วันนี้เราจะพาไปเที่ยวเกาะปีนัง ประเทศมาเลเซียกัน โดยขับรถจากไทย ที่หาดใหญ่ข้ามไปมาเลเซียครั้งแรก ใกล้กว่าขับรถข้ามจังหวัดสะอีก เพียงแค่ 2 ชั่วโมงนิดๆก็ถึงเกาะปีนังแล้ว ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างไปดูกันเลย !!! ก่อนอื่นเราต้องเตรียมเอกสารการเดินทางกันก่อน ทั้งเรื่องประกันรถยนต์ และ Passport โดยสามารถทำประกันกับบริษัทต่าง ๆ ได้เลย ทางเราทำกับ"ก๊ะแวประกันรถไทยเข้ามาเลเซีย" ซึ่งเราติดต่อทางร้านไปก่อนล่วงหน้า พร้อมหน้า Passport ที่จะเดินทาง เพื่อทางร้านจะได้จัดเตรียมเอกสารสำหรับผ่าน ตม. และเอกสารประกันรถต่าง ๆ ไว้รอ สามารถจัดส่งทางไปรษณีย์หรือรับวันที่เราจะเข้ามาเลย์ก็ได้ ซึ่งร้านจะอยู่ใกล้ ๆ ด่านนอกสะเดา จ.สงขลา โดยขับจากหาดใหญ่ไปด่านนอกสะเดา ประมาณ 1 ชั่วโมง และผ่านด่านบูกิตกายูฮีตัม ของมาเลเซียไปที่เกาะปูลัวปีนังอีก 2 ชั่วโมง เอกสารที่ต้องเตรียม ทำประกันรถยนต์ ประกันรถยนต์ ค่าใช้จ่าย 1,900 บาทต่อคัน สำหรับการคุ้มครอง 1 เดือน จะมาพร้อมป้ายวงกลม ซึ่งน่าจะเป็นป้ายภาษีรถยนต์สำหรับติดหน้ารถเข้ามาเลย์ (ป้ายนี้ตอนกลับมาแล้วต้องส่งคืนให้ร้านก๊ะแวด้วยนะคะ ไม่งั้นเราจะโดนปรับน้า) ถ้าใครไปมาเลเซียบ่อย ๆ ก็จะมีแบบราย 3 เดือน/6 เดือน ซึ่งจะคุ้มกว่า ประมาณ 4,000 บาทนะคะ โดยเราจะต้องทำป้ายทะเบียนสากล ติดหน้ารถและท้ายรถด้วย คิดค่าใช้จ่ายประมาณ 200 บาท/เลขทะเบียน (ไม่รวมอยู่ใน 1,900 บาท) สามารถใช้ได้ตลอดไม่ต้องคืน ซึ่งที่ร้านกะแวสามารถทำให้เราครบวงจรได้เลย เราไม่ต้องทำเอง ซื้อบัตร Touch & Go หรือที่เรียกว่า TNG ซื้อบัตร Touch & Go หรือที่เรียกว่า TNG เป็นบัตรที่คนมาเลย์ใช้จ่ายค่าทางด่วน ค่าจอดรถ เติมน้ำมัน หรือใช้จ่ายตามร้านค้า คาเฟ่ หรือห้างต่าง ๆ ได้เลย เป็นบัตรที่สะดวกมาก ๆ แถมเขามีแอปที่สามารถจ่ายและเติมเงินผ่านมือถือได้เลย เราซื้อกับร้านก๊ะแว บัตรเปล่า 200 บาท และให้เขาเติมเงินไว้ให้อีกประมาณ 200 บาท สำหรับเข้าทางด่วนมาเลย์ และเราค่อยไปเติมเพิ่มเองตามปั๊ม หรือห้างร้านต่าง ๆ ที่รับ TNG ได้อีกทีหนึ่ง ถือว่าจำเป็นมาก ๆ เพราะทางด่วนมาเลย์จะไม่รับเงินสด ต้องจ่ายผ่านบัตรนี้เท่านั้นน้า ซิมโทรศัพท์ ซิมโทรศัพท์ เราขอแนะนำแบบคนที่ไม่เคยไปมาก่อน ทางร้านแนะนำให้เราซื้อซิมมาเลย์ในราคา 240 บาท ซึ่งจะดีกว่าการเปิดโรมมิ่ง สามารถเล่นเน็ตแบบ 5G Unlimited ได้นาน 7 วัน และเน็ตก็แรงมากด้วย แต่มีข้อเสียตรงที่เบอร์ไทยจะไม่สามารถใช้งานได้เลย ต้องโทรผ่านไลน์/แอปอื่น ๆ เท่านั้น พอผ่าน ฺBorder มาเลเซียเข้ามา อินเตอร์เน็ตก็จะทำงานทันที สามารถใช้ได้ปกติ สะดวกสุด ๆ พอมีเน็ตแล้ว เราก็สามารถเปิด Google map เพื่อขับตามเส้นทางได้ปกติเลย ที่สำคัญ มาเลเซียขับรถเลนซ้ายเหมือนบ้านเรา คนขับจะอยู่ฝั่งขวาเหมือนกัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องกังวลเลย นอกจากซิมปกติแล้ว เราเพิ่งรู้ว่าแอป Klook ก็สามารถซื้อแบบ E-Sim ได้แล้ว สะดวกกว่าเดิม แอปนี้ยังสามารถจองตั๋วรถ ตั๋วกิจกรรมต่าง ๆ ในการเที่ยวต่างประเทศได้อีกด้วย ลองไปโหลดมาดูกันนะคะ น่าจะสะดวกกว่าเดิม แอบกระซิบ เราโดนใบสั่งที่มาเลเซียด้วย การเปิดเบอร์มาเลย์จึงช่วยให้เราสามารถชำระค่าปรับผ่านแอปได้สะดวกสบายมาก ๆ เสมือนเราเป็นคนมาเลย์เลย ไว้มาทำรีวิวนะ พอได้รับเอกสารเรื่องรถแล้ว ก็ไม่ต้องกังวลนะคะ สามารถถามก๊ะแวได้ จะได้ให้ข้อมูลในการขับรถเข้ามาเลย์ อย่าลืมติดป้ายทะเบียนสากลและป้ายวงกลมด้วยนะ นอกจากนี้ทางร้านยังลงทะเบียนเข้าเมืองให้เราด้วย เราสามารถขับรถเข้าไปที่ Border ได้เลย เราจะจ็อบ Passport กันตรงนั้น โดยเจ้าหน้าที่ฝั่งเมเลเซียจะถามเราว่าเราพักที่ไหน ให้เราโชว์หลักฐานการจองที่พัก บอกเหตุผลในการเข้าเมือง และมากี่วันพักกี่คืน ถามไม่เยอะมากค่ะ เราก็ตอบไป ตอนลงไปจ็อบ Passport เราต้องลงจากรถทุกคนเลยนะคะ เพราะต้องสแกนลายนิ้วมือด้วย ขออวยยศให้ถนนประเทศมาเลเซียหน่อย โดยเฉพาะเส้นทางจาก ด่านบูกิตกายูฮีตัม (Bukit Kayu Hitam) บนเส้นทางด่วน Plus Highway ถนนสวยมากๆ และรถก็วิ่งกันเร็วมาก คนมาเลย์ขับรถเร็วมากจริง ๆ เราจะขับช้าขับแช่ไม่ได้เลย เตรียมบัตร TNG ให้พร้อมแล้วลุยกันเลยย ขอแนะนำสำหรับคนที่อยากจะเติมน้ำมันมาเลย์ เพราะน้ำมันถูกกว่าบ้านเรา แนะนำว่าให้เติมปั๊มที่ไกลจากเขตชายแดนหน่อย เพราะเขาจะจำกัดการเติมอยู่ที่ไม่เกิน 22 ลิตร เพื่อป้องกันการลักลอบขนน้ำมันข้ามประเทศ แต่ไม่ว่าจะปั๊มไหนก็ราคาเท่ากันหมด เราเติมดีเซล อยู่ที่ลิตรละ 3.13 RM (23-24บาท) ลงไปถ่ายรูปเท่ ๆ ได้เลย เพราะเราต้องเติมน้ำมันเองจ้า โดยไปบอกที่เคาท์เตอร์ว่ารถเราจอดรถอยู่ที่ No.เท่าไร จะเติมน้ำมันอะไร กี่บาท/กี่ลิตร เจ้าหน้าที่จะเปิดหัวจ่ายน้ำมันให้เราเติมเองเลย เริ่ดมาก แต่ๆๆๆ ถ้าเราเติมไม่เป็นจริง ๆ จะมีพี่เด็กปั๊มอยู่ใกล้ ๆ เราก็ขอความช่วยเหลือเขาได้เลย เขาเห็นว่าเราไม่ใช่มาเลย์ เขาก็เข้ามาช่วยดูให้ แต่บอกเลยว่าเราเจอคนไทยไปเยอะมาก เจอพี่ ๆ คนไทยในปั๊มตลอด ไม่เหงาหรอก ถ้าใครมีแผนจะเดินทางไปมาเลเซียด้วยรถยนต์ อย่าลืมตรวจเช็คสภาพรถ วันเดินทาง และสภาพอากาศกันด้วยนะคะ เผื่อตรงกับฤดูกาลที่ไม่เหมาะสมกับการท่องเที่ยว หรือช่วงเทศกาลที่คนเยอะเกินไป หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ ท่องเที่ยวให้สนุกค่ะ >< รูปภาพทั้งหมดโดย : livewithploy เขียนโดย : livewithploy