เกาะพยาม ชิลแบบไม่ต้องพยายาม มัลดีฟส์เมืองไทย แค่ไประนอง 🌴

เกาะพยาม ชิลแบบไม่ต้องพยายาม  มัลดีฟส์เมืองไทย แค่ไประนอง 🌴
แมวหง่าว
5 พฤษภาคม 2563 ( 17:00 )
199K
3

      ร้อนนี้ลงใต้ไปเที่ยวทะเลสวยๆ ฝั่งอันดามันกันดีกว่า มีอีกหนึ่งเกาะที่ได้ชื่อว่า มัลดีฟส์เมืองไทย หรือ เกาะพยาม แน่นอนว่าทะเลใส ฟ้าสวย หาดทรายขาว จนได้ชื่อมัลดีฟส์เมืองไทยนี้มา แถมไม่ต้องไปไกลถึงมัลดีฟส์อีกด้วยนะคะ เพราะอยู่ที่ ระนอง นี่เอง 🌴

 

เกาะพยาม ที่เที่ยวระนอง

มัลดีฟส์เมืองไทย


      เกาะพยาม ตั้งอยู่ฝั่งทะเลอันดามัน จังหวัดระนอง ค่ะ เป็นเกาะที่ได้ชื่อว่าเป็นมัลดีฟส์เมืองไทย ด้วยบรรยากาศ และน้ำทะเลที่ใสราวกับกระจกนั่นเอง ซึ่งทริปนี้ เรานั่งรถทัวร์มาจากกรุงเทพฯ และมาถึงที่ ขบส.ระนอง ค่ะ ใช้เวลา 1 คืนเต็มๆ หลับๆ ตื่นๆ แป๊ปเดียวก็ถึงระนองแล้วค่ะ

 

 

วิธีเดินทางไปเกาะพยาม

 

      ล้างหน้าล้างตากันเรียบร้อย หลังจากนั้นเราก็นั่งรถสองแถวไปที่ท่าเรือข้ามไปเกาพยามค่ะ เราใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง สำหรับเรือเมล์ลำใหญ่ มีสองรอบคือ 09.30 น. และ 14.00 น. หรือใครไม่อยากนั่งเรือนานๆ ก็มีบริการสปีดโบ้ท ใช้เวลา 45 นาทีเท่านั้น มี 2 รอบเช่นกัน คือ 09.50 น. และ 13.00 น. จ้า

 

 

      สำหรับสปีดโบ้ทคือจะเป็นการเช่าเหมาลำ เลยจะมีราคาแพงกว่าเรือเมล์ที่เรานั่ง ถ้ามาพร้อมๆ กันเป็นกลุ่มใหญ่จะคุ้มมากค่ะ เพราะใช้เวลาไม่นาน แต่ถ้ามากลุ่มเล็กๆ แนะนำว่าลองหานักท่องเที่ยวที่จะข้ามไปเกาะพยามเหมือนกันดู และแชร์ค่าเรือกันจะถูกกว่าค่ะ

 

 

      ในมุมของนักแบ็คแพ็คทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ จะรู้จักเกาะพยามกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะที่นี่มีความเป็นธรรมชาติสูง อุดมสมบูรณ์ ผู้คนไม่พลุกพลาน เต็มไปด้วยความเงียบสงบ จึงเป็นเหตุผลที่ให้ชาวแบ็คแพ็คเลือกที่จะมาที่นี่กันนั่นเอง

      หลังจากถึงสะพานท่าเทียบเรือของเกาะพยาม ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ่าวแม่หม้าย แล้ว เราก็ต้องทำการเช่ารถมอเตอร์ไซค์ให้เรียบร้อย คันละ 200 บาทต่อวันค่ะ เพราะเป็นพาหนะเพียงอย่างเดียวที่เราจะสามารถใช้เดินทางได้บนเกาะนี้ หรือถ้าขับไม่เป็นก็ใช้บริการพี่วินได้นะ

 

 

      เราแว้นมอเตอร์ไซค์ มุ่งหน้าไปยังที่พักของเราก่อนเลยค่ะ ที่พักของเราชิลมากๆ ติดทะเลเลย และเงียบสงบมาก แถมยังมี "หมาทะเล" มาต้อนรับอีกด้วย น่ารักสุดๆ ไปเลยค่ะ เห็นน้องนอนคลุกทรายแล้วอิจฉาสุดๆ ดูชิลมากเลย 🌴

 

 

อ่าวกวางปีป

 

     หลังจากไปเก็บข้าวของในที่พักกันแล้ว ก็ได้เวลาทัวร์รอบเกาะด้วยมอเตอร์ไซค์ค่ะ จุดดำน้ำลึกของที่นี่จะอยู่ที่หัวเกาะ ส่วนมากจะพากันมาแถว อ่าวกวางปีป เพราะเป็นจุดดำน้ำสวยที่ไม่ค่อยมีใครรบกวน นักดำน้ำจะได้เห็นปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ ที่ระดับความลึกไม่เกิน 15 เมตร

 

 

      แต่ถ้าใครที่อยากเห็นความสมบูรณ์ของปะการัง ดอกไม้ทะเล ฝูงปลา และสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลอื่นๆ ก็จะต้องออกไปในระดับความลึก 10-20 เมตร ซึ่งห่างจากเกาะไปทางด้านหลังของหาดกวางปีป หรือถ้าแค่อยากเดินเล่นบนหาด ก็มีสะพานไม้สวยๆ ให้ได้ถ่ายรูปเล่นกันอีกด้วย เราเพิ่งมาถึงมาดๆ เลยไม่ได้ลงไปดำน้ำค่ะ ชิลเดินเล่นถ่ายรูปที่สะพานไม้แทนแล้วกัน >.<

 

 

อ่าวใหญ่

 

      หลังจากนั้น เราก็ตะเวนเที่ยวมาต่อ ที่อ่าวที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเดินเล่นกันก็คือ อ่าวใหญ่ ที่นี่มีหาดทรายขาวที่กว้าง และสวยงามมากๆ ตลอดแนวชายหาดยังมีบาร์ บังกะโล ที่พักราคาประหยัดให้เลือกมากมาย บอกเลยว่า ใครที่ชอบความคึกคักต้องไม่พลาดมาที่อ่าวนี้ค่ะ

 

 

 

อ่าวเขาควาย

 

        อีกที่ที่ไม่ควรพลาดในการมาเที่ยวเกาะพยามก็คือ อ่าวเขาควาย ที่นี่ตั้งชื่อตามลักษณะของหาดทรายที่โอบโค้งเข้าหากันคล้ายเขาควายค่ะ เป็นเวิ้งทะเลที่สวยงามมาก ยิ่งช่วงน้ำลงจะสามารถเดินลงไปได้ไกลถึงกลางทะเลสุดลูกหูลูกตา ชายหาดมีเม็ดทรายขาวละเอียด เหมาะแก่การเล่นน้ำ พายเรือแคนู

      นอกจากนี้ด้านซ้ายของหาดจะมีป่าชายเลนน้ำตื้นที่มีสภาพป่าสมบูรณ์มาก และที่อ่าวเขาควายจะมีที่พักอยู่ตลอดแนวชายหาด มีความเงียบสงบมากๆ เหมาะมากถ้ากำลังหาที่พักผ่อนหย่อนใจแบบไม่มีสิ่งรบกวนค่ะ

 

 

วัดเกาะพยาม

 

         อ่าวน่าสนใจอื่นๆ ของเกาะพยาม ยังมี อ่าวไผ่ ซึ่งอยู่ด้านเหนือสุด ถัดมาเป็น อ่าวหินขาว ลงมาอีกหน่อยเป็น อ่าวแม่หม้าย ซึ่งเป็นที่ตั้งของ โบสถ์กลางทะเล วัดเกาะพยาม อีกด้วย ต้องบอกว่า โบสถ์ตั้งอยู่กลางทะเลนี้ สามารถไปได้ง่ายๆ โดยการเดินจากท่าเรือไปเลยก็ได้ค่ะ แต่พอดีเราอยากรอให้เย็นกว่านี้ก่อนเลยมาเที่ยวที่นี่หลังสุด เลยได้แสงสวยๆ แบบนี้นั่นเอง

 

 

      ใครที่อยากมาเที่ยวเกาะพยาม บอกเลยว่า นอกจากที่ที่เราได้พาไป ยังมีกิจกรรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจบนเกาะอื่นๆ อีก ทั้ง

  1. เดินป่าไปตามเส้นทางเดินเท้าที่ตัดผ่านเข้าไปในป่า ทั้งป่าบกและป่าชายเลน

  2. ถ่ายรูปตามธรรมชาติ เช่น ดอกไม้ป่า พืชหายาก และสัตว์ต่างๆ

  3. ส่องนก ดูนก ทั้งที่เป็นนกประจำท้องถิ่น นกอพยพ และนกหายาก โดยการนั่งเรือหรือพายเรือไปตามลำคลองสายเล็กๆ ในป่าชายเลน หรือการเดินเท้าไปตามเส้นทางที่จัดให้มีขึ้น

  4. แล่นเรือและศึกษาธรรมชาติ เพื่อชมทัศนียภาพของเกาะแก่ง โขดหินและป่าชายเลน

  5. ดำน้ำชมปะการัง เพื่อเกิดความเพลิดเพลิน และใกล้ชิดธรรมชาติใต้ทะเล

  6. นอนเต็นท์ บริเวณกลางป่าหรือชายหาดตามเกาะต่างๆ 

 

      บอกเลยว่า กิจกรรมแน่นมากๆ สำหรับเราที่มาเที่ยว 3 วัน 2 คืนนั้น บอกเลยว่าทำไม่หมด! แถมช่วงที่เรามา แม้จะเป็นหน้าร้อนมากๆ ก็ยังมีฝนตกคงมาให้ชื่นใจค่ะ สมกับเป็นเมือง "ฝนแปดแดดสี่" จริงๆ เอาล่ะ ขอกลับที่พักไปพายคายักกันต่อก่อนนะจ๊ะ บัยยย !

 

 

     แถมท้าย *มีเรื่องเล่าถึงชื่อของเกาะนี้ว่า เมื่อก่อนการมาที่เกาะพยาม จะมีเรืออกจากฝั้งแค่วันละเที่ยวเดียวเท่านั้น ถ้าพลาดก็ต้องรอไปอีกวัน ส่วนขากลับเราจะต้องอาศัยการโบกเรือที่แล่นผ่านไปมาเพื่อข้ามกลับมาฝั่ง เลยดูเหมือนว่าจะต้องใช้ความพยายามมากๆ ถึงจะไปมาที่เกาะแห่งนี้ได้ ชาวบ้านจึงเรียกกันว่าเกาะพยายาม แต่ในภาษาใต้คำพูดมักจะห้วนๆ สั้นๆ เสียงจึงเพี้ยนมาเป็น “เกาะพยาม” นั่นเองค่ะ

 

 

การเดินทางไปเกาะพยาม

      จากท่าเรือปากน้ำบนฝั่งระนอง เดินทางมาถึงยังเกาะพยาม หากนั่งเรือธรรมดา ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง หรือใครอยากย่นเวลาหน่อยก็ให้นั่งสปีดโบ้ทจะใช้เวลาประมาณ 40 นาทีก็จะถึงเกาะพยามค่ะ ที่สะพานท่าเทียบเรือของเกาะพยามนั้นจะตั้งอยู่ที่อ่าวแม่หม้าย

 

  • ที่อยู่ : ตำบลเกาะพยาม อำเภอเมือง จังหวัดระนอง
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/2jocCA1AwpeBW8ZM9
  • เปิดให้เข้าชม : สามารถเดินชมเกาะได้ทั้งวัน ยกเว้นช่วงมรสุม
  • โทร : -
  • เว็บไซต์ : -