แจกแพลนเดินเที่ยว เขาหลวงสุโขทัย 3 วัน 2 คืน ฉบับสายชิล สำหรับคนที่คิดว่าจะเดินขึ้นเขาหลวงสุโขทัย และอยากรู้ว่า นอนกี่วันดี คำตอบคือ 2 วัน 1 คืน ก็เพียงพอ (อ่านเพิ่มเติม แจกแพลนเดินเที่ยว เขาหลวงสุโขทัย 2 วัน 1 คืน ฉบับสายสตรอง) ถ้าคุณเป็นสายสตรอง หรืออย่างน้อย 3 วัน 2 คืน สำหรับสายชิล (แบบผู้เขียนเลย) ที่มีคุณสมบัติ ดังนี้ มนุษย์ลุง-ป้า (ตามที่เด็ก ๆ เรียก) คนวัยทำงาน ที่มีเวลา ไม่เร่งรีบ ชอบดื่มด่ำกับบรรยากาศธรรมชาติ มีความฟิตด้านร่างกาย ระดับพอใช้ ออกกำลังกายเดิน-วิ่ง บ้างนิดหน่อย สามารถแบกสัมภาระเองได้ 5-8 กิโลกรัม จ้างลูกหาบอีกส่วนหนึ่ง 10-20 กิโลกรัม มีเต็นท์และอุปกรณ์เครื่องนอนมาเอง สายแคมป์ ชอบกางเต็นท์ เก็บเต็นท์ ชอบทำอาหารทานเอง น้ำหนักสัมภาระส่วนหนึ่งใช้กับการขนและแบกของกิน แผนการเดินเที่ยว เป็นดังนี้ Day 1 เดินขึ้น ตั้งแคมป์ และเดินไปชมพระอาทิตย์ตก เดินขึ้น 4-6 ชั่วโมง ระยะทาง 3.7 กิโลเมตร ผู้เขียนใช้เวลาไป 5 ชั่วโมง ในวัย 45+ หลังจากลงทะเบียน ฝากของลูกหาบ ทานอาหารเช้าเรียบร้อย ก็เดินขึ้นประมาณ 8 โมงเช้า พักทุกจุด หยุดกินขนม กินส้ม กินไข่ต้ม กินข้าวกลางวัน ที่ห่อใส่เป้มาด้วย เพิ่มพลังงานไปเรื่อย ๆ ใช้เวลาถึงลานกางเต็นท์ เกือบบ่ายโมง ถ่ายรูปจุดชมวิว ป้ายผู้พิชิต แล้วก็ไปติดต่อที่ที่ทำการ/ร้านสวัสดิการ บนค่ายพักแรม แสดงเอกสารว่าลงทะเบียนแล้ว รับของที่ฝากลูกหาบขึ้นมา (อ่านบทความเพิ่มเติม 10 จุด หยุดพักขา เขาหลวงสุโขทัย อช.รามคำแหง) เลือกทำเล กางเต็นท์ เก็บสัมภาระ เข้าห้องน้ำ เดินเล่นแถวค่ายพักแรม เตรียมอาหาร หุงข้าว ต้มน้ำ หรือพักผ่อนตามอัธยาศัย การนั่งเล่น นอนเล่น หรือหลับสักงีบก็น่าสนใจ หลายคนปูเสื่อนอนนอกเต็นท์ บ้างก็เงียบหายกันไปในเต็นท์ ผู้เขียนก็ใช้เวลาไปกับการเดินเล่นแถว ๆ เต็นท์ ชมต้นไม้ มีมะขามป้อม ส้มจี๊ด เลม่อน มะนาว มะกรูด ดอกพญาเสือโคร่ง ต้นทุเรียน (พี่เจ้าหน้าที่บอกว่านักท่องเที่ยวมาปลูกไว้) เราก็เลยไปแอบปลูกแอปปิ้ลไว้บ้าง ผักชีใบเลื่อยขึ้นเต็มไปหมด งานนี้ยำปลากระป๋องสบายเลยล่ะ เดินเลยไปหน่อยก็มีธารน้ำใกล้ ๆ ที่เราจะเดินข้าม ทางไปเขาพระเจดีย์ พอช่วงเย็นก็จัดกระเป๋าเล็ก เตรียมเสื้อ หมวก ไฟฉาย น้ำดื่มและมื้อเย็น เดินไปชมพระอาทิตย์ตกที่ ยอดเขาพระแม่ย่า ออกจากที่พักประมาณ 16.30 น. (อ่านบทความเพิ่มเติม ยอดเขาพระแม่ย่า ชมวิวพระอาทิตย์ตก เขาหลวงสุโขทัย อช.รามคำแหง) ใช้เส้นทาง ค่ายพักแรม-ลานจอดฮอ-เขาพระแม่ย่า นั่งชิลทานข้าวเย็น ขนม แล้วค่อยเดินขึ้นไปชมวิวบนยอดเขา เพื่อรอชมพระอาทิตย์ตก ที่นี่เราจะเห็นครบ 3 ยอดเขา คือที่อยู่ด้านหลัง เขาพระเจดีย์ ด้านหน้า เขาภูกา ด้านขวาจะเห็นผาชมปรงกับผานารายณ์ สามารถนั่งเล่นอยู่จนมืด ชมดาว จนทนหนาวไม่ไหว แล้วเดินกลับเส้นทางเดิม กลับมาอาบน้ำ พักผ่อนนอนหลับ Day 2 เดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ผืนป่า และพระอาทิตย์ตก ช่วงเช้า ไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก อีก 2 จุดชมวิว คือผานารายณ์ (อ่านบทความเพิ่มเติม ผานารายณ์ ชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น เขาหลวงสุโขทัย อช. รามคำแหง) ใช้เส้นทางด้านขวา ค่ายพักแรม-แยกขวาไปผานารายณ์ จากค่ายพักแรม ผ่านศาลามิ่งขวัญ มาถึงทางแยก 200 เมตร และใช้แยกขวา เดินต่อไปอีก 200 เมตร เป็นทางชันไม่มาก เดินขึ้นยาวๆ จนถึงหน้าผาใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาที กะเวลาให้เพียงพอต่อการเดินไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้น สามารถดูเวลาพระอาทิตย์ขึ้นได้ที่ร้านค้าสวัสดิการ ตื่นประมาณ 05.30 น. ล้างหน้าล้างตา เตรียมขนมปังเป็นมื้อเช้าง่าย ๆ ติดไปทานที่ผานารายณ์ด้วย เดินไปถึงก็ประมาณ 06.30 น. แต่หมอกฟุ้งจัดมาก ไม่เจอภาพทะเลหมอก ฝนปรอยอีกด้วย ชมบรรยากาศจนเป็นที่พอใจ แล้วเดินต่อไปชมวิวที่ผาชมปรง เดินจากผานารายณ์ ผ่านสถานีวิทยุมาไม่ไกล ประมาณ 200 เมตร เป็นอีกมุมสวยและหวาดเสียวกับก้อนหินที่ยื่นออกไปจากหน้าผา เมื่อวานเรามองเห็นอยู่จากเขาพระแม่ย่า แล้วเดินกลับค่ายพักแรมโดยใช้เส้นทางเดิม ช่วงสาย-เที่ยง กลับมาอาบน้ำ พักผ่อนตามอัธยาศัย และเตรียมอาหาร หุงข้าว ต้มน้ำ และไปสั่งข้าวไข่เจียวเตาฟืนมาทานด้วย ช่วงบ่าย จัดกระเป๋าเป้เล็ก เตรียมเสื้อ หมวก ไฟฉาย น้ำดื่มและมื้อเย็น เดินไปเที่ยวต่อ เก็บ 2 ยอด ชมพระอาทิตย์ตก เดินกลับ เส้นทาง ค่ายพักแรม-เขาพระเจดีย์-เขาภูกา-เขาพระแม่ย่า-ลานจอดฮอ-ค่ายพักแรม (เต็มรอบ ประมาณไม่เกิน 4 กิโลเมตร) สำหรับคนชอบถ่ายรูปธรรมชาติ ชมนกชมไม้ ให้ออกเดินตอนประมาณ 14.00 น. ส่วนคนที่เดินอย่างเดียว ออกจากจุดกางเต็นท์ 15.30 น. ก็ได้ เราจะเดินผ่าน ยอดเขาพระเจดีย์ ก่อน (อ่านบทความเพิ่มเติม ยอดเขาพระเจดีย์ เดินชมผืนป่า เขาหลวงสุโขทัย อช.รามคำแหง) ห่างจากค่ายพักแรม 750 เมตร และเดินต่อไป ยอดเขาภูกา (อ่านบทความเพิ่มเติม ยอดเขาภูกา โอบกอดผืนป่า เขาหลวงสุโขทัย อช.รามคำแหง) เดินต่อมาจากเขาพระเจดีย์ 1000 เมตร ก็จะเห็นป้ายทางแยก เดินตรงไป เขาภูกา เลี้ยวขวาไปเขาพระแม่ย่า เราเดินตรงต่อไปอีก 500 เมตร เส้นทางนี้อากาศสดชื่นมาก ก่อนที่จะไต่ทางชันขึ้นยอดไปจุดชมวิวพาโนรามา ชมผืนป่าเขียวขจี หรืออาจจะเป็นวิวหมอก แล้วแต่จังหวะของอากาศ ค่ำแล้วเดินกลับจากเขาภูกา-ค่ายพักแรม ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที กลับมาถึงเต็นท์ อาบน้ำ ปาร์ตี้น้ำอุ่น และพักผ่อนนอนหลับ Day 3 ความสุขกับชีวิตขาลง เก็บเต็นท์ เก็บข้าวของ นำไปฝากลูกหาบ ลูกหาบจะมารอหน้าร้านค้าสวัสดิการตั้งแต่ 8.00 น. ทานอาหารที่เหลือให้หมด (เก็บเข้าท้อง) และเดินลง (บางคนอาจเดินกลับไปเก็บบรรยากาศที่ต่างออกไป) ขาลงใช้เวลาไป 4 ชั่วโมง กับการชมนก ชมไม้ ชมแมลง สดชื่นกับแสงแดดอุ่น ๆ พอถึงด้านล่างก็ยืดเหยียด แล้วไปอาบน้ำ ทานผัดกะเพราหมูไก่ + ไข่ดาว ที่ร้านค้าสวัสดิการด้านล่าง แล้วนำตั๋วไปรับค่ามัดจำขยะที่ที่ทำการ จุดลงทะเบียนขาขึ้น และแสตมป์พาสปอร์ตอุทยาน ก่อนเดินทางกลับ เวลาเปิดปิด : 06.30 - 14.00 น. เป็นช่วงเวลาที่อนุญาตให้เดินขึ้น ช่วงเวลาแนะนำ : ปลายฝนต้นหนาว ผู้เขียนมาเดือนธันวาคม พิกัด : อุทยานแห่งชาติรามคำแหง ตำบล นาเชิงคีรี อำเภอ คีรีมาศ สุโขทัย 64160 เพจ : อุทยานแห่งชาติรามคำแหง - Ramkhamhaeng National Park ความประทับใจ : ที่มีต่อเขาหลวงสุโขทัย คือ การได้ท้าทายความสามารถตัวเอง ชื่นชมบรรยากาศธรรมชาติ และอากาศที่สดชื่นเย็นสบาย ข้อย้ำเตือน : มีน้ำใจแบ่งปันวิวและทัศนียภาพให้กับผู้อื่น และระมัดระวังทุกครั้ง เวลายืนถ่ายรูปหรือชมวิว ให้มั่นใจก่อนว่า จะไม่ลื่น ไม่พลัดตก และปลอดภัย ภาพถ่ายโดยผู้เขียน/ การวาดภาพเส้นทางและบอกระยะทางเป็นเพียงการคาดคะเน อาจไม่แม่นยำถูกต้องตามสัดส่วนจริง 100% #แจกแพลนเขาหลวง #เดินเที่ยวเขาหลวง #ยอดเขาพระเจดีย์ #ยอดเขาภูกา #ยอดเขาพระแม่ย่า #ผานารายณ์ #ผาชมปรง #เขาหลวงสุโขทัย #อุทยานแห่งชาติรามคำแหง #เที่ยวธรรมชาติ #เที่ยวอุทยานแห่งชาติ #เที่ยวสุโขทัย #สองขาพาเที่ยว #baobao อยากไปเที่ยวไหนหรือเปล่า? หาข้อมูลที่เที่ยวสุดปังได้ที่ App TrueID โหลดเลย ฟรี !