เบื่อไหมกับกรุงเทพฯ ที่รถติดจนท้อใจ ? วันหยุดนี้เราอยากชวนทุกคนหนีความวุ่นวาย แล้วกระโดดขึ้นรถไฟฟ้า MRT มาลงที่สถานี “สนามไชย” พิกัดที่ชาวกรุงยกให้เป็นประตูสู่กาลเวลาที่ไวบ์ดีที่สุด บอกเลยว่าย่านนี้คือสวรรค์ของสายเดินเที่ยวตัวจริง เพราะนอกจากจะเดินทางง่ายแบบ Zero Traffic แล้ว ยังเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสุดคลาสสิกที่ถ่ายรูปมุมไหนก็ปัง เตรียมMemory กล้องให้พร้อม แล้วตามเรามาเช็คอิน 7 จุดไฮไลท์ที่เดินถึงกันได้หมด ครบจบในวันเดียว 1. MRT สนามไชย เริ่มสตาร์ทความปังกันที่จุดแรกกับตัวสถานีที่ต้องยกนิ้วให้ว่าเป็น “สถานีรถไฟฟ้าที่สวยที่สุดในไทย” ทันทีที่เราก้าวออกจากขบวนรถ ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในท้องพระโรงสมัยรัตนโกสินทร์ที่ดีเทลเสาสีแดงทองกับโคมไฟดาวเพดานคืออลังการงานสร้างมาก เป็นจุด First Impression ที่ต้องหยุดแชะภาพลงสตอรี่ไอจีก่อนหนึ่งแมตช์ ให้โลกรู้ว่าเรามาถึงแล้ว 2. มิวเซียมสยาม (Museum Siam) เมื่อมูฟตัวเองขึ้นมาจากสถานีทางออก 1 ก็จะเจอกับความคลาสสิกของตึกสีเหลืองนวลตัดกับบานหน้าต่างสีเขียวสไตล์นีโอคลาสสิกที่ตั้งเด่นเป็นสง่า ตรงนี้บอกเลยว่าเป็นแลนด์มาร์คที่สายแฟชั่นต้องมาทำคอนเทนต์ จะยืนโพสท่าเท่ๆ หน้าตึก หรือนั่งชิลๆ ตรงสนามหญ้าก็ได้มู้ดดีมาก เหมือนวาร์ปไปอยู่ยุโรปเบาๆ แถมข้างในยังเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องไทยๆ ได้สนุกและทันสมัย ใครขี้ร้อนแวะเข้าไปตากแอร์เดินดูนิทรรศการก็เพลินไปอีกแบบ 3. วัดโพธิ์ (วัดพระเชตุพนฯ) เดินลัดเลาะมาอีกนิดเดียว เราก็มาถึงไฮไลท์เด็ดของทริปนี้ ใครที่คิดว่าเข้าวัดแล้วจะน่าเบื่อขอให้ลบความคิดนั้นทิ้งไปเลย เพราะเป้าหมายของเราคือการมาตะลึงกับความยิ่งใหญ่ของ “พระพุทธไสยาสน์” หรือ พระนอน ที่ชาวต่างชาติทั่วโลกต้องบินข้ามน้ำข้ามทะเลมาดูให้เห็นกับตา องค์พระสีทองอร่ามยาวถึง 46 เมตร นอนทอดกายยาวสุดสายตา เป็นความสวยงามที่เห็นของจริงแล้วต้องร้องว้าว ขนลุกในความขลังและความอลังการสุดๆ นอกจากความใหญ่โตแล้ว อยากให้ทุกคนลองเดินเข้าไปสังเกตดีเทลใกล้ๆ โดยเฉพาะที่ “ฝ่าพระบาท” ขององค์พระนอน ซึ่งประดับด้วยมุกไฟเป็นภาพมงคล 108 ประการ งานละเอียดระดับ Masterpiece ที่หาดูยากมาก จังหวะนี้สายมูเตลูต้องรีบพุ่งตัวมาขอพรด่วนๆ โดยเฉพาะเรื่องความรักและความสำเร็จ ยืนสงบจิตสงบใจไหว้ขอพรแป๊บเดียว ได้ทั้งบุญได้ทั้งความสบายใจ แถมได้รูปมุมมหาชนกลับไปอวดเพื่อนว่า “ฉันมาถึงแล้วนะ” คือครบจบในที่เดียว! 4. ปากคลองตลาด เปลี่ยนมู้ดจากความสงบในวัด มาเติมความสดใสกันต่อที่ตลาดดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯ ซึ่งตอนนี้กลับมาฮิตมากในหมู่วัยรุ่นและอินฟลูเอนเซอร์ บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยสีสันของดอกไม้นานาพันธุ์ที่วางเรียงรายส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว ช่วยฮีลใจจากการเดินร้อนๆ ได้ดีมาก เดินดูวิถีชีวิตพ่อค้าแม่ขายที่กำลังจัดดอกไม้กันอย่างขะมักเขม้น ก็เพลินตาไปอีกแบบ ทริคสำหรับการมาปากคลองตลาดคือ แนะนำให้ลองซื้อดอกไม้สักช่อเล็กๆ ราคาหลักสิบ ถือเป็นพร็อพเดินถ่ายรูปเล่น ฟีลแบบ Girl/Boy with flowers บอกเลยว่าได้รูปที่ดูสดชื่นและดูเป็นธรรมชาติสุดๆ จะถ่ายแบบเผลอๆ หรือจะถือดอกไม้บังหน้าแบบเกาหลีเกาใจ ก็เรียกยอดไลก์ได้กระจุยแน่นอน 5. สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา เดินเท้าต่อจากปากคลองตลาดขึ้นมาที่สะพานพระปกเกล้า เพื่อไปยังสวนสาธารณะลอยฟ้าแห่งแรกของไทยที่เปลี่ยนโครงสร้างรางรถไฟฟ้าเก่าให้กลายเป็นจุดชมวิวสุดจึ้ง ช่วงเวลาที่แนะนำที่สุดคือช่วงเย็นๆ หรือ Golden Hour แสงแดดสีทองจะสาดส่องลงมากระทบแม่น้ำเจ้าพระยา สวยจนลืมเหนื่อย ลมแม่น้ำพัดเย็นสบายปะทะหน้าเบาๆ ระหว่างเดินเล่นบนสวนลอยฟ้า เราจะเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยาแบบพาโนรามา 360 องศา มองเห็นเรือแล่นผ่านไปมา เป็นจุดที่เหมาะมานั่งพักขาดูวิวเมือง หรือจะเดินถ่ายรูปย้อนแสง ก็ดูอาร์ตและโรแมนติกเหมือนฉากในหนังรักสักเรื่องเลย 6. วิวตรงข้ามวัดอรุณ พอฟ้าเริ่มมืด แสงทไวไลท์ (Twilight) สีน้ำเงินเข้มเริ่มเข้ามาแทนที่ เราก็มาถึงจุดเช็คอินถัดมา ซึ่งเราสามารถหาทำเลเหมาะๆ ได้ตามร้านอาหาร รูฟท็อปบาร์ หรือแม้แต่บริเวณท่าเรือฝั่งพระนคร โมเมนต์ที่ไฟสปอตไลท์สาดส่องไปยังพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ตัดกับท้องฟ้ายามค่ำคืน คือที่สุดของความสวยงาม เป็นภาพจำสุดคลาสสิกที่เห็นกี่ทีก็ประทับใจ โรแมนติกจนอยากชวนคนรู้ใจมาดูด้วยกัน 7. ท่าเตียน ปิดท้ายวันกันที่ย่านฮิปๆ ที่รวมตัวของวัยรุ่นและนักท่องเที่ยว ย่านนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ของตึกแถวเก่าสไตล์ชิโน-โปรตุกีสที่ถูกรีโนเวทใหม่เป็นคาเฟ่เก๋ๆ ร้านอาหารสไตล์โฮมเมด และร้านขายของที่ระลึกดีไซน์เท่ แต่ก็ยังคงแทรกตัวอยู่กับร้านขายอาหารทะเลแห้งดั้งเดิมที่เป็นเอกลักษณ์ การได้มาเดินเล่นในซอยเล็กๆ ของท่าเตียนยามค่ำคืน แวะจิบเครื่องดื่มเย็นๆ หรือทานมื้อค่ำในบรรยากาศย้อนยุคแต่มีความโมเดิร์นแทรกอยู่ คือการจบทริปที่สมบูรณ์แบบมาก เหมือนได้ชาร์จพลังจนเต็มเปี่ยมก่อนกลับไปลุยงานต่อ หากวันหยุดนี้ยังว่าง ลองชวนเพื่อนหรือแฟนมาตามรอยเส้นทางนี้ดู รับรองว่าทุกคนจะตกหลุมรักกรุงเทพฯ ในมุมมองใหม่แน่นอน! เครดิตภาพถ่ายทั้งหมดจาก Piyawan S. (ผู้เขียน)