ลำน้ำโขงเป็นสายน้ำแห่งชีวิตที่สร้างประวัติศาสตร์และความเป็นมาที่ยาวนานทางประวัติศาสตร์ ตราบจนถึงวันนี้ยังคงมีเรื่องราวมากมายทั้งในแง่ของตำนาน เรื่องเล่า และความเชื่อที่ขับขายสืบต่อกันมาของชาวบ้านในพื้นที่ อย่างเช่นตำนานเกี่ยวกับเจดีย์กลางน้ำโขง ที่บริเวณพระธาตุหล้าหนอง จังหวัดหนองคาย ซึ่งโดดเด่นลอยอยู่เหนือลำน้ำโขง ท่ามกลางเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างไทยและ สปป.ลาว ตามประวัติศาสตร์ที่จารึกไว้ภายในบริเวณวัดพระธาตุหล้าหนองซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง และการบอกเล่าของคนในพื้นที่ ทราบว่า องค์พระธาตุที่เสมือนกำลังลอยอยู่เหนือน้ำนั้น สร้างขึ้นตั้งแต่เมื่อคราวสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช พระมหากษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านช้าง หรือที่ตั้งของ สปป.ลาวในปัจจุบัน หรือราว พ.ศ. 2104 ซึ่งกาลเวลาผ่านล่วงมาแล้วเกือบ 460 ปี โดยพระธาตุองค์ดังกล่าวสร้างในรูปแบบทางสถาปัตยกรรมล้านช้าง หรือคล้ายกับพระธาตุพนม ในจังหวัดนครพนมของไทย หรือคล้ายกับพระธาตุหลวง ในนครเวียงจันทน์ของ สปน.ขาว ที่มีลักษณะเหมือนดอกบัวตูม โดยสร้างอยู่บีเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง และเรียกองค์พระธาตุแห่งนี้ว่า "พระธาตุหล้าหนองคาย" ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ด้วยกระแสการไหลของแม่น้ำโขงที่รุนแรงได้ส่งผลต่อการกัดเซาะบริเวณชายฝั่งอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2309 องค์พระธาตุดังกล่ายได้พังทลาย และจมหายลงไปในแม่น้ำโขง ตราบจนถึงปัจจุบันกระแสน้ำได้เคลื่อนองค์พระธาตุไปจนถึงบริเวณกลางลำน้ำโขง โดยจะเห็นบริเวณบางส่วนขององค์พระธาตุซึ่งคาดว่าเป็นส่วนฐาน ลอยเหนือน้ำขึ้นมา โดยเฉพาะในฤดูน้ำลด จะเห็นองค์พระธาตุโดดเด่นชัดเจนมาก ซึ่งชาวจังหวัดหนองคายตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่มักนั่งเรือไปกราบสักการะองค์พระธาตุในช่วงนี้ และจะมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การจัดประเพณีบุญบั้งไฟ ตลอดจนการทำบุญเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแก่องค์พระธาตุเป็นประจำทุกปี โดยปัจจุบันได้มีการจัดสร้างองค์พระธาตุขึ้นมาใหม่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง และเรียกพระธาตุองค์นี้ว่า "พระธาตุหล้าหนอง" โดยจำลองขึ้นมาจากองค์พระธาตุองค์เดิมที่จมอยู่ในแม่น้ำโขง และได้มีการบรรจุโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่สามารถเก็บขึ้นมาได้จากบริเวณใต้น้ำใกล้กับองค์พระธาตุขึ้นมาเก็บรักษาไว้บริเวณใต้ฐานขององค์พระธาตุที่สร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ต่างเชื่อกันว่าองค์พระธาตุกลางน้ำแห่งนี้มีความสำคัญและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยคุ้มครองปกปักรักษาชาวหนองคายให้รอดพ้นจากภัยอันตรายต่าง ๆ เรื่อยมา จนทำให้ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วสารทิศมากราบไหว้บูชาองค์พระธาตุเพื่อความเป็นศิริมงคล สำหรับผู้สนใจอยากไปเที่ยวชมองค์พระธาตุลอยน้ำ และสักการะพระธาตุหล้าหนองแห่งนี้ ก็สามารถไปเที่ยวชมได้ทุกวัน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย ทั้งนี้มีเรือให้บริการเพื่อไปสักการะองค์พระธาตุกลางน้ำแบบเหมาลำ สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 200 - 300 บาท นั่งได้ประมาณ 20 คน พิกัดสถานที่ตั้ง พระธาตุหล้าหนอง ภาพประกอบโดยผู้เขียน