หากใครที่ชื่นชอบบรรยากาศแบบ Slow life สามารถเดินชมเมือง ชมงานสถาปัตยกรรมต่าง ๆ รวมไปถึงการไหว้พระเข้าวัดและเรียนรู้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ นครหลวงเวียนจันทร์ ของ สปป. ลาว คงจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เนื่องจากเป็นเมืองหลวงที่มีเสน่ห์เป็นอย่างมาก มีความเรียงง่าย ไม่วุ่นวาย มีความเขียวขจีของแมกไม้ ผู้คนเป็นมิตรอัธยาศัยไมตรีงดงาม แถมมีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะโบราณสถานและวัดวาอาราม ที่สวยงามเรียงรายรอบเมือง อันบ่งบอกถึงความรุ่งเรืองทางบวรพระพุทธศาสนา และความศรัทธาของประชาชนชาวลาวได้เป็นอย่างดียิ่ง สถานที่ท่องเที่ยวที่จะพาทุกท่านไปเยี่ยมชมในวันนี้ ก็คือ หนึ่งในสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนา และมีความเก่าแก่ยิ่ง ของ สปป. ลาว นั่นก็คือ “วัดสีสะเกด” ซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดที่มีจำนวนพระพุทธรูปมากที่สุดในนครหลวงเวียงจันทน์ โดยว่ากันว่าที่วัดนี้มีพระพุทธรูปมากกว่า 1 แสนองค์ ความสะดุดตาเมื่อย่างก้าวเข้าสู่เขตบริเวณวัด นอกจากพระพุทธรูปที่ประดิษฐานเรียงรายรอบกำแพงด้านในบริเวณวัดแล้ว คือ รูปแบบของงานสถาปัตยกรรมของตัววัด รวมถึงสิ่งปลูกสร้างที่แวดล้อม บ่งบอกถึงกาลเวลา และความงดงามทางศิลปะแบบล้านช้างได้เป็นอย่างดียิ่ง จากข้อมูลที่ปรากฏภายในบริเวณวัดทราบว่า วัดสีสะเกดแห่งนี้ ก่อสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2094 หรือประมาณเกือบ 500 ปีมาแล้ว โดยเป็นวัดที่สร้างขึ้นภายในหอคำ หรือพระราชวังหลวง อันเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ของลาวในยุคนั้น สาเหตุที่เรียกว่าวัดสีสะเกด ก็เนื่องมาจากพระมหากษัตริย์ลาวทุกพระองค์ จะบรรทมโดยหันพระเศียรมาทางที่ตั้งของวัด เพราะเนื่องจากภายในวัดมีพระพุทธรูปสำคัญของลาวประดิษฐานอยู่มากมาย ดังนั้นความหมายของที่มาชื่อ "วัดสีสะเกด" นี้จึงเป็นการที่พระเจ้าแผ่นดินทรงบรรทมหันพระเศียรหรือศีรษะ ไปยังบริเวณที่ตั้งของวัด ซึ่งถ้าเป็นภาษาไทยจะเขียนเป็นวัดศรีษะเกศ ความสวยงามของตัวพระอุโบสถหรือทางลาว รวมทั้งทางภาคอีสานของไทยเรียกว่า “สิม” โดยมีโครงสร้างแบบก่ออิฐถือปูน ส่วนหลังคาเป็นโครงไม้ทั้งหลัง ซึ่งมีความเก่าแก่เป็นอย่างมาก เห็นได้จากลวดลายปูนปั้น ประกอบกับลายฉลุบนเนื้อไม้ที่ประกอบอยู่รายรอบทั้งหน้าบรรณ บานประตู หน้าต่าง และคันโท หรือไม้ค้ำยันรับกับหลังคา รวมทั้งไม้ลายฉลุรูปพญานาคที่มีการปิดทองตั้งเหนือตระหง่านเป็นใบระกาบนหลังคา ซึ่งมีความงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อันเกิดจากการผสมผสานกันระหว่างศิลปะแบบล้านนากับล้านช้าง ซึ่งภายในนั้นก็งดงามไม่ต่างกัน ทั้งจิตรกรรมฝาผนังโบราณ และพระพุทธรูปหลายร้อยองค์ที่ประดิษฐานตามช่องต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นภายในบริเวณผนังด้านใน ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าภายในพระอุโบสถแห่งนี้ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ภายในบริเวณวัดแห่งนี้โดยรอบมีการสร้างศาลาราย หรือศาลาครอบกำแพงโดยรอบโดยตัวกำแพงมีการเจาะเป็นช่อง ๆ เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปไว้โดยรอบ มีความงดงามมาก ทั้งศิลปะของพระพุทธรูปแต่ละองค์ ซึ่งไม่เหมือนกันเลย ยิ่งเดินยิ่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งประวัติศาสตร์และความงดงามทางสถาปัตยกรรม นอกจากนี้ทางวัดสีสะเกด ยังมีหอพระไตรปิฎกสำหรับเก็บรักษาพระไตรปิฎก ตำราพระคัมภีร์ เอกสารทางพระพุทธศาสนา และโบราณวัตถุต่าง ๆ ตั้งแต่ครั้งอดีตที่รอดจากการถูกเผาทำลายจากภัยสงครามอีกด้วย สำหรับใครที่สนใจมาเที่ยวชมวัดสีสะเกดแห่งนี้ก็สามารถเข้ามาเที่ยวชมความงดงามของวัด ตลอดจนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. – 16.00 น. โดยมีค่าเข้าชมอยู่ที่ 5,000 กีบ หรือประมาณ 20 บาท พิกัดที่ตั้งของ วัดสีสะเกด ภาพประกอบโดยผู้เขียน