เที่ยวอิตาลี นครรัฐวาติกัน Vatican City มรดกโลก เมืองหลวงแห่งคริสตจักร

หากกล่าวถึงนครรัฐที่เล็กที่สุดในโลก แต่กลับแฝงไปด้วยความยิ่งใหญ่และความศักดิ์สิทธิ์ คงเป็นที่ไหนไปไม่ได้เลยนอกจาก นครรัฐวาติกัน หรือ Vatican City ศูย์กลางแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก รวมถึงเป็นที่พำนักของโป๊ป หรือ สมเด็จพระสันตปาปาด้วย รายล้อมไปด้วยบ้านเมืองของกรุงโรม แห่งอิตาลี โดดเด่นผ่านรูปแบบสถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์อันเข้มข้น เรียกว่าเป็นศูนย์รวมของผลงานศิลปะ และสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของเหล่าศิลปินระดับโลกเลยก็ว่าได้ จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง ตามเรามาเลยค่ะ
- 12 ที่เที่ยวโรม อิตาลี เสน่ห์อารยธรรมตะวันตก เที่ยวชิลตลอดปี
- 11 สถานที่แสวงบุญ แดนศักดิ์สิทธิ์ยุคโบราณ รอบโลก
นครรัฐวาติกัน Vatican City
นครศักดิ์สิทธิ์แห่งศาสนาคริสต์
ทำความรู้จักกับ นครรัฐวาติกัน
นครรัฐวาติกัน (Vatican City) ศูนย์กลางแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่มีความยิ่งใหญ่นับตั้งแต่สมัยโบราณ ที่นี่เป็นนครรัฐที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่เพียง 0.44 ตารางกิโลเมตร กับประชากรราวๆ 1,000 คนเท่านั้น ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของ แม่น้ำไทเบอร์ (Tiber River) แม้รอบด้านจะรายล้อมด้วยบ้านเมืองของ กรุงโรม ประเทศอิตาลี แต่นครรัฐวาติกันก็ถือว่าเป็นรัฐอิสระ โดยมีสมเด็จพระสันตปาปาเป็นประมุขของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และมีอำนาจสูงสุดทั้งทางด้านนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการนั่นเองค่ะ
ประวัติ นครรัฐวาติกัน
และการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก
หากจะกล่าวถึงความยิ่งใหญ่ของนครรัฐวาติกัน ก็ต้องย้อนกลับไปเมื่อศตวรรษที่ 4 ยามที่ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Basilica) ได้สร้างขึ้นเป็นครั้งแรก โดย จักรพรรดิคอนสแตนตินมหาราช (Emperor Constantine I) เมื่อปี ค.ศ. 324 เพื่อเป็นที่ตั้งของ สุสานนักบุญปีเตอร์ (St. Peter's Grave) สมเด็จพระสันตปาปาองค์แรกของโลก นับแต่นั้นมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ และนครรัฐวาติกันก็กลายเป็นศูนย์รวมของชาวคริสต์ ทำให้เกิดเป็นนครรัฐที่มีระบบการปกครองครอบที่ยิ่งใหญ่คลุมทั่วทั้งอาณาจักรโรมัน อีกทั้งเป็นเมืองหลวงแห่งศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมาจนถึงปัจจุบัน
จนกระทั่งในยุคฟาสซิสต์อิตาลี (Fascist Italy) เมื่อปี ค.ศ. 1929 นครรัฐวาติกัน และอิตาลีได้ลงนามสนธิสัญญา Lateran Treaty ตกลงให้นครรัฐวาติกันเป็นรัฐเอกราชมีอำนาจอธิปไตยของตนเอง และเป็นแหล่งศิลปวัฒนธรรมของโลกที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ด้วยเหตุนี้เอง นครรัฐวาติกันจึงได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage Site) เมื่อปี ค.ศ. 1984 และเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้เข้าไปชมความงดงามและความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมด้วยตาตนเอง
ที่เที่ยวไฮไลท์ นครรัฐวาติกัน
1. จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์
St. Peter's Square
กรุงวาติกันนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่งด้วยกัน เริ่มด้วย จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Square) จัตุรัสทรงกลมขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1656 ออกแบบโดย เบอร์นินี (Gian Lorenzo Bernini) ประติมากรและสถาปนิกชาวอิตาเลียนที่มีชื่อเสียงแห่งยุค ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโรมันที่มีความยิ่งใหญ่อลังการ ประดับด้วยรูปปั้นของเหล่านักบุญเรียงรายเป็นวงกลมด้านบนเสา ตรงกลางจัตุรัสจะเป็นที่ตั้งของ เสาโอเบลิสค์ (Obelisk) เสาทองสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่สูง 25.5 เมตร สร้างขึ้นที่เมือง Heliopolis ประเทศอียิปต์ เมื่อ 4,000 ปีที่แล้ว ความพิเศษของเสาต้นนี้คือ เป็นเสาโอเบลิสค์เพียงต้นเดียวที่ไม่ได้ถูกโค่นล้มตั้งแต่สมัยโรมันโบราณนั่นเองค่ะ
พิกัด : maps.app.goo.gl/7GDStnfKNazB1Psd8
===============
2. มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์
St. Peter's Basilica
มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Basilica) สิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในนครรัฐวาติกัน ที่พวกตำแหน่งหนึ่งในโบสถ์ที่สวยและใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมาตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน เริ่มสร้างเป็นครั้งแรกเมื่อศตวรรษที่ 4 ก่อนจะมีการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่ปี ค.ศ. 1626 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบเรเนสซองส์ (Renaissance) โดยศิลปินและสถาปนิกที่มีชื่อเสียงแห่งยุคมากมาย เช่น ไมเคิลแองเจโล (Michelangelo) โดนาโต บรามันเต (Donato Bramante) และ ราฟาเอล (Raphel) เป็นต้น
ภายในโบสถ์เป็นที่ฝังพระศพนักบุญปีเตอร์ ตลอดไปจนถึงสมเด็จพระสันตปาปาองค์ต่อมา รวมถึงเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาที่สำคัญเป็นอย่างมาก เชื่อว่าใครที่มีโอกาสได้เข้าไปในโบสถ์แล้ว จะต้องทึ่งในสถาปัตยกรรมและศิลปะอันวิจิตรงดงามอย่างแน่นอนค่ะ ทั้งการแกะสลักหินอ่อน การจัดวางโมเสกแต่ละชิ้นต่างก็เป็นงานละเอียดที่หาที่ใดเปรียบได้ ที่สำคัญยังมี รูปปั้นปิเอตา (Pieta) หนึ่งในผลงานแกะสลักหินอ่อนชิ้นเอกโดยไมเคิลแองเจโลเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด
พิกัด : maps.app.goo.gl/Z9KPoJoR8ec5mVN29
===============
3. โบสถ์น้อยซิสทีน
Sistine Chapel
Krikkiat / Shutterstock.com
โบสถ์น้อยซิสติน (Sistine Chapel) สถานที่คัดเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ ที่มีความงดงามและสำคัญไม่แพ้กัน โดยมีไฮไลท์เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังและเพดานโบสถ์ วาดขึ้นโดยไมเคิลแองเจโล อีกหนึ่งผลงานชิ้นเอกที่บอกเล่าเรื่องราวจาก The Book of Genesis ที่กล่าวถึงการสร้างโลก และกำเนิดมนุษย์ 2 คนแรกของโลก รวมไปถึง การพิพากษาครั้งสุดท้าย (The Last Judgement) ที่สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างประณีตที่สุด ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผลงานนี้ถึงใช้เวลาในการวาดทั้งหมดถึง 4 ปี เพราะเต็มไปด้วยรายละเอียดในแบบที่เห็นแล้วก็ไม่อยากเชื่อเลยว่านี่เป็นฝีมือของคนคนเดียว 😲
พิกัด : maps.app.goo.gl/HjKkohT9LpBpjHaP7
===============
4. พิพิธภัณฑ์วาติกัน
Vatican Museums
Cristian Puscasu / Shutterstock.com
ความยิ่งใหญ่ของนครรัฐวาติกันยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะที่ พิพิธภัณฑ์วาติกัน (Vatican Museums) ยังมีชิ้นงานศิลปะของหลายยุคหลายสมัย ตั้งแต่ยุคอียิปต์ ยุคกรีก โรมัน จนถึงยุคเรเนซองส์มาเก็บรักษาเอาไว้จำนวนมากถึง 70,000 ชิ้น ทำให้ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ที่มีขนาดใหญ่ และสำคัญที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังมี บันไดวน ที่สร้างขึ้นโดยบรามันเต ไต่ระดับจากล่างไปบน และตกแต่งด้วยลวดลายสวยงาม เป็นผลงานทางสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกที่ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมเป็นอย่างมากค่ะ
พิกัด : maps.app.goo.gl/obHXNcoBnHD83BHW6
====================
เวลาเปิด-ปิด / ค่าเข้าชม
สำหรับใครที่วางแผนจะเข้าชมสถานที่ต่างๆ ภายในนครรัฐวาติกัน สามารถตรวจสอบรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้ค่ะ
พิพิธภัณฑ์วาติกัน เปิดทำการวันจันทร์ถึงเสาร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. (ปิดขายบัตรเวลา 16.00 น.)
ปิดทำการในวันอาทิตย์ ยกเว้นวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน ซึ่งเปิดให้เข้าชม ฟรี (แต่คนจะเยอะมากค่ะ)
ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์อยู่ที่ประมาณ 17-21 ยูโร (ขึ้นอยู่กับประเภทบัตร และว่าซื้อออนไลน์หรือหน้าทางเข้า)
มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St. Peter’s Basilica) เปิดให้เข้าชมฟรีค่ะ แต่ถ้าต้องการขึ้นไปชมวิวบนยอดโดมจะมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อย
คำแนะนำการแต่งกาย
เนื่องจากวาติกันเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะการเข้าชมภายในมหาวิหารหรือโบสถ์ต่างๆ นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย เช่น
หลีกเลี่ยงเสื้อแขนกุด เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น หรือกระโปรงสั้นเหนือเข่า
ควรสวมรองเท้าที่เหมาะสม ไม่ควรใส่รองเท้าแตะ หรือแตะหนีบ
สำหรับผู้หญิง ควรเตรียมผ้าคลุมไหล่เผื่อไว้ในกรณีที่เสื้อผ้าเปิดไหล่
====================