินทางด้วยรถบัส เนื่องจากป้ายอยู่หน้าสนามบินเลยและจอดหน้าโรงแรมพอดี สะดวกมาก ๆ สนามบินอยู่ห่างจาก city center ประมาณ 40 นาที หากนั่งรถบัสจะได้เห็น impression แรกคือการที่ทุกคนที่นี่ ปั่นจักรยาน! มีเลนจักรยานเรียบร้อย และไม่ใช่ใครก็ปั่นได้ ทุกคนต้องได้รับการเทรนเรื่องสัญญาณไฟจราจรเพื่อให้มั่นใจว่าการเดินทางนี้ปลอดภัย Goal ของการท่องเที่ยวของเราในครั้งนี้คือ ไปทุกที่ที่อยากไป + ใช้ CPH card ให้คุ้ม มาลุยกันเลย! DAY 1 DESTINATION DAC: Dansk Arkitektur Center (Danish Architecture Center) สถานที่รวบรวมการออกแบบ สถาปัตยกรรมของเดนิช มีเล่าเรื่องประวัติศาสตร์การสร้างเมืองและมีนิทรรศการหมุนเวียนที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา นิทรรศการจัดสวย มีกิจกรรม interactive เล็กน้อย ใช้เวลาอยู่ตรงนี้ประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากที่ชมนิทรรศการเสร็จแล้ว คนส่วนใหญ่จะขึ้นสไลเดอร์เพื่อลงมาจากชั้นบนลงล่าง ไม่น่ากลัว หากคิวน้อยสามารถลองกันได้ Det Kongelige Blibliotek (หอสมุดแห่งชาติ) หอสมุดแห่งชาติ สถานที่ chill out and hangout ของวัยรุ่นเดนิช มีคาเฟ่พร้อมโต๊ะจำนวนมากให้นั่ง สามารถมานั่งกาแฟนั่งชมวิวชิว ๆ ได้ บรรยากาศข้างนอกตัวอาคารสวย ติดคลองกลางเมือง ตัวในอาคารมีมุมถ่ายรูป สามารถมาแวะได้ มีห้องน้ำและเคาเตอร์ให้เติมน้ำฟรี Christiansborg Palace พระราชวังและคอกม้า ค่อนข้างใหญ่ มีส่วนให้เข้าประมาณ 4 ส่วน ซึ่งแต่ละส่วนจะมีเวลาทำการที่ไม่เหมือนกัน อาจจะต้องเช็คในเว็บของสถานที่ก่อน ส่วนตัวเราแวะไปดู The ruins (ซากประหลักหักพัง) ที่เป็นส่วนของประวัติศาสตร์ดั้งเดิมในวันนี้ แล้วแวะมาดูส่วนอื่น ๆ ในวันอื่น ๆ เนื่องจากไปวันจันทร์แล้วส่วนอื่น ๆ ปิด Canal tours Copenhagen, Stromma HIGHLY RECOMMENDED! ทัวร์ล่องคลองรอบโคเปนเฮเกน ถ้าบรรยากาศดีมี CPH card แนะนำว่าต้องมานั่ง ใช้เวลา 1 ชั่วโมงแต่พาไปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวริมน้ำเกือบทั้งหมดของโคเปนเฮเกน เราไปวันที่อากาศดีมากจึงประทับใจมาก ๆ Guide พูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก ๆ เข้าใจง่ายและตลก สามารถซื้อ food and drinks ไปกินระหว่างนั่งเรือได้ (มีขายที่ท่าเรือ เสิร์ฟถึงบนเรือ) ขึ้นเรือได้ที่ Ved Stranden 26 (ตรงข้าม Christiansborg Palace) Rådhuspladsen เป็น city center ที่คล้าย ๆ กับหลาย ๆ ประเทศในยุโรป มีร้านอาหารหลายร้านเรียงเป็นแนว ละก็เป็น street arts ให้เดินชิว ๆ ในถนนตรงนี้จะมีจุดเช็คอินย่อย ๆ ให้ทุกคนไปอีก ก็คือ Rajjissimo ร้าน churros ชื่อดังที่ใครผ่านไปมาผ่านมาก็ต้องซื้อ Lego house ดินแดนเลโก้ให้ทุกคนที่ชื่นชอบแวะไปเลือกซื้อ ที่นี่จะมีเลโก้ตัวเล็ก ๆ ให้คนที่อยากได้ของที่ระลึกออกแบบและซื้อประกอบเองด้วย ละแน่นอนว่าใครมาถึงเดนมาร์ก ก็ต้องไม่พลาดการเดิน Flying tiger Copenhagen ร้านขายของ miscellaneous สุดน่ารัก ที่เขาเพิ่งมาเปิดสาขาที่ไทยไป แต่อะไรจะสู้การไปที่ original อะเนอะ :) Day 1 ของเราก็จะประมาณนี้เลย เพิ่งลงจากเครื่องแล้วเที่ยวต่อเลย เลยเดินเล่นในเมืองถึงประมาณ 2 ทุ่ม (ยังสว่างอยู่เลย) แล้วก็เข้าที่พักประมาณ 3 ทุ่ม เตรียมตัวเที่ยววันต่อไปปป DAY 2 DESTINATION เช้านี้ตื่นมาแล้วอากาศดีมากกกก ไม่หนาวเกินไป มีแดด เราจึงมีเป้าหมายว่าเราจะไปถ่ายรูป ณ จุดเช็คอินชื่อดังของเดนมาร์ก ก็คือ ท่าเรือ Nyhavn (อ่านว่า นูฮาวน์) นั่นเองงงงง จริง ๆ ถ่ายได้หลายมุมเลย แต่มุมมหาชนก็ต้องเป็นมุมฝั่งตรงข้ามตึกที่มีเขียนว่า Nyhavn เลย แอบแนบตัวอย่างรูปให้ดู 1 รูป วิวสวยมาก >_< เราใช้เวลาถ่ายรูปไปประมาณชั่วโมงกว่า 555555 มาเช้า ๆ คนไม่เยอะมาก แต่ละคนก็หามุมของตัวเอง ไม่ต้องรีบถ่าย ตอนนั้นเราไปประมาณเกือบ ๆ 9 โมง ถ่ายรูปเสร็จแล้วก็ได้เวลา move ไปยังสถานที่ต่อไป ซึ่งก็คือที่ Amalienborg Royal Palace นั่นเอง ตั้ง GPS เดินไปได้เลย ไม่ไกลมาก Amalienborg Royal Palace เป็นที่พักของราชวงศ์ในปัจจุบัน สถาปัตยกรรมสวยงามมาก เราใช้เวลาไม่นานมากในการเดินที่นี่ หลังจากนั้นเดินมาตรงโดมเขียว ๆ ข้ามถนนมาก็จะเจอกับ Frederik's Church แวะเข้ามาชมภายในโบสถ์ได้ บางครั้งก็อาจจะมีการทำพิธีอยู่ด้วย และถ้าเดินมาได้ถูกเวลาประมาณเที่ยงตรง ณ บริเวณลานของ Amalienborg Palace ก็จะเริ่มเห็นคนเริ่มยืนออกัน นั่นเป็นสัญญาณว่า กำลังจะเริ่มการเปลี่ยนเวรของทหารกะเที่ยงแล้ว สามารถจับจองที่ยืนทำเลดี ๆ เพื่อถ่ายคลิปวีดีโอได้ *คำเตือน คนเยอะมาก ระวังกระเป๋ากันด้วยนะ* Designmuseum Danmark หลังจากนั้น เราก็ตัดสินใจเดินไปที่ Designmuseum เพื่อไปเสพศิลป์ทรงโมเดิร์นบ้าง เพราะดูสถาปัตยกรรมมาหลายแห่งแล้ว ซึ่งตอนแรกเราก็ไม่ได้คาดหวังมาก แต่จะบอกว่าเราชอบมากกกกกกกกกกก บางนิทรรศการเป็น temporary exhibition แต่โดยรวมจัดได้น่ารักมาก ๆ เราเดินเพลินมาก มีทั้งมุมที่ดูวิทยาศาสตร์ การออกแบบ มุมห้องเสื้อ background Marimekko ห้องอาหาร และ design ล้ำ ๆ ของสิ่งของหลาย ๆ อย่าง ตอนเราไปมีเด็ก ๆ มาทัศนศึกษาด้วย แอบฟังไกด์บรรยายตาม สนุกมาก ๆ Rosenborg Castle หลังจากที่พักอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ก่อนหน้าสักพัก ก็ได้เวลาทำเวลากันต่อ โดยการเดินไปที่ Rosenborg Castle ซึ่งเป็นที่เก็บเครื่องราชกกุธภัณฑ์ Highlight ของที่นี่ก็จะเป็นมงกุฎสีแดง สวยมาก ๆ อ้อ ก่อนที่จะมาถึงบริเวณปราสาทนี้ สามารถเดินผ่าน King's garden เพื่อพักผ่อนหย่อนใจหรือถ่ายรูปได้ด้วยนะ Glyptoteket ไปกันต่อออ สายพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อย่างเราตั้งหน้าตั้งตารอที่จะไปที่นี่มาก เราเผื่อเวลาไว้ประมาณ 2 ชั่วโมง และแน่นอนว่า เราเดินไม่ทันค่ะทุกคน 5555555 พิพิธภัณฑ์นี้ปิดไว เช็คเวลาเปิด-ปิดของพิพิธภัณฑ์ในแต่ละวันด้วย ช่วงหลัง ๆ ต้องรีบเดินเพราะว่าพิพิธภัณฑ์นี้ใหญ่มากกกกกก captivating มาก เรา enjoy กับประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมมาก มีทั้ง French, Roman, Egypt และอื่น ๆ อีกมากมาย ร้าน gift shop ก็น่ารัก อย่าลืมแวะมาซื้อของฝากกัน มีทั้งโปสการ์ด pin และงานอาร์ตอื่น ๆ ให้สะสมเพียบ Tivoli Garden (amusement park) ที่สุดท้ายของวันนี้ หลังจากที่เราเที่ยวพิพิธภัณฑ์และกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมเล็กน้อย ก็ได้เวลาของที่เช็คอินที่เด็ดที่สุดของ Copenhagen ซึ่งก็คือ Tivoli นั่นเองงง สวนสนุกเก่าแก่ชื่อดัง บัตร Copenhagen card ของเรารวมค่าเข้า แต่ไม่รวมค่าเครื่องเล่นนะ แต่แค่นี้เราก็ว่าคุ้มแล้ว เพราะเราไม่ได้มีเวลามากนักที่จะไปเล่นเครื่องเล่น จึงเข้ามานั่งชิว ๆ กินเบอร์เกอร์ชื่อดัง "Gasoline burger" เบอร์เกอร์ที่สาขา original อยู่ในปั๊ม แต่อร่อยจนโด่งดังมีสาขามากมาย จริง ๆ มีหลายสาขาใน Copenhagen เลยนะ แต่เราตั้งใจมากินใน Tivoli เพราะจะได้นั่งชิว ๆ ดูสวนสนุกด้วย เมนูที่เราสั่งถ้าจะไม่ผิดจะเป็นเนื้อ+ชีส พร้อมน้ำมะนาวและเฟรนช์ฟรายส์อร่อยมากกกก สมคำล่ำลือ เบอร์เกอร์มีความ juicy สุดฟิน แต่ที่นี่ไม่แถมซอสนะ ใครอยากกินต้องซื้อเพิ่มเอง Tivoli กันต่อ มาตอนเย็น ๆ ค่ำ ๆ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอะไรทำน้า จริง ๆ มันจะมีโปรแกรมประจำวันให้ดู วันที่เราไปมีการแสดงละครใบ้ให้ดู น่ารักดี 55555 ละเราก็เดินเล่นข้างใน กินไอติม กินสายไหม ละก็ถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ สวยมาก :) แต่เช็คสภาพอากาศด้วยนะ วันที่เราไปพอตกหัวค่ำก็เริ่มหนาวหน่อย ๆ อ้อ อีก Trick นึงที่ไม่อยากให้ทุกคนพลาด ทุกคนเห็นแก้ว Tivoli ในรูปไหม มันเป็นแก้วพลาสติกอย่างหนานะ สามารถเอาไปล้างใช้ใหม่ได้ แต่นักท่องเที่ยวอย่างเราก็อาจจะไม่อยากเก็บแก้วกลับไปใช่ไหมเพราะกระเป๋าแทบจะไม่มีที่แล้ว เราเลยจะบอกทุกคนว่า มันจะมีตู้ recycle ให้ทุกคนเอาแก้วไปใส่คืน ละมันก็จะคืนเหรียญมาให้เรา ซึ่ง สำหรับเรามองว่ามันเป็นของที่ระลึกที่น่ารักมาก ๆ เพราะเดนมาร์กเป็น cashless society เราไม่ได้แลกเงินมาสักโครนาเลย แต่ตอนนี้ได้เหรียญกลับไปด้วย 1 เหรียญ :) (ตู้มันจะอยู่ตามทางภายในสวนสนุกเลย แต่ไม่เห็นตู้แถว ๆ ร้าน burger นะ อาจจะต้องถือเดินไปก่อน ตอนแรกเราไม่เห็นตู้ เกือบโยนแก้วทิ้งไปแล้ว คนโยนทิ้งขยะไปเฉย ๆ เยอะมากค่า T^T) วันที่สองก็จะจบไปประมาณนี้ ถือว่าเก็บที่ท่องเที่ยวภายในใจกลางเมืองได้เยอะพอสมควร จึงจะขอตัวไปนอนก่อน พรุ่งนี้จะพาทุกคนออกนอกเมืองกันค่ะ DAY 3 DESTINATION ธีมของวันนี้จะเป็น ไปเที่ยวนอกเมือง + เก็บตกของที่ยังไม่ได้ไป แต่เริ่มต้นวันแต่แรกก็ ผิดแผนเลยจ่ะ 555555 เราตั้งใจว่าวันนี้จะออกนอกเมือง ตอนเช้าก่อนที่สถานที่ท่องเที่ยวจะเปิด (ปกติส่วนใหญ่เปิด 10 โมง) เราเลยจะไปที่สนามเด็กเล่นก่อน (Superkilen) เพื่อไปถ่ายรูปเก๋ ๆ ละตั้งใจว่าจะไปต่อที่ Grundtvigs Kirke ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ 55555555555555 เราเช็คว่ามันเปิด 10 โมง แต่เราเช็คตารางตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้วันพุธ มันเปิดบ่ายโมงค่า โฮร แต่เปลี่ยนแผนไม่ทันแล้ว เลยไปถ่ายรูปตอนเช้าแล้วก็เดินทางไปนอกเมือง ละตั้งใจว่าจะกลับมาให้ทัน 4 โมงเพื่อเข้าไปเยี่ยมชม Grundtvigs Kirke ค่ะ Superkilen สนามเด็กเล่นเก๋ ๆ มีเวลาว่างก็แวะมาได้ จะห่างจากใจกลางเมืองนิดนึง แต่นั่งรถบัสมาได้ ถ่ายรูปสวย Frederiksborg Castle หลังจากถ่ายรูปเสร็จก็ได้เวลาเดินทางไกลละ ถ้าใครเคยหาข้อมูลเกี่ยวกับที่เที่ยวนอกเมืองโคเปนเฮเกน ก็น่าจะเคยได้ยิน 3 ที่หลัก ๆ นี้ที่คนเลือกไปกันค่ะ 1. Frederiksborg Castle 2. Kronborg Slot และ 3. Louisiana Museum of Modern Arts จริง ๆ มันสามารถจัดทริปให้ไป 2/3 ที่ใน 1 วันได้ แต่เนื่องจากเรารู้สึกว่ายังอยากมาเก็บสถานที่ในเมืองอีกหน่อย จึงเลือกแค่หนึ่งที่เท่านั้น โดยที่ที่เราเลือกคือ Frederiksborg Castle จะอยู่ในเมือง Hillerød นั่งรถไฟมาจากโคเปนเฮเกนใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ละก็ต่อรถบัสไปยังปราสาท ไม่แนะนำให้เดินนะ แอบไกล เราชอบที่นี่มาก ๆ คุ้มค่าที่เดินทางมาเลย แค่ข้างนอกก็สวยมาก ๆ แล้ว ยิ่งใหญ่ ปราสาทข้างในสวยงามมาก ๆ ข้างหลังเป็นสวนที่ใหญ่มาก ๆ ไปเดินเล่นถ่ายรูปได้เลย เราใช้เวลาที่นี่ประมาณครึ่งวันเลย Grundtvigs Kirke เดินทางกลับมาที่โบสถ์ Grundtvigs ที่จริง ๆ มันแอบไม่อยู่ใกล้อะไรเลย 55555 แต่อยากมาเช็คอินเพราะว่าโบสถ์นี้เป็นต้นแบบสถานที่ในเรื่องของเจ้ายักษ์เขียว Shrek (ถ้าใครคุ้น ๆ ) โบสถ์นี้เลยมีชื่อเล่นว่า Shrek church นั่นเอง Christianborg Palace กลับไปในที่ที่เราค้างไว้ของวันจันทร์ เนื่องจากที่บอกไปว่าวันจันทร์บางส่วนมันปิด เลยมาแก้ตัววันนี้ ภาพที่ประทับอยู่สองข้างผนังสวยมาก รายละเอียดเยอะ เดินเพลิน สวยมาก ๆๆๆๆ ใช้คำว่าสวยเปลืองสุด Museum of Illusion อันนี้ออกแนวเวลาเหลือละ เลยไปเดินใน city center แล้วก็กระโดดเข้า museum ในนั้น แต่เกินคาดนะ มันแบบ creative + wow แต่ไม่แนะนำให้ไปคนเดียว 555555 ไม่มีเพื่อนเล่นด้วย แต่สำหรับใครที่ไปคนเดียว สามารถให้เจ้าหน้าที่ช่วยถ่ายรูปได้ ใกล้ ๆ ก็จะเจอร้านขนม bakery ชื่อดัง ร้าน Buka croissant pistachio อร่อย :3 IKONO random เวลาเหลือเช่นกัน 555555 เก๋ ๆ ไปถ่ายรูป Church of our savior เป้าหมายของการไปคือการไปถ่ายรูปวิวมุมสูงของเมือง แต่จะบอกทุกคนว่า หนีไป 555555555555555 เหนื่อยเกินนนนน มันสูงมาก ละที่ก็เป็นบันไดแคบ ๆ ไม่ค่อยแนะนำให้ปีนเลย แต่พอขึ้นไปถึงก็วิวสวยอยู่ ลมเย็นมากก ถือว่าเป็นภาพความประทับใจสุดท้ายของเมือง Copenhagen ได้เลย เดินไปใกล้ ๆ ก็จะเจอ Freetown Christiania เป็นดินแดนเสรี บางจุดห้ามถ่ายรูป ส่วนตัวแอบรู้สึกว่ามันน่ากลัวนิด ๆ เลยเดินผ่าน ๆ แล้วออกมางับ และแล้วเราก็มาถึงวันสุดท้ายที่เราจะเที่ยวโคเปนเฮเกนแล้ว สำหรับเรารู้สึกว่า CPH Card คุ้มมาก ๆ ถ้าใครลองรวมยอดเงินที่ต้องจ่ายทั้งหมดไปจะพบเลยว่าเกินราคาค่าตั๋วแน่ ๆ ทั้งตั๋วค่าเข้าสถานที่ ค่ารถสาธารณะ เราใช้จนคุ้มเลย 5555 + ประหยัดเวลา ไม่ต้องคิดคำนวณเยอะ ถือว่าเหมา ๆ ซื้อความสะดวกสบาย แถมเวลา 3 วันยังเป็นเวลาที่พอเหมาะต่อการเที่ยวโคเปนเฮเกนด้วย เราว่าเราได้ใช้เวลาในที่ที่อยากไปได้อย่างคุ้มค่ามาก สำหรับใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยว เราก็หวังว่าบทความนี้จะเป็นต้นฉบับให้พอไปปรับกันต่อได้ เพราะไปครั้งแรก มีผิดแผนบ้างเหมือนกัน 55555 ฝากทุกคนไปปรับให้เหมาะกับตัวเองละกันนะ พรุ่งนี้เช้าจะนั่งรถไฟไป Sweden ! รอติดตามกันได้ :))) Credit: All photos and cover photo taken by hockiii (content creator)