สวัสดีจร้า... วันนี้มีโอกาสมาเที่ยวฝรั่งเศสครั้งแรก โดยจุดหมายปลายของพวกเราในครั้งนี้คือเมือง Colmar ซึ่งอยู่ในแคว้น Alsace ซึ่งเป็นเมืองที่มีรอยต่อติดกับชายแดนเยอรมนีDay : 1 การเดินทางครั้งนี้เรากับแฟนใช้รถยนต์เป็นหลักนะคะ เรากับแฟนขับรถจากเยอรมนีมาฝรั่งเศสใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า ทริปนี้เราจะพักที่โรงแรมในเมือง Colmar เป็นจำนวน 3 วัน 2 คืนเหตุผลที่เลือกเมืองนี้ก็เพราะว่าเมืองนี้อยู่ใกล้ๆ ชายแดนของเยอรมนี ขับรถจากชายแดนไม่ถึงชั่วโมงก็ถึง Colmar การนำรถยนต์จากเยอรมนีมาขับในฝรั่งเศสไม่เสียค่าภาษีนะคะขับรถไปถึง Colmar ก็ประมาณ 15:21 น. วงเวียนทางเข้าเมืองจะมีอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพซึ่งมีขนาดใหญ่ตั้งสง่าอยู่ตรงทางเข้าเมือง Colmar และที่นี่ยังเป็นบ้านเกิดของประติมากรชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อว่า Frederic Auguste Bartholdi ผู้ออกแบบเทพีเสรีภาพที่ตั้งอยู่ในเมืองนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาวันแรกที่มาถึงเราจะไม่ได้ทำอะไรเยอะเพราะต่างคนต่างเหนื่อยจากการเดินทาง พอเช็คอินโรงแรมเสร็จก็เข้าห้องและพักผ่อนให้หายเหนื่อยพอใกล้มืดก็พากันขับรถออกไปแถวๆ Christmas Market เพื่อหาร้านอาหารและแวะเก็บภาพบรรยากาศใน La Patite VeniseFontaine Roesselmann น้ำพุโรสเซลมันน์ เป็นอนุสาวรีย์หินสีขาวรูปทรงหลายเหลี่ยม บริเวณนี้ยังเป็น Christmas Market อีกด้วย และอยู่ติดกับ La Patite Venise เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงมื้อค่ำวันแรกของเราฝากท้องไว้ที่ร้าน L'Escale Restaurant ซึ่งเป็นร้านอาหารฝรั่งเศส อาหารมื้อนี้เป็นอาหารฝรั่งเศสจานแรกที่เราได้ลองทาน หลังจากทานอาหารเสร็จก็กลับโรงแรมเพื่อพักผ่อนDay : 2 ตื่นเช้าอาบน้ำรีบออกจากโรงแรม เรากับแฟนก็ขับรถไปจอดแถวๆ Christmas Market เหมือนเดิม เพราะสถานที่หลักๆ จะอยู่ใกล้ที่นี่ จอดรถเรียบร้อยก็เดินไปถ่ายรูปที่ La Patite Venise เป็นที่แรก La Patite Venise เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เก่าแก่ในเขต Krutenau อาคารด้านหลังถูกทาสีด้วยสีสันสวยสดใส ราวสะพานถูกคล้องด้วยแม่กุญแจสีแดง มีร้านอาหารอยู่ริมคลองและมีโรงแรมอยู่ด้านข้าง บรรยากาศออกครึ้มๆ แต่ถ่ายรูปออกมาได้สวยมาก ตอนเราไปนักท่องเที่ยวไม่เยอะเลยพอมีเวลาถ่ายรูปได้หลายภาพLa Patite Venise ยังถูกขนานนามว่าเป็น Little Venise ของ Colmar เพราะมีคลองเล็กๆ ไหลผ่านบริเวณรอบๆ เมือง ที่นี่ถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ของนักท่องเที่ยว และเป็นมุมมหาชนที่ใครมาแล้วต้องแวะเก็บภาพวิวฝั่งตรงข้ามอาคารถูกทาสีเหลืองสด มีเรือท้องแบนแบบดั้งเดิมจอดอยู่ในคลองหลายลำ มีสมอเรือตั้งอยู่ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้แวะถ่ายรูปบ้านครึ่งไม้อัลซาสแบบดั้งเดิมในเมืองเก่าของ Colmar มุมนี้ถ่ายรูปออกมาได้สวยมาก เดินไปทางไหนก็สวยไปหมด เดินเข้าไปตามถนนเล็กๆ จะมีร้านอาหารและร้านขายของฝาก วิวตรงหน้าจะมองเห็นยอดของ St Martin's ChurchMaison Pfister อาคารหลังนี้เป็นอาคารเก่าแก่ของเมือง Colmar นอกจากจะเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศสแล้ว อาคารหลังนี้ยังเป็นอีกหนึ่งฉากในภาพยนต์อนิเมะของญี่ปุ่น "Howl’s Moving Castle" อีกด้วยนะSt Martin's Church โบสถ์โรมันคาทอลิกแบบสถาปัตยกรรมโกธิค ในอดีตเคยเป็นโบสถ์มหาวิทยาลัยโบสถ์เซนต์มาร์ตินมีขนาดใหญ่มาก เราถ่ายจาก iPhone ต้องใช้เลนส์ขนาด 0.5 ถึงจะถ่ายได้หมดย่าน Old Town มุมที่เราถ่ายจะเห็น St Martin's Church เป็นอีกมุมที่ถ่ายภาพออกมาได้สวยงามมาก มีร้านค้าและร้านอาหาร ตัวอาคารถูกออกแบบด้วยสีสันสดใส หน้าร้านตกแต่งสวยงามเพื่อดึงดูดลูกค้าจัตุรัส Old Custom House เป็นที่ตั้งของน้ำพุที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของ Colmar และมีรูปปั้น Lazarus Schwendi ตั้งอยู่บนยอดน้ำพุ Schwendi บริเวณนี้เป็นอีกหนึ่งในฉากการ์ตูนดีสนีย์ "Beauty and the Beast"เราเลยเดินต่อไป La Patite Venise ในระหว่างทางที่เดินไปมีร้านค้าตกแต่งสวยงาม อาคารที่นี่เดินไปทางไหนก็สวยและน่าถ่ายภาพMarche Couvert ตลาดในร่ม (ฝั่งขวา) เป็นตลาดที่ตั้งอยู่ข้างๆ ริมคลองแต่เราไม่ได้เข้าไปนะคะ แค่แวะไปถ่ายภาพรอบๆ บริเวณริมคลอง ตรงนี้เป็นอีกหนึ่งมุมมหาชนที่นักท่องเที่ยวแวะถ่ายภาพกันเยอะบริเวณรอบๆ จะมีอาคารตกแต่งด้วยสีสันสวยงาม ถ่ายภาพออกมาได้ภาพคมชัด ขนาดวันที่ไปไม่มีแดดยังถ่ายรูปออกมาสวยขนาดนี้ ราวสะพานจะมีแม่กุญแจคล้องเรียงกันตลอดเส้นทาง แม่กุญแจสีแดงตัดกับสีของราวสะพานวิวอาคารบ้านเรือนข้างๆ ริมคลองสีสันสดใส อาคารสีส้มอิฐด้านตั้งสง่าดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวอยู่ข้างริมคลอง เดินต่อไปบนถนนเล็กๆ อีกนิดก็จะเจอ La Patite Venise สถานที่ท่องเที่ยวตามภาพที่เราไปอยู่ไม่ไกลกัน เดินวนดูสถานที่ต่างๆ และมาสิ้นสุดอยู่ที่ La Patite Veniseใช้เวลาเดินเที่ยวชมเมืองประมาณ 2 ชั่วโมง เรากับแฟนจึงตกลงกันไปหาอาหารเที่ยงทาน โดยร้านที่เราจะไปฝากท้องมื้อนี้จะเป็นร้านอาหารไทยที่มีชื่อว่า "เมืองไทย" พี่เจ้าของร้านและพนักงานเป็นคนไทยทั้งหมด เรียกได้ว่าร้านนี้เป็นที่ทำงานของคนไทยในเมือง Colmar (ถามพนักงานเอา 555++)เมนูแรกที่เสิร์ฟก็จะเป็น "ส้มตำปลาร้า" ไปเที่ยวยุโรป เมนูโปรดของเราเวลาอยู่ในต่างแดนก็จะเป็นส้มตำ เพราะชีวิตขาดปลาร้าไม่ได้ 555++เมนูต่อไปก็เป็นของแฟน "น้ำตกเนื้อ" ตอนแรกแฟนจะสั่งก้อยเนื้อแต่เราเบรกไว้ก่อน เพราะแฟนไม่รู้ว่านั่นเป็นของดิบ เนื้อก็จะถูกหั่นแบบลูกเต๋า เราเป็นคนไม่ทานเนื้อเมนูนี้แฟนเลยทานได้คนเดียวเมนูสุดท้ายก็จะเป็น "ไข่เจียว" เมนูนี้ไม่มีในรายการเมนูนะคะ พี่เค้าเห็นเป็นคนไทยเลยทำนอกเมนูให้ และตามด้วยข้าวสวยร้อนๆเมนูน้ำที่เรา 2 คนสั่งก็จะเป็น "ชาไทย" รสชาติอร่อยมากๆ เหมือนอยู่ไทยเป๊ะ (บางร้านในไทยสำหรับเรายังไม่ได้รสชาตินี้เลย)เมนูที่สั่งมาครบแล้วก็จัดการโซ๊ยกันเลย รสชาติของอาหารที่สั่งอร่อยทุกเมนูขอบอกเลย ใครที่จะไปทานร้านนี้แนะนำโทรจองหรือสั่งไว้ก่อนนะคะ ตอนเราไปถึงลูกค้าเต็มร้านนะคะ รอประมาณ 20 นาทีถึงได้โต๊ะขณะทานข้าวก็มีเสียงลูกค้าโทรมาจองโต๊ะและสั่งออเดอร์ตลอด เราไม่แปลกใจเลยว่าทำไมร้านนี้ถึงมีลูกค้าประจำเยอะ เพราะนอกจากความอร่อยแล้ว อาหารที่นี่ยังคงมีรสชาติของอาหารไทยแบบออริจินัลเหมือนทานอยู่ที่เมืองไทย สมแล้วที่เจ้าของตั้งชื่อร้านว่า "เมืองไทย"พอทานมื้อเที่ยงเสร็จก็พากันแวะเที่ยวเมือง Ribeauvillé (เมืองนี้ไม่ได้อยู่ในแพลน แต่น้องคนไทยที่ร้านอาหารแนะนำมา) ใช้เวลาขับรถไม่ถึง 30 นาที เรากับแฟนเดินเที่ยวรอบๆ เมืองประมาณ 2 ชั่วโมง พอเวลาใกล้ค่ำก็พากันขับรถกลับ Colmar เพื่อหาอะไรทานก่อนเข้าโรงแรมDay : 3 อาบน้ำเตรียมพร้อมเดินทางไปพักที่เมือง Strasbourg คืนนี้จะค้างคืนที่เมืองนี้ก่อนกลับ ก่อนจะเดินทางไปที่นั่น ระหว่างทางเราก็ได้แวะเที่ยวเมือง Riguewihr ก่อน สำหรับรีวิวเที่ยวเมือง Colmar 3 วัน 2 เราก็ขอจบการรีวิวเพียงเท่านี้อาคารบ้านเรือนที่นี่ถูกออกแบบคล้ายๆ บางเมืองในเยอรมนี จากที่เราเคยไปมามีส่วนคล้ายเมือง Nuremberg และ Rothenburg ob der tauberใครที่พักค้างคืนที่เมือง Colmar และอยากเก็บเมืองเล็กๆ แบบ One day trip เพิ่ม ก็จะมี Riguewihr, Ribeauvillé, Eguisheim และ Kaysersberg เราพยายามจะเก็บให้ครบทั้ง 4 เมือง แต่เวลาไม่พอเลยได้มาเพิ่มแค่ 2 เมืองเอง ถ้ามีเวลาพักที่นี่สัก 4 วัน 3 คืน ขับรถไปเที่ยวแบบชิวๆ เก็บทุกเมืองได้เลย เพราะแต่ละที่เป็นเมืองเล็กใช้เวลาเดินเล่นรอบๆ เมืองประมาณ 2 ชั่วโมงใครที่กำลังหาเมืองเที่ยวในฝรั่งเศสอยู่ เราแนะนำที่ Colmar เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกไว้ด้วยนะคะ นอกจากเรื่องประวัติศาสตร์ต่างๆ ในเมืองแล้ว เมืองนี้สวย บรรยากาสดี เหมาะกับคนที่ต้องการเที่ยวแบบชิวๆ และมีเวลาอยู่ไม่กี่วัน#รีวิวเที่ยวฝรั่งเศส #Colmar #เมืองเล็กๆในฝรั่งเศส #รีวิวร้านอาหารไทยในฝรั่งเศส #ร้านอาหารไทยในColmar #สถานที่ท่องเที่ยวในฝรั่งเศส #เที่ยวยุโรป กราฟฟิกภาพหน้าปก : Canvaเครดิตรูปภาพและบทความ : รีวิวอีหยั๋งดีเปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !