เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการแข่งขันกีฬาซีเกมส์คือการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเมื่อปลายปี 2019 ที่ผ่านมา ประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับหน้าสื่อเป็นเจ้าภาพ ดังนั้นการแข่งขันกีฬาทุกชนิดจึงจัดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ ผมซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ชอบการดูกีฬาติดขอบสนามทุกชนิดจึงไม่พลาดที่จะจองตั๋วเครื่องบินเพื่อติดตามไปเชียร์ทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้ ซึ่งการเดินทางไปประเทศฟิลิปปินส์ในทริปนี้ผมเลือกใช้บริการสายการบินฟิลิปปินส์แอร์ไลน์ ซึ่งเป็นสายการบินประจำชาติ การเดินทางในครั้งนี้ใช้เวลาสามชั่วโมงกว่าจากสนามบินสุวรรณภูมิไปถึงสนามบินนานาชาตินินอยอาควิโน การผ่านตม.ไม่ยากไม่ถามอะไรเลยสักคำ หลังจากนั้นผมจึงเรียก Grab เข้าเมืองจากสนามบินซึ่งใช้แอพ Grab เดียวกับที่ใช้ในประเทศไทยได้เลย โดยเรียกไปยังโรงแรมที่พักซึ่งตั้งอยู่ในย่านมากาติ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นย่านที่เจริญที่สุดในกรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์ โดยค่ารถราคา 209 เปโซ เมื่อเช็คอินอะไรเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มออกตะลุยเมืองมะนิลากันเลย ซึ่งย่านมากาติถือได้ว่ามีความทันสมัย ถนนสวยงาม สายไฟบนถนนไม่มีสักเส้นการจะข้ามถนนต้องเดินลงอุโมงค์เท่านั้น ซึ่งวันแรกที่ผมไปถึงตรงกับวันที่นักฟุตบอลทีมชาติไทยมีโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลในรอบแบ่งกลุ่มพบกับทีมชาติบรูไนที่สนาม Rizal Memorial Stadium ซึ่งด้วยการที่เมืองมะนิลามีการจราจรที่ติดขัดกว่ากรุงเทพมหานครหลายเท่า ซึ่งผมเรียก Grab ไปที่สนาม ซึ่งกว่าจะมาถึงสนามนักฟุตบอลก็ลงสนามไปได้หลายนาทีแล้ว แต่ก็ถือว่าเป็นเกมส์ที่สนุกและทีมชาติไทยก็เอาชนะทีมชาติบรูไนไปด้วยสกอร์ 7 ประตูต่อ 0 ซึ่งหลังจบเกมส์ผมจึงนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกลับไปยังย่านมากาติเนื่องจากการจราจรในกรุงมะนิลาติดขัดค่อนข้างมาก โดยนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินจากสถานี Vito Cruz ไปลงที่สถานี Ayala แล้วเดินกลับที่พัก ซึ่งสาเหตุหลักที่เลือกที่พักในย่านมากาติคือเป็นย่านที่เจริญที่สุดและปลอดภัยที่สุดแล้วในกรุงมะนิลาเพราะในย่านอื่นยังมีสลัมชุมชนแออัดอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญเลยสำหรับการเลือกพักในย่านมากาติ หลังจากนั้นผมจึงพักผ่อนแต่แถวบริเวณโรงแรมเพราะว่าประเทศนี้ไม่สามารถเที่ยวได้อย่างปลอดภัยนัก จึงเฝ้ารอให้ถึงวันที่ 1 ธันวาคม เพื่อที่จะเดินทางไปยังเมืองบินาน ที่สนามบินาน สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นสนามที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลของทีมชาติไทยในนัดที่สองโดยจะพบกับทีมชาติสิงคโปร์ ซึ่งสนามแห่งนี้อยู่ค่อนข้างนอกเมืองห่างจากในเมืองประมาณ 30 กิโลเมตร ผมจึงต้องเรียก Grab เดินทางไปราคาประมาณ 1,235 เปโซ ค่อนข้างแพงเลยทีเดียวแต่ด้วยที่ใจรักซะอย่างผมยอมได้ เมื่อมาถึงสนามจึงได้พบเจอน้ำใจจากคนไทยในต่างแดนมาร่วมกันเชียร์นักฟุตบอลทีมชาติไทยกันอย่างมากมาย ซึ่งสนามฟุตบอลเป็นสนามที่เล็กมากจุได้เพียงสามพันกว่าคนและยังแข่งขันกันตอนบ่ายสี่โมงอีกซึ่งค่อนข้างร้อนมากเลยทีเดียว ซึ่งเป็นอีกเกมส์นึงที่นักฟุตบอลทีมชาติไทยโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดเอาชนะทีมชาติสิงคโปร์ไปด้วยสกอร์ 3 ประตูต่อ 0 หลังจบเกมส์ผมได้พบกับพี่ถั่วแระ เชิญยิ้ม และมีโอกาสได้รับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งวันต่อมาเป็นวันที่ผมต้องเดินทางกลับประเทศไทย ซึ่งก่อนกลับผมมีโอกาสได้ไปชมอนุสรณ์สถานของ อันเดรส โบนีฟาซีโอ อี เด กัสโตร ซึ่งเป็นนักปฏิวัติที่ต้องการเรียกร้องเอกราชให้กับฟิลิปปินส์จากสเปน ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานที่ควรค่าแก่การถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกเป็นอย่างมาก โดยอนุสรณ์สถานนี้ตั้งอยู่ใกล้กับ Mrt United Nations เมื่อลงจากสถานีสามารถ search พิกัดจาก Google Map ได้เลย และทั้งหมดนี้คือทริปของผมในการไปเยือนดินแดนตากาล็อกประเทศฟิลิปปินส์ สำหรับการเชียร์ทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 30 ที่ผ่านมา ถึงแม้ทัพนักกีฬาไทยจะไม่ได้เป็นเจ้าเหรียญทองและกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยก็ไปไม่ถึงฝั่งฝันแต่ก็ไม่เป็นไรกีฬามีแพ้มีชนะ ซึ่งหากใครชอบชมกีฬาแล้วผมแนะนำว่าซีเกมส์ คือกีฬาที่น่าไปชมไปเชียร์เป็นขั้นแรกสำหรับกองเชียร์ชาวไทยที่ชอบชมกีฬาติดขอบสนาม ก่อนที่จะพัฒนาไปชมเอเชี่ยนเกมส์และโอลิมปิก ซึ่งครั้งหน้ากีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 31จะจัดขึ้นที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งของประเทศเวียดนามในรอบ 18 ปี และถ้าผมมีโอกาสจะกลับไปเชียร์ทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ถึงติดขอบสนามอีกแน่นอน