หากคุณกำลังวางแผนพาลูกๆ ไปเปิดหูเปิดตาที่ จังหวัดบึงกาฬ สองสถานที่ท่องเที่ยว UNSEEN ธรรมชาติระดับประเทศที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ "ภูทอก" และ "หินสามวาฬ" ทั้งสองแห่งขึ้นชื่อเรื่องความอลังการของประติมากรรมหินทรายและวิวทิวทัศน์ที่สวยสะกดสายตา ทว่าในมุมของการเดินทางแบบครอบครัวที่มีเด็กๆ ร่วมทริปด้วย ทั้งสองสถานที่มีรูปแบบกิจกรรม ความยากง่าย และข้อควรระวังที่ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากไปเที่ยวแล้วต้องบอก "รู้งี้" ก็เชิญอ่านกันได้เลยครับ 1. หินสามวาฬ: ทริปผจญภัยสุดปัง นั่งรถโฟร์วีลขึ้นถึงที่ เด็กๆ แฮปปี้ คุณพ่อคุณแม่บอกดี้ดีไม่ต้องเหนื่อยแบกของ เริ่มต้นกันที่ หินสามวาฬ แลนด์มาร์กยอดฮิตป่านันทนาการภูสิงห์ ที่นี่โดดเด่นด้วยกลุ่มหินทรายยักษ์อายุมากกว่า 75 ล้านปี จำนวน 3 ก้อน ทอดตัวยาวมองดูคล้ายครอบครัวปลาวาฬพ่อแม่ลูกกำลังว่ายน้ำอยู่กลางผืนป่าสีเขียว ในการขึ้นชมจุดต่างๆ ภายในป่านันทนาการภูสิงห์ คุณจะต้องจอดรถส่วนตัวไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว และใช้บริการรถโฟร์วีลของชุมชน (ราคาเหมาคันละ 500 บาท นั่งได้สูงสุด 10 คน) จุดชมวิวและสถานที่สำคัญที่ห้ามพลาดมีดังนี้ หินสามวาฬ: จุดเช็คอินยอดฮิตที่สุด มองเห็นวิวป่าดงดิบกะลาและแม่น้ำโขงได้อย่างกว้างไกล ประตูสวรรค์ (ประตูภูสิงห์): หน้าผาหินขนาดใหญ่สองก้อนตั้งขนาบกันเป็นช่อง คล้ายประตูที่เปิดออกไปสู่ทิวทัศน์ธรรมชาติแบบพาโนรามา จุดชมวิวหินช้าง: ก้อนหินรูปร่างแปลกตาที่เกิดจากการกัดกร่อนของธรรมชาติ จุดชมวิวสร้างร้อยบ่อ: ลานหินที่มีแอ่งน้ำขนาดเล็กใหญ่จำนวนมาก สไตล์ครอบครัว: เดินน้อย ตื่นเต้นมาก เพราะรถที่พาเราขึ้นไปนี่ เขามีความชำนาญ ขับในทางแคบ ๆ สวนทางกันบนเขาได้เก่งมากเลยครับ ความดีงามของหินสามวาฬสำหรับครอบครัวคือ "ไม่ต้องเดินขึ้นเขาให้เหนื่อยเลยครับ" ทางอุทยานไม่อนุญาตให้นำรถส่วนตัวขึ้นไปเพื่อความปลอดภัย แต่จะมีบริการ รถกระบะโฟร์วีล (4x4) ของเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน คอยขับพาลัดเลาะขึ้นไปส่งถึงจุดชมวิวด้านบน (ค่าบริการคันละ 500 บาท นั่งได้สูงสุด 10 คน) การได้นั่งท้ายกระบะรับลมเย็นๆ ผ่านเส้นทางดินและลานหิน เป็นกิจกรรมผจญภัยย่อยๆ ที่เด็กๆ โปรดปรานและตื่นตาตื่นใจมาก เมื่อรถจอดด้านบนแล้ว เดินเท้าต่อบนลานหินราบๆ อีกเพียง 200 เมตรก็ถึงตัวหินวาฬพ่อทันที ไฮไลต์ห้ามพลาด: แนะนำตื่นเช้าตรู่ไปรอบ 05.30 น. เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือแม่น้ำโขงฝั่งลาว แสงสีทองจะส่องกระทบหลังวาฬยักษ์สวยงามมาก และอย่าลืมให้สมาชิกไปยืนที่ "วาฬแม่" แล้วถ่ายรูปสวนมาจากทาง "วาฬพ่อ" จะได้ภาพครอบครัวยืนบนหลังวาฬมุมมหาชนที่เท่สุดๆ ข้อควรระวังสูงสุด: บริเวณปลายหินวาฬเป็นหน้าผาสูงชันและไม่มีรั้วกั้นกัก คุณพ่อคุณแม่ต้องจับมือเด็กๆ ไว้ตลอดเวลา ห้ามปล่อยให้วิ่งเล่นโดยลำพังเด็ดขาด 2. ภูทอก: เส้นทางเดินไม้ หน้าผาสูงชัน 7 ชั้น แดนธรรมมะ ต่อมาที่ ภูทอก (วัดเจติยาคีรีวิหาร) สถานที่ท่องเที่ยวอันซีนที่แสดงถึงพลังแห่งศรัทธา ด้วยการสร้าง "สะพานและบันไดไม้เวียนรอบหน้าผาสูงชันรวม 7 ชั้น" โดยไม่ใช้เครื่องจักรกล เพื่อให้เป็นทางเดินศึกษาธรรมชาติและปฏิบัติธรรมปลีกวิเวก ภูทอกจะเน้นการเดินเท้าขึ้นบันไดและสะพานไม้ลัดเลาะเลียบหน้าผา โดยชั้นไฮไลต์จะอยู่ที่ ชั้น 5 และ ชั้น 6 ซึ่งเป็นสะพานไม้เวียนรอบเขาแบบ 360 องศา มองลงไปเห็นวิวเบื้องล่างที่สวยงามปนความหวาดเสียว มีศาลาพระพุทธประธานให้แวะพักกราบไหว้ทำบุญ ความเหมาะสมสำหรับเด็ก: หากลูกๆ ยังเป็นเด็กเล็กมากลุ่มนี้อาจจะค่อนข้างยาก เนื่องจากสะพานไม้บางจุดมีความแคบ หวาดเสียว และอยู่ติดริมหน้าผาสูง หากเด็กมีพฤติกรรมซุกซน วิ่งเล่น หรือกลัวความสูง จะมีความเสี่ยงอันตรายได้ง่าย แนะนำว่าให้จับมือลูกไว้ตลอดเวลา หรือหากลูกยังเป็นเด็กทารกก็ใส่เป้อุ้มติดตัวคุณพ่อคุณแม่ไว้้ตลอดจะสบายใจ หายห่วงครับ ข้อปฏิบัติตามวิถีชาวพุทธ: เนื่องจากภูทอกเป็นวัดปฏิบัติธรรมที่เคร่งครัด ทุกคนต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย (งดขาสั้น/แขนกุด) และ ต้องรักษาความเงียบสงบ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนพระสงฆ์และผู้ปฏิบัติธรรม หากครอบครัวมีเด็กเล็กที่ยังควบคุมเสียงได้ยาก อาจจะต้องพิจารณาเป็นพิเศษครับ ทางเลือกสไตล์เซฟตี้: หากอยากมาซึมซับบรรยากาศศรัทธา แนะนำให้ครอบครัวเดินเที่ยวและกราบสักการะ เจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ บริเวณเชิงเขาด้านล่างแทนการเดินขึ้นหน้าผาชั้นสูงๆ ก็ได้เช่นกันครับ ข้อปฏิบัติตามวิถีชาวพุทธ: เนื่องจากภูทอกเป็นวัดปฏิบัติธรรมที่เคร่งครัด ทุกคนต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย (งดขาสั้น/แขนกุด) และ ต้องรักษาความเงียบสงบ ไม่ส่งเสียงดังรบกวนพระสงฆ์และผู้ปฏิบัติธรรม หากครอบครัวมีเด็กเล็กที่ยังควบคุมเสียงได้ยาก อาจจะต้องพิจารณาเป็นพิเศษครับ ทางเลือกสไตล์เซฟตี้: หากอยากมาซึมซับบรรยากาศศรัทธา แนะนำให้ครอบครัวเดินเที่ยวและกราบสักการะ เจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ บริเวณเชิงเขาด้านล่างแทนการเดินขึ้นหน้าผาชั้นสูงๆ ก็ได้เช่นกันครับ คำแนะนำการเดินทางจากใจผู้เขียน หากครอบครัวของคุณมีเวลาเที่ยวบึงกาฬ แนะนำให้จัดโปรแกรม หินสามวาฬไว้ช่วงเช้าตรู่ เพื่อพาลูกๆ ไปนั่งรถกระบะรับแสงแรกและสูดอากาศบริสุทธิ์ จากนั้นสายๆ ค่อยเดินทางไปที่ ภูทอก โดยประเมินหน้างานร่วมกับลูกๆ อีกครั้ง หากลูกพร้อมและเชื่อฟัง สามารถลองเดินขึ้นชมทัศนียภาพบริเวณชั้น 3-5 ได้ แต่หากลูกเริ่มงอแงหรือเหนื่อยล้า การนั่งพักผ่อนทำบุญอยู่บริเวณร่มไม้เชิงเขาด้านล่างก็เป็นทางเลือกที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดสำหรับครอบครัว ขอให้ทุก ๆ ท่านมีความสุข และสนุกกับการท่องเที่ยวกับครอบครัวนะครับ รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !