เย็นวันหนึ่งในฤดูฝน ซึ่งฝนมักชอบตกเวลาคนจะกลับบ้านเสมอๆ คนมีรถส่วนตัวคงไม่เดือดร้อนเท่าไหร่ รำคาญก็แค่รองเท้าเปียกที่ทำพื้นรถเปื้อนเท่านั้น แต่สำหรับมนุษย์งานที่อาศัยมอเตอร์ไซค์รับจ้างอย่างฉัน มันคือช่วงเวลาแห่งความเปียกปอนอย่างแท้จริง พอฝนซาแต่ยังไม่ขาดเม็ดดี ฉันก็ใส่เสื้อกันฝนตัวใหญ่ที่คลุมได้ทั้งตัวและกระเป๋าสะพาย เดินดุ่มๆ ไปปากซอยเพื่อรอมอเตอร์ไซด์รับจ้างใจดี ที่ยอมตากฝนไปด้วยกันสักคัน เสื้อกันฝนกันได้แค่หัวถึงเอว กางเกงและรองเท้าจึงมักเปียกชื้นตามความหนาแน่นของเม็ดฝน จุดหมายแรกคือสถานีรถไฟฟ้า MRT ช่วงฝนตกอย่างนี้ทางลงใต้ดินจะคลาคล่ำไปด้วยคนที่เฝ้ารอให้ฝนหยุด ฉันรู้สึกเหมือนมิสเตอร์บีนที่อยากอวดของซึ่งก็คือเสื้อกันฝนที่คนอื่นไม่มี เดินเชิดนิดๆ ค่อยๆ บรรจงถอดเสื้อกันฝนที่ดูเหมือนสมบัติมีค่ายัดใส่ถุงกอบแก๊บใบโตที่เตรียมมา ปลายกางเกงและรองเท้าเหนอะหนะนิดหน่อย แต่เมื่อแทรกเข้าไปอยู่ในหมู่ผู้คนแล้วก็ไม่มีใครสนใจ แอร์เย็นในรถไฟฟ้ากับความชื้นจากเสื้อผ้าทำเอาหนาวพอควร ถึงสถานีสีลมออกจาก MRT ขึ้นบันไดไปต่อ BTS ที่สถานีศาลาแดง นั่งไปแค่หนึ่งสถานีก็ลง แลัวเดินข้ามสะพานข้ามถนนที่เก๋ที่สุดในเมืองกรุง ไปขึ้นBRT รถมินิบัสขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่วิ่งกลางถนนนราธิวาสราชนครินทร์จากสาทรเชื่อมต่อถนนพระราม 3 สุดสายที่ราชพฤกษ์ในราคา 15 บาทตลอดสาย หนุ่มสาววัยทำงานรอขึ้นรถกันเยอะ แถวรอรถมักจะยาวจนทะลุประตูกระจกออกมา ฝนที่สาทรยังคงตกไม่ขาดสาย ผู้คนจึงพากันหลบฝนเข้าเบียดกันเข้าไปแน่นในห้องรอรถ เหมือนขนมชั้นที่เรียงต่อกันเป็นชั้นๆ ถึงจะแน่นจะเบียดแต่ไม่มีใครแซงใคร ขึ้นรถได้ฉันอาศัยความเก๋ารีบมุดหาที่นั่งทันที ค่อยไปแตะบัตรจ่ายเงินทีหลังตอนลง ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงรถก็ฝ่าการจราจรที่ติดบ้างไม่ติดบ้างเพราะอยู่ในเลนพิเศษมาถึงสถานีวัดด่าน ผู้ชายคู่ใจจอดมอเตอร์ไซด์มารอรับถึงตีนบันได ตรงไปท่าเรือใต้สะพานภูมิพลเพื่อข้ามแม่น้ำกลับบ้าน ใต้สะพานภูมิพลฝั่งพระราม 3 เป็นสวนสาธารณะที่เล็กมากๆ มีเพียงทางรถวิ่งกับที่จอดรถ แต่ทุกเช้าเย็นจะมีคนมาเดินวิ่งออกกำลังกายกัน ขอยถนนชิดฟุทบาท จะกั้นด้วยไพลอนเป็นทางให้มอเตอร์ไซด์วิ่งที่ริมแม่น้ำใต้สะพาน ซึ่งจะมีโป๊ะเล็กๆ เป็นท่าสำหรับจอดเรือให้คนและมอเตอร์ไซค์ใช้บริการข้ามไปอีกฟากของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นโป๊ะท่าแบบเดียวกันที่อยู่ใต้สะพานใกล้กับประตูน้ำคลองลัดโพธิ์ คลองลัดนำ้ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพัฒนาไว้แก้ปัญหาน้ำท่วม อีกฟากมีสวนสาธารณะเหมือนกันแต่มีขนาดใหญ่กว่า และทำทางเดินวิ่งคดเคี้ยวตลอดสวนสีเขียว ไว้ให้ชาวพระประแดงแสนขยันที่มาออกกำลังกายกันตั้งแต่ฟ้าเริ่มสางยันฟ้ามืด เวลาเดียวกับฉัน มนุษย์งานที่เดินทางตั้งแต่ฟ้าเริ่มสางกลับบ้านเอาตอนฟ้ามืด เวลาฮีลใจก็ตอนชมวิวระหว่างข้ามฟากแม่น้ำในแต่ละช่วงเวลานี่ล่ะ แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็ปรากฎที่ท่าเรือข้ามฟากเล็กๆ นั้น ฝนหยุดตกไปเมื่อไหร่ฉันไม่ทันสังเกต เพราะกำลังตะลึงอยู่กับภาพฟ้าหลังฝนเบื้องหน้า ดวงอาทิตย์สาดแสงสุดท้าย ด้วยการพรายสีออกมาเคลือบฟ้าเป็นชั้นช่วง สีทองและส้มผสานกับฟ้าสดเป็นสีม่วงและเขียวจาง ๆ สีสันทั้งหมดสะท้อนลงพื้นน้ำอย่างจัดจ้าน ราวกับจะย้อมสีสันให้โลกทั้งใบ มีเพียงเงาอาคารที่เป็นสีเทาดำ เป็นเส้นตัดระหว่างขอบฟ้าและน้ำเท่านั้น ช่วงเวลาที่หัวใจต้องมนต์เกิดขึ้นไม่นานนัก ทุกวินาทีสีสวยของฟ้าค่อยๆ แปรเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ฉันกับสามีอ้อยอิ่งแข่งกันถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์มือถืออวดกันอยู่ริมน้ำจนฟ้ามืด พรุ่งนี้พระอาทิตย์ก็ยังคงตกที่เดิม แต่ในทุกวัน..ฟ้าจะสวยไม่เหมือนกัน รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !