วันหยุดสบายๆ ในกรุงเทพฯ สามารถเปลี่ยนให้เป็นทริปสั้นๆ สำหรับการไหว้พระขอพรและเดินเที่ยวในย่านเก่าได้อย่างลงตัว ทริปนี้เริ่มต้นจากการเดินทางไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงของชาวไทยเชื้อสายจีน ทั้งที่ วัดมังกรกมลาวาส และ ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ผู้คนมักเดินทางไปขอพรเรื่องโชคลาภ สุขภาพ และความเป็นสิริมงคล นอกจากการไหว้พระแล้ว ยังได้แวะชิมอาหารอร่อยและเดินชมบรรยากาศเมืองเก่าในกรุงเทพอีกด้วย ทำให้ทริปสั้นๆ นี้ทั้งอิ่มบุญและอิ่มท้องไปพร้อมกัน การเดินทางไป การเดินทางเราเริ่มต้นจากสถานีรถไฟพระจอมเกล้า โดยนั่งรถไฟเข้าเมืองมาลงที่สถานีหัวลำโพง ระหว่างทางได้มองดูวิวสองข้างทางที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากชานเมืองเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ เมื่อมาถึงแล้วเราสามารถเดินเชื่อมไปยังสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน โดยนั่งจากสถานีหัวลำโพงเพียงแค่สถานีเดียวเพื่อไปลงที่ การเดินทางสะดวกและรวดเร็ว เหมาะกับคนที่อยากมาเที่ยวแบบไม่ต้องขับรถในเมือง แวะกินข้าวร้านเจ๊กุ้งและน้ำบ๊วยเลม่อน เมื่อเราออกจาก MRT วัดมังกรทางออก 3 แล้ว ให้เลี้ยวซ้ายเล็กน้อย จะพบร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดังอย่าง “เจ๊กุ้ง บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง กระเพาะปลา” ร้านนี้เป็นร้านเล็กๆ ที่มีเมนูยอดนิยมอย่างบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงและกระเพาะปลารสกลมกล่อม เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม หมูแดงหอมหวานกำลังดี ทำให้หลายคนที่มาแถวเยาวราชหรือวัดมังกรมักแวะมาทานก่อนเริ่มเที่ยว ถือเป็นการเติมพลังให้พร้อมสำหรับการเดินทางต่อ หลังจากอิ่มท้องแล้ว เดินตรงไปอีกเล็กน้อยตามถนนก็จะพบร้านเครื่องดื่มเล็กๆ ที่ขาย “น้ำบ๊วยเลม่อน” เย็นๆ รสชาติเปรี้ยวหวานสดชื่น เครื่องดื่มแก้วนี้ช่วยดับร้อนและเพิ่มความสดชื่นก่อนเดินเที่ยวต่อในย่านเยาวราช บรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยร้านค้าและผู้คนที่เดินผ่านไปมา ทำให้รู้สึกถึงเสน่ห์ของย่านเก่าในกรุงเทพ การได้เดินจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ไปด้วยจึงเป็นความสุขเล็กๆ ของทริปนี้ วัดมังกร แก้ชง จุดหมายหลักจุดแรกของเราคือ “วัดมังกรกมลาวาส” หรือที่คุ้นหูในชื่อ “วัดเล่งเน่ยยี่” เพื่อมาทำพิธีแก้ชงและฝากดวงชะตาไว้กับองค์เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยตามความเชื่อทางศาสนา ที่นี่คือศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีนมาอย่างยาวนาน การได้มาทำบุญที่นี่ในช่วงต้นปีหรือช่วงเวลาที่ต้องการกำลังใจ ถือเป็นการเสริมสิริมงคลและเป็นการปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้ออกไป เพื่อเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์และมีความมั่นใจมากขึ้นในการใช้ชีวิต บรรยากาศด้านในวัดมีความงดงามตามสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม ตัวอาคารมีสีแดงและทองโดดเด่น พร้อมลวดลายมังกรที่เป็นสัญลักษณ์ของพลังและความรุ่งเรือง ภายในเต็มไปด้วยกลิ่นธูปและควันจางๆ ที่ลอยอยู่ในอากาศ ผู้คนเดินไหว้พระและจุดธูปขอพรอย่างต่อเนื่อง เสียงระฆังและบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์ทำให้สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความสงบและศรัทธา ศาลเจ้าแม่ทับทิม ไหว้ขอพร หลังจากไหว้พระที่วัดมังกรเสร็จแล้ว การเดินทางต่อไปยังศาลเจ้าแม่ทับทิมสามารถทำได้ง่ายๆ โดยนั่ง MRT จากสถานีวัดมังกรไปลงที่สถานีสามย่าน เมื่อออกจากสถานีแล้วเราสามารถเปิดแผนที่ในโทรศัพท์และเดินต่อไปยังศาลเจ้าได้ไม่ไกล ระหว่างทางจะผ่านอาคาร ร้านค้า และบรรยากาศของย่านสามย่านที่คึกคัก ทำให้การเดินทางไม่น่าเบื่อ เมื่อมาถึง “ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง” ผู้คนมักมาไหว้ขอพรเรื่องการงาน การเงิน ความรัก และความสำเร็จในชีวิต ตามความเชื่อว่าเจ้าแม่ทับทิมเป็นเทพที่คอยคุ้มครองผู้คนและนำพาโชคลาภ หลายคนจะจุดธูป เทียน และถวายของไหว้เพื่อแสดงความเคารพ บรรยากาศเต็มไปด้วยความศรัทธาและความตั้งใจของผู้ที่มาขอพร ด้านในศาลเจ้ามีบรรยากาศเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ ตัวศาลเจ้าตกแต่งด้วยโคมไฟสีแดงและลวดลายจีนที่สวยงาม กลิ่นธูปลอยคลุ้งเล็กน้อยสร้างบรรยากาศแห่งความเคารพ ผู้คนเดินเข้าออกเพื่อกราบไหว้และขอพรอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ใจกลางเมืองแต่ภายในศาลเจ้ากลับให้ความรู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด การเดินทางกลับ เมื่อเสร็จจากการไหว้ศาลเจ้าแล้ว ก็เริ่มเดินทางกลับ โดยเดินไปยังสถานีรถไฟหัวลำโพงอีกครั้งเพื่อขึ้นรถไฟกลับ การเดินผ่านถนนในเมืองทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของผู้คนและบรรยากาศเมืองเก่าที่มีเสน่ห์ เมื่อถึงสถานีหัวลำโพงก็สามารถซื้อตั๋วรถไฟเพื่อเดินทางกลับไปยังย่านลาดกระบังได้อย่างสะดวก การนั่งรถไฟกลับช่วยให้ทริปจบลงอย่างเรียบง่ายและสบายๆ ทริปไหว้พระครั้งนี้เป็นการเที่ยวแบบวันเดียวที่ทั้งสะดวกและเต็มไปด้วยประสบการณ์ดีๆ ตั้งแต่การนั่งรถไฟเข้าเมือง การแวะกินอาหารอร่อย ไปจนถึงการไหว้พระขอพรในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อย่างวัดมังกรและศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง นอกจากจะได้ความเป็นสิริมงคลแล้ว ยังได้เดินเที่ยวชมบรรยากาศเมืองเก่าในกรุงเทพอีกด้วย ถือเป็นทริปสั้นๆ ที่ทั้งอิ่มบุญ อิ่มท้อง และอิ่มใจในวันเดียว รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !