ฮัลโหลทุกคน! วันนี้เราจะพาทุกคนหนีความวุ่นวายไปสัมผัสเสน่ห์ของ “Little India” หรือย่านพาหุรัด กรุงเทพฯ นี่เอง ขอบอกเลยว่ามาที่เดียวเหมือนได้วาร์ปไปต่างประเทศแบบไม่ต้องใช้พาสปอร์ตเลยนะจ๊ะ บรรยากาศคือดีย์มาก มีครบทั้งวัดแขก ตลาดผ้า และของกินสุดจึ้ง ใครเป็นสายคอนเทนต์เตรียมเมมกล้องไว้ให้พร้อม แล้วตามเรามาเช็กอินกันเลย! เริ่มกันที่แลนด์มาร์คสำคัญที่ใครมาพาหุรัดแล้วไม่ได้เข้าถือว่ามาไม่ถึง นั่นคือ "คุรุดวาราศรีคุรุสิงห์สภา" วัดซิกข์ที่ใหญ่ที่สุดในไทยนั่นเองครับ ก่อนเข้าอย่าลืมแต่งตัวให้สุภาพและทำตามกฎของสถานที่นะ ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจที่ต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้มและความสงบแบบสุดๆ พอเดินเข้ามาด้านในโถงใหญ่ชั้นบน ขอบอกเลยว่าอลังการดาวล้านดวงมาก! ความสวยงามของโคมไฟระย้า ที่ประดับอยู่บนเพดานสไตล์คลาสสิกมันตัดกับพรมสีแดงยาวสุดลูกหูลูกตาให้ความรู้สึกขลังและสงบในเวลาเดียวกัน ไวป์คือดีย์มากจนอยากนั่งพักใจเงียบๆ อยู่นานๆ เลยแหละ เป็นอีกหนึ่งมุมที่สวยสะกดใจจนต้องบันทึกภาพเก็บไว้จริงๆ ออกจากวัดมาปุ๊บ กองทัพต้องเดินด้วยท้องครับ! เราแวะเติมพลังกันด้วยเมนูต้นตำรับอย่าง "แกงอินเดียและโรตี/จาปาตี" ขอบอกว่าแป้งที่นี่ทำสดใหม่ นุ่มฟู เอามาจิ้มกับแกงเข้มข้นที่หอมกลิ่นเครื่องเทศแบบเน้นๆ คือฟินลืม! กินแบบคนโลคอลใช้มือฉีกแป้งจิ้มแกงบอกเลยว่าได้อรรถรสสุดๆ ใครที่กลัวว่าจะกินยาก ขอบอกว่าเปิดใจดูครับ แล้วคุณจะตกหลุมรักรสชาติออริจินัลแบบนี้ กินคาวไม่กินหวานได้ไง! เดินถัดมาอีกนิดจะเจอร้าน "Mithai" หรือร้านขนมหวานอินเดีย ที่ตั้งเรียงรายอยู่ในตู้กระจก สีสันคือจัดจ้านกระแทกตามาก มีทั้งกุหลาบจามุน, ลัดดู และขนมที่ทำจากนมเนยต่างๆ ใครสายหวาน ต้องจัดมาลองสักกล่อง สีชมพู เหลือง ส้ม สลับกันไป ดูน่ารักน่ากินจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว รสชาติหวานมันตามสไตล์อินเดียแท้ๆ เลยล่ะ ระหว่างทางเดินลัดเลาะไปตามซอกซอยของตลาดพาหุรัด คุณจะเจอกับความมีชีวิตชีวาของร้านค้าผ้าและของประดับตกแต่ง โดยเฉพาะ "ร้านขายพวงมาลัยและดอกไม้สด" ที่แขวนเรียงรายเป็นสายยาว สีแดง เหลือง ส้ม สดใสสุดๆ กลิ่นหอมของดอกไม้ปนกับกลิ่นอายของย่านเก่ามันทำให้การเดินเที่ยวสนุกขึ้นเยอะเลย เป็นอีกจุดที่ถ่ายรูปออกมาแล้วสีสันจัดจ้านเว่อร์! เดินต่อมาอีกหน่อยจะเจอโซนขายของที่เกี่ยวกับความเชื่อและศาสนา มีทั้ง องค์พระพิฆเนศ องค์พระลักษมี และเทพเจ้าต่างๆ ที่ปั้นและลงสีอย่างประณีตงดงามมาก รวมถึงชุดส่าหรีและเครื่องประดับวิบวับที่วางขายอยู่เต็มสองข้างทาง ใครสายมูบอกเลยว่าต้องมีแวะขอพรหรือเช่าบูชากลับบ้านแน่นอน บรรยากาศตรงนี้คือขลังและเปี่ยมไปด้วยศรัทธาสุดๆ ถ้าเดินจนเริ่มร้อน แนะนำให้มองหาความสดชื่นแบบ Street Food กับเมนู "คุลฟี่" (Kulfi) หรือไอศกรีมแท่งสไตล์อินเดีย ยิ่งถ้าไปเจอขายอยู่ในวันร้อนๆนะ แนะนำให้จัดมาคนละแท่ง! รสชาติจะมีความมันของนมและหอมกลิ่นถั่วหรือเครื่องเทศเบาๆ เป็นไอเทมดับร้อนที่เข้ากับบรรยากาศย่านนี้ที่สุดแล้ว ความเสน่ห์อย่างหนึ่งของพาหุรัดคือ "ความเรียบง่ายของวิถีชีวิต" ตามตรอกซอกซอยเราจะเห็นคุณป้า คุณน้าโพกหัว นั่งขายของหรือทำอาหารกันแบบง่ายๆ เป็นภาพที่ดูแล้วอบอุ่นใจดีนะ การได้มาเดินดูตึกเก่าๆ สังเกตผู้คนที่หลากหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว มันทำให้เรารู้สึกว่ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีสีสันและน่าค้นหาไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ สรุปทริปสั้นๆ วันนี้ที่พาหุรัด บอกเลยว่าอิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งใจ และได้รูปสวยๆ กลับไปเพียบ! ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยววันหยุดแบบไม่ต้องเดินทางไกล แนะนำให้ลองมาเปิดประสบการณ์ที่นี่ดูครับ รับรองว่าคุณจะได้เห็นกรุงเทพฯ ในมุมที่ต่างออกไป และอาจจะตกหลุมรักเสน่ห์แบบอินเดียนิดๆ ของย่านนี้เหมือนกับเราก็ได้นะ อย่าลืมกดติดตามพวกเราไว้ด้วยนะ รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน