พระราชวังพญาไท ที่เที่ยวกรุงเทพ ชมวังเก่ากลางกรุง สถาปัตยกรรมสุดคลาสสิก

พระราชวังพญาไท ที่เที่ยวกรุงเทพ ชมวังเก่ากลางกรุง สถาปัตยกรรมสุดคลาสสิก
Travel TrueID
10 มีนาคม 2563 ( 17:00 )
26.6K
2

       หากเคยไป โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า จะสังเกตเห็นกับอาคารหนึ่งที่งดงามมาก โดดเด่นด้วยยอดแหลมสูงของหอคอยสีแดง นั่นก็คือ พระราชวังพญาไท นั่นเองค่ะ วันนี้เราจะพาย้อนรอยอดีต เที่ยวกรุงเทพ ชมวังเก่ากลางกรุง ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าร้อยปี ให้กลิ่นอายสุดคลาสสิกชวนหลงใหลไปกับศิลปะสไตล์ตะวันตก

 

พระราชวังพญาไท
เที่ยวกรุงเทพ ย้อนรอยประวัติศาสตร์

 

      พระราชวังพญาไท อยู่ติดกับโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าเที่ยวชมได้ บรรยากาศข้างในพระราชวังร่มรื่นไปด้วยต้นไม้เขียวขจี ด้านหน้ามีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) และมีคลองพญาไทล้อมรอบ ที่นี่อุดมสมบูรณ์ บรรยากาศดีมากๆ เลยค่ะ สังเกตจากปลาที่ชุกชุมแถมที่นี่ยังเป็นที่อนุรักษ์ไว้อีกด้วยค่ะ

 

 

      เข้าไปชมพระราชวังข้างในกันค่ะ มีเจ้าเหมียวมานั่งคอยต้อนรับแขกโดยเฉพาะ ผู้ที่ประสงค์จะเข้าชมต้องลงชื่อ และชำระค่าเข้าชมกับทางเจ้าหน้าที่ด้านหน้า จะได้บัตรสำหรับคล้องคอและรับของที่ระลึกเมื่อเข้าชมเสร็จ ถึงเวลาเข้าชมแล้วตามมัคคุเทศก์ไปได้เลยค่ะ

 

      พระราชวังพญาไท ในอดีตเคยเป็นที่ประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ในระยะเวลาสั้นๆ เพราะเพียงไม่กี่เดือนที่ขึ้นเรือนใหม่ พระองค์ก็สวรรคต เดิมทีที่นี่เป็นโรงนาหลวง เป็นที่ทดลองทำนา ทำสวน ต่อมาเป็นพระตำหนักสมเด็จพระพันปีหลวง ยังเคยเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) และกลายมาเป็นโรงแรมชั้นหนึ่ง ต่อมาได้เป็นที่ทำการของกองทัพบกด้านการรักษาพยาบาล อันเป็นจุดเริ่มต้นของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าค่ะ

 

 

พระที่นั่งพิมานจักรี

       สำหรับอาคารแรก คือ พระที่นั่งพิมานจักรี เป็นพระที่นั่งก่ออิฐฉาบปูน 2 ชั้น โดยมีสถาปัตยกรรมทรงโรมันเนสก์ผสมกับทรงกอธิค มียอดโดมสีแดงปลายแหลมอันโดดเด่น ซึ่งในอดีตใช้สำหรับชักธงมหาราชขึ้นเหนือพระที่นั่งเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาประทับ

 

 

       ชั้นล่าง จัดแสดงเป็นห้องต่างๆ ห้องธารกำนัล เคยเป็นที่เสด็จลงทรงรับแขก ต่อมาเมื่อพระราชวังเปลี่ยนเป็น โฮเต็ลวังพญาไท จึงใช้ห้องนี้เป็นห้องอาหาร

 

 

        ถัดมาเป็น ห้องเสวย เป็นห้องแบบยุโรป การตกแต่งลวดลายภายในห้องเป็นลายเขียนสี ด้านบนเพดานผนังเป็นรูปผลไม้ ห้องพระโอสถมวน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน สันนิษฐานว่า เมื่อรัชกาลที่ 6 ทรงเสวยพระกายาหาร ณ ห้องเสวยแล้ว จะเสด็จมาทรงพระโอสถมวนที่ห้องนี้ค่ะ

 

 

      สำหรับชั้นบนมีห้องที่สำคัญๆ อยู่หลายห้อง ห้องท้องพระโรง ซึ่งเป็นห้องเสด็จให้เข้าเฝ้าส่วนพระองค์ ห้องนี้มัคคุเทศก์เล่าว่าเป็นห้องที่ไม่ได้บูรณะแต่อย่างใด ทั้งวัตถุ สิ่งของ รวมไปถึงจิตกรรมในห้องยังดูเหมือนใหม่ทุกอย่าง

 

 

       ห้องเดอะลุกซ์ โฮเต็ลวังพญาไท ในช่วงเวลาที่พระราชวังพญาไทแปรสภาพเป็นโฮเต็ลวังพญาไทห้องพระบรม ถูกจัดเป็นห้องเดอะลุกซ์ ในราคาคืนละ 100 บาทในสมัยนั้น ถือว่าเป็นราคาที่สูงมาก ข้างๆ กันเป็น ห้องทรงพระอักษร ภายในมีตู้หนังสือสีขาวแบบติดฝาผนัง ลวดลายที่ประดับบนเพดานห้องเป็นลายประแจจีน

 

 

พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน

       แต่ละพระที่นั่ง สามารถเดินเชื่อมกันได้ค่ะ เราเดินทะลุมาอีกอาคารหนึ่งเป็น พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน ที่เป็นห้องพระบรรทม ด้านบนของเพดานมีจิตรกรรมภาพสี เทวดาน้อยทั้ง 4 องค์ ล่องลอยอยู่บนฟากฟ้า

 

 

       เดินออกมาริมหน้าต่างจะได้เห็นความงามของสวนโรมัน ศาลาในสวนเป็นศาลาแบบโรมันศาลาทรงกลมต่างๆ มีหลังคาโดมรับด้วยเสาแบบคอรินเทียน ประดับด้วยตุ๊กตาหินอ่อนแบบโรมันบริเวณบันไดและมีน้ำพุขนาดเล็ก

 

 

       รัชกาลที่ 6 เสด็จฯ มาประทับที่พระราชวังนี้เป็นประจำ กระทั่งเริ่มมีพระอาการประชวรในปี 2468 และในเดือนสุดท้ายแห่งรัชกาลจึงเสด็จฯ จากพระราชวังพญาไทไปประทับในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง จนกระทั่งสวรรคต

 

       ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 7 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้กรมรถไฟหลวงปรับปรุงวังพญาไทเป็นโรงแรมชั้นหนึ่งสำหรับให้ชาวต่างประเทศพัก ตามพระราชประสงค์ในรัชกาลที่ 6 ที่จะพระราชทานพระราชวังแห่งนี้ให้เป็นโฮเต็ลชั้นหนึ่งของประเทศ ตั้งแต่มีพระราชดำริจัดงานสยามรัฐพิพิธภัณฑ์ เพื่อพัฒนาการพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

       หน้าประตูมีหมายเลขติด เป็นสัญลักษณ์บอกว่าพระราชวังแห่งนี้เคยทำเป็นโฮเต็ล แต่โรงแรมพญาไทดำเนินการได้ 6-7 ปีก็เลิกกิจการ เนื่องจากคณะราษฎรต้องการนำวังพญาไทสร้างโรงพยาบาลทหาร จึงพระราชทานวังนี้ให้เป็นสถานพยาบาล ของกองทัพบก และได้เปลี่ยนชื่อเป็นโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า มาจนปัจจุบันนี้ค่ะ

 

ดุสิตธานี

 

 

       สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งของพระราชวังพญาไทในสมัยรัชกาลที่ 6 คือ ดุสิตธานี หรือเมืองประชาธิปไตยย่อส่วน ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นเมืองจำลองขึ้นเพื่อทดลองการปกครองระบอบประชาธิปไตย ถือเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นในสมัยนั้น ซึ่งปัจจุบันไม่มีเหลือให้เห็นแล้ว

 

 

       หลังจากนั้นในหลวงรัชกาลที่ 6 ได้ทรงรื้อพระตำหนักพญาไท เหลือไว้เพียง พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ (พระที่นั่งในสมัยรัชกาลที่ 5) ซึ่งเป็นท้องพระโรง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งใหม่หลายพระองค์ด้วยกัน ทั้ง พระที่นั่งพิมานจักรี พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส พระที่นั่งอุดมวนาภรณ์ รวมทั้งได้รับการสถาปนาวังเป็น “พระราชวังพญาไท” ในปัจจุบันนี้นั่นเองค่ะ

 

 

พระตำหนักเมขลารูจี

 

 

       ด้านหลังพระราชวังเป็น พระตำหนักเมขลารูจี เรือนไม้สัก 2 ชั้น หลังคามุงกระเบื้องดินเผา มีสระสรง ที่นี่ใช้เป็นที่สรงน้ำหลังจากทรงพระเครื่องใหญ่ (ตัดผม) ถ้าพูดในภาษาสามัญชนธรรมดาอย่างเรา ขอบอกว่าเป็นบุญตาเหลือเกินที่ได้เห็นสถานที่อาบน้ำของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ด้วยตาตัวเอง ข้างในพระตำหนักมีกระจกลายเขียนสีรูปนก นกยูง ลายพรรณพฤกษาและเรขาคณิตแบบอาร์ท

 

พระที่นั่งเทวราชสภารมย์

 

 

       สำหรับพระที่นั่งที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จมาประทับ ณ พระราชวังพญาไท โดยสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างคลาสสิคและอาร์ทนูโว

 

 

       สร้างด้วยโครงสร้างคอนกรีตหน้าตัดหน้าบันทางทิศใต้มีพระปรมาภิไธยย่อ ส.ผ. (เสาวภาผ่องศรี) ทำให้พระที่นั่งองค์นี้มีชื่อเรียกว่าท้องพระโรง ส.ผ.พระที่นั่งองค์นี้ใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญๆ และใช้เป็นสถานที่รับแขกส่วนพระองค์ รวมทั้งใช้เป็นสถานที่แสดงละครอีกด้วยค่ะ ประชาชนทั่วไปสามารถมาเช่าสถานที่จัดงานได้ค่ะ ยกเว้นงานแต่งงาน

 

 

       เต็มอิ่มกันไปทั้ง 2 ชั่วโมงเลยค่ะ ได้ทั้งสาระความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของไทยที่น่าจดจำและระลึกถึง ได้เดินชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมเก่าที่สวยงาม เรายังมีพระราชวังที่เต็มไปด้วยอุ่นไอแห่งประวัติศาสตร์อยู่กลางเมืองหลวง ซึ่งคงคุณค่าที่ต้องช่วยกันปกป้องและรักษาสืบไป เที่ยวกรุงเทพฯ ชมพิพิธภัณฑ์ เดินเที่ยวชมวังเก่าแบบนี้ดูบ้าง ก็รู้สึกดีจริงๆ ค่ะ

 

  • ที่อยู่ : 315 ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/cbontNkKfQUs3s2g6
  • เปิดให้เข้าชม : วันอังคาร-ศุกร์ 13.00-15.00 น.
    วันเสาร์-อาทิตย์ 09.30-11.30 น. และ 13.30-15.30 น.
  • ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 40 บาท ผู้สูงอายุ 20 บาท เด็ก 10 บาท
    พระภิกษุ นักเรียน นักศึกษาในเครื่องแบบ ชมฟรี
  • โทร : 0-2354-7987
  • เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/PhyathaiPalace

 

ยอดนิยมในตอนนี้

สิทธิประโยชน์แนะนำ

แท็กยอดนิยม

บทความที่เกี่ยวข้อง