Let’s Get Lost in ‘SEOUL’ ทิ้งงาน ไปเดินหลงทางในโซล

Let’s Get Lost in ‘SEOUL’ ทิ้งงาน ไปเดินหลงทางในโซล
aichan
30 พฤษภาคม 2559 ( 05:15 )
8.9K

 

กรุงโซล เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตของประเทศเกาหลีใต้ที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาด ใครอยากจะลองเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง ไม่อยากเที่ยวแบบชะโงกทัวร์ ตาม คุณวาฟเฟิลบลู สมาชิกเว็บไซต์พันทิป ไปเที่ยวกรุงโซลกันแบบเน้นๆ 6 วัน 5 คืน นอกจากจะได้ใช้เวลากับที่เที่ยวอย่างเต็มจุใจแล้ว ยังได้แวะตามรอยชิมร้านอาหารอร่อยชื่อดังอีกด้วย!

 

🔺🔺🔺🔺🔺🔺🔺🔺🔺🔺

Let’s Get Lost in ‘S E O U L’

안 녕 하 세 요 ~ ~

เริ่มต้นทักทายกันด้วยภาษาเกาหลีขนาดนี้ ก็คงหนีไม่พ้นเกาหลีใต้ค่ะ ซึ่งในครั้งนี้เราเจาะจงไปแต่ที่โซลเลย การไปเกาหลีของเราครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 คือครั้งแรกไปกับทัวร์กับครอบครัว ก็สนุกดีนะคะ ได้ไปหลายๆที่ที่ไม่ใช่แค่ในโซล แต่เรารู้สึกว่ามันเป็นชะโงกทัวร์เกินไป ฮ่าๆๆ ทำอะไรทุกอย่างด้วยเวลาอันน้อยนิดไปหมด ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเดินทาง เราก็เลยคิดว่า ‘เอาล่ะ ไหนๆก็ทำงานทำการละ ลองไปเที่ยวเองบ้างน่าจะดี’ เลยลองชวนเพื่อนไปด้วยกัน ซึ่งมันค่อนข้างกะทันหัน เพราะเราตัดสินใจล่วงหน้าเพียง 1 เดือน สรุปได้เพื่อนร่วมทริปนี้อีก 2 คน และตกลงปลงใจไปกัน 6 วัน 5 คืนค่ะ เราเดินทางตั้งแต่ต้นธันวาคมนะคะ แต่เพิ่งมีเวลามารีวิว 5555 เผื่อจะเป็นแนวทางให้คนที่วางแผนจะไปในหน้าหนาวได้บ้าง

 

♡ เตรียมความพร้อมก่อนออกสตาร์ท

– ตั๋วเครื่องบิน: เราจองล่วงหน้าหนึ่งเดือน ได้ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ บินตรง ดอนเมือง-โซล ของแอร์เอเชีย ราคา 6,xxx บาท ราคานี้ยังไม่รวมน้ำหนักกระเป๋าเดินทางนะคะ

– ที่พัก: พวกเราทั้งสามคนตรงลงกันว่าจะนอนเกสท์เฮ้าส์ ซึ่งก็ช่วยกันหาในเน็ต เริ่มจากเลือกย่านที่จะพักก่อนเลย ซึ่งตามคำบอกเล่าย่านที่น่าพักคงหนีไม่พ้นฮงแด เพราะอะไรน่ะเหรอ หึหึ ไปส่องเด็กมหาลัยค่ะ 555555

-ที่เที่ยว: ตอนแรกก็ตกลงกันว่าต่างคนต่างหาที่ที่อยากไปมา แล้วมานัดวันจัดทริปกัน สุดท้ายไม่ว่างเลย สรุปไปคิดกันที่นู่นเลยค่ะว่าวันถัดไปจะไปไหนบ้า ง กินอะไรบ้าง เสิร์ชอากู๋กันตอนกลางคืนก่อนนอนเลยยย

– การเดินทางในเกาหลี: มีทั้งซับเวย์ รถเมล์ แท็กซี่ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ซับเวย์เพราะสะดวกที่สุด บัตรโดยสารที่ใช้ในเกาหลี คือ บัตร T-money สามารถซื้อได้ที่สถานีรถไฟใต้ดิน ตู้ขายตั๋ว หรือร้านมินิมาร์ทในเกาหลีก็ได้ ซึ่งช่วงก่อนที่เราจะเดินทาง Korea Tourism Organization Thailand (https://www.facebook.com/KTOThailand) เค้าแจกบัตร T-money พอดี เราก็ไปเอามาค่ะ โดยต้องไปเติมเงินที่ตู้ตามสถานี หรือไม่ก็ร้านมินิมาร์ทได้เลย ซึ่งบัตรนี้เราสามารถเก็บไว้ได้ตลอดเลย จะไปเมื่อไหร่ก็ขุดขึ้นมาใช้ได้อีก โดยไม่ต้องไปเสียเงินซื้อใหม่ ใครจะไปเกาหลี ลองเข้าไปส่องเพจกันเรื่องๆนะคะ เห็นเค้ามีอะไรมาแจกอยู่บ่อยๆ

ปล. การใช้ซับเวย์ในเกาหลีใต้ ถ้าจะให้ง่ายขึ้นแนะนำโหลด app ติดโทรศัพท์ไว้ก็ดีนะคะ >>Subway Korea<< แจ่มมากกกก

 

การเดินทางคร่าวๆ

♡ วันที่ 1: ดอนเมือง – อินชอน – ที่พักย่านฮงแด

♡ วันที่ 2: หมู่บ้านบุกชนฮันอก – ซัมชองดงกิล – อินซาดง

♡ วันที่ 3: ยออีโดพาร์ค – มยองดง – โซลทาวเวอร์

♡ วันที่ 4: สวนสาธารณะฮานึล – ตลาดกวางจัง – คาเฟ่ในซัมชองดง

♡ วันที่ 5: หมู่บ้านจิตรกรรมฝาผนังอีฮวา – มยองดง – ฮงแด

♡ วันที่ 6: ย่านม.ฮงอิก – อินชอน – ดอนเมือง

 

———————————————————————————-

เวิ่นเว้อกันมาพอสมควรละ มาเริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ . . . ชุลบัลลลลล ~

♡ วันที่ 1: ดอนเมือง – อินชอน – ที่พักย่านฮงแด

เราเริ่มออกเดินทางจากดอนเมือง เวลาประมาณ 08.05 น. ถึงอินชอนเวลาประมาณ 15:20 น. เมื่อผ่านตม. และรับกระเป๋าเรียบร้อย ก็ไปหามินิมาร์ทในสนามบินก่อนเลยค่ะ เพื่อนอีก2คน ต้องไปซื้อบัตร T-money สำหรับคนที่ต้องการ Pocket Wifi ที่สนามบินก็มีให้บริการนะคะ หลายๆคนคนรีวิวไปแล้ว ลองๆหาข้อมูลกันดู ส่วนเราใช้บริการของ LG ค่ะ

หน้าตาเคาท์เตอร์แบบนี้เลย

จากนั้นก็เดินต่อไปยัง รถไฟใต้ดิน Airport Railroad (AREX) ซึ่งอยู่บริเวณชั้น B1 เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ ก็จะเจอตู้ขายตั๋ว/เติมเงิน ซึ่งเราที่มีบัตรกันเรียบร้อยแล้วก็มาแวะเติมเงินที่นี่ค่ะ เมื่อเรียบร้อยแล้ว ก็เดินไปที่สถานีกันเลยค่ะ โดยเราเลือกไปแบบธรรมดา ที่จอดทุกสถานีค่ะ จุดหมายปลายทางคือสถานีฮงอิก ที่พักของเรานั่นเอง

พอถึงสถานีฮงอิกก็ออกมาที่ exit 3 เดินมาถึงข้างนอกก็เริ่มเย็นละค่ะ อากาศกำลังหนาวๆเลย คือแค่ออกจากสถานีปุ๊บ สั่นเลยค่ะ เสื้อโค้ทที่เตรียมมาก็อยู่ในกระเป๋าเดินทาง กว่าจะก้าวออกกันแต่ละก้าวนี่ยากเลย อากาศช่วงนั้นอยู่ที่เลขตัวเดียวด้วย ><

ในส่วนของที่พักเราเลือกเป็น Seoul I guesthouse ค่ะ จองผ่าน Inbox Facebook เป็นบ้านสีขาวๆน่ารักๆดูอบอุ่นดีค่ะ มีชั้นส่วนกลาง ที่มีห้องครัวให้เราทำอาหารเช้าทาน และยังมีมุมคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ให้ใช้บริการด้วยค่ะ แต่ก็จะมีเวลาเปิดปิดนะคะ ป้องกันการรบกวนห้องพักที่อยู่ในชั้นนั้น พวกโบรชัวร์สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ แผนที่ ก็มีให้อยู่เหมือนกัน สบายเลยยย

หน้าตาห้องพักที่เราเลือกเป็นแบบนี้ เลือกที่มีห้องน้ำในตัวค่ะ จะได้สะดวกหน่อย แต่ข้างนอกก็มีห้องน้ำรวมอีกห้องนึง ซึ่งเราก็ออกไปใช้ได้เหมือนกัน ส่วนเรื่องราคาก็ 5 คืน 390,000 วอน ก็ตกคนละ 26,000 วอน/คน/คืน ส่วนอาหารเช้าก็เป็นแบบบริการตัวเองค่ะ มีพวกขนมปัง ไข่ ชา กาแฟ ให้

ปล.อันนี้ถ่ายตอนจะเช็คเอาท์ เลยไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ เพราะตอนไปถึงนี่โยนข้าวของและทิ้งตัวลงบนที่นอนทันที เลยไม่มีภาพเลย 55555

พอจัดข้าวจัดของกันเสร็จแล้ว ท้องเริ่มประท้วง ก็ออกไปหาอะไรกินกันที่ฝั่งมหาลัยฮงอิก เดินกันไปสักพักเลยมาลงเอยที่นี่ค่ะ เห็นริวิวมาเยอะอยู่ พอมาลองกินเอง อร่อยยยย ~

ร้าน 홍스쭈꾸미 ร้านปลาหมึกผัดเผ็ด สาขาฮงแด มีหมู มีหมึก อร่อยดีค่ะ หน้าตาแบบนี้เลย น่ากินมว๊ากกก

แต่… แต่ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ไฮไลท์ของร้านนี้คือพอกินใกล้หมดแล้วทางร้านเค้าจะมีบริการเอาข้าวและสาหร่ายลงไปคลุก จากนั้นก็บี้ให้แบนๆไปตามกะทะ แล้วใส่ ‘ไข่กุ้ง’ ลงบนข้าว ใส่มาเต็มสตรีมมากค่ะ รอสักพักก็คลุกๆให้เข้ากัน ทานได้ค่าาา

เมื่อท้องอิ่มแล้ว ก็ถึงเวลาไปหาอาหารตาค่ะ วัยรุ่นที่ฮงแดนี่เป็นที่ล่ำลือกันอยู่แล้วถึงความแซ่บ แล้วมันก็ดีงามตามคำล่ำลือจริงๆค่ะ ตอนแรกได้ยินมาว่ามาช่วงหน้าหนาว คนจะไม่ค่อยเยอะ เพราะมันหนาวมาก ไม่ค่อยมีใครออกมาเดินเล่น แต่ช่วงที่ไปยังถือว่าคนเยอะอยู่ แล้วงานดีมากกกกก ขาวๆ ใสๆ เห็นแล้วเจริญหูเจริญตามากค่ะ แต่นี่ไม่กล้าถ่ายรูปนะ เพราะคิดว่าคนเกาหลีเค้าค่อนข้างห่วงเรื่องสิทธิเสรีภาพ 5555 เลยซึบซับเอาด้วยสายตาเองเลยละกัน

ร้านรวงที่นี่ก็มีเยอะพอสมควร ทั้งร้านอาหาร ร้านขนม ร้านเสื้อผ้า ช้อปเครื่องสำอางค์ เยอะแยะไปหมดดดด

ร้านเสื้อผ้าที่นี่น่ารักมากกกก แบบสไตล์ วินเทอร์ๆ ราคามีหลายระดับ ถูกๆไปถึงแพงๆ อยากสอยกลับมามาก แต่ถ้าเอามาใส่ที่ไทยนี่คงต้องปาดเหงื่อกันทุกวินาที ร้อนอะไรขนาดนี้

พอดีวันที่ไปถึงเป็นวันอาทิตย์ เลยยังมีนักเรียนนักศึกษามาโชว์สเต็ปแด๊นซ์กันให้เห็นอยู่บ้าง อย่างเช่นกลุ่มนี้เป็นต้น แต่ละคนเต้นเก่งกันจริงๆ

เรากับเพื่อนเดินเล่น มองดูนั่นนี่กันเรื่อยๆอีกสักพัก ก็กลับที่พักไปนอนเอาแรง พรุ่งนี้ลุยกันต่อค่ะ ♡

———————————————————————————-

♡ วันที่ 2: หมู่บ้านบุกชนฮันอก – ซัมชองดงกิล – อินซาดง

หลังจากจัดการธุระส่วนตัวอะไรเรียบร้อยแล้ว เราก็พร้อมออกเดินทางไปตามที่ต่างๆที่เราตกลงกับเพื่อนก่อนนอนเมื่อคืน 5555
เริ่มที่ หมู่บ้านบุกชนฮันอก (북촌한옥마을) ที่เลือกไปเช้าเลยเพราะอยากจะเลี่ยงทัวร์ แต่ก็หนีไม่พ้น เจอทั้งทัวร์จีน ทัวร์เด็กนักเรียน ทัวร์ผู้สูงอายุ 5555 ทำใจค่ะ

เมื่อลงจากสถานี Anguk ก็เดินตามแผนที่ ชมวิวไปเรื่อยๆ วันนี้ท้องฟ้าสดใสมากๆ ดีงามตามท้องเรื่อง

บ้านแต่ละหลังที่นี่น่ารักมาก เป็นสไตล์บ้านโบราณ ดูแล้วอบอุ่น น่าอยู่จริงๆ บางหลังก็ดัดแปลงไปเป็นคาเฟ่เล็กๆ ที่นี่ค่อนข้างเงียบ เพราะจะมีบ้านเตือนตลอดทางว่าเป็นเขตบ้านพักอาศัย กรุณาอย่าส่งเสียงดัง

ตรงนี้เป็นมุมมหาชนที่มีแต่มหาชนจริงๆ ฮ่าๆๆ

เดินไปเรื่อยๆจนไปถึงบ้านตรงทางลงบันไดหินเพื่อที่จะเดินลงไปซัมชองดงกิล ก็เอ๊ะ!! บ้านหลังนี้คุ้นๆ นึกสักพัก อ๋อออ บ้านเก่าคังจูอึนนี่น่า ตอนนั้นกำลังฮิตเลย Oh my Venus ติดกันทั่วบ้านทั่วเมือง…โค้ชชินิมมมมม ♡

ตรงบันไดหินนี้เราเห็นคู่รักวัยรุ่นคู่นึงยืนจูจุ๊ฟกันอยู่ นี่ก็แอบมอง คิดในใจเมื่อไหร่จะเสร็จ ตูจะเดินลงไป จะเดินผ่านก็ไม่กล้าผ่าน กลัวไปขัดจังหวะอะไรงี้ 5555 สรุปก็ยืนรอจนนางทั้งสองเดินไปที่อื่น เราเลยค่อยเดินลงไป

ใช้เวลาเดินไปเกือบทั่วๆหมู่บ้านก็ประมาณ 2-3 ชั่วโมงค่ะ เดินเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก เพราะทางที่นี่จะเป็นลักษณะเดินขึ้นเขา เมื่อยกันไปตามๆกัน และท้องก็เริ่มหิว ซึ่งไม่ได้หาข้อมูลร้านอาหารที่นี่มาเลย ดูแต่คาเฟ่ ตั้งใจจะไปกินขนมที่ O’sulloc ตรงถนนซัมชองดง แต่ก็ตัดสินใจกินอาหารคาวกันก่อน เลยลองเดินๆดูแถวๆนั้น แล้วก็เลือกร้านก๋วยเตี๋ยว คัลกุกซู (칼국수) เสิร์ฟพร้อมกับสเต็กหมูบด อร่อยดี แต่มันเยอะมาก กินกันไม่หมดจริงๆ

และสุดท้ายแล้วก็ไม่ได้กิน O’sulloc เพราะกระเพาะไม่มีที่ว่างเหลือแล้วจริงๆ เสียใจจจ T-T

 

จากนั้นก็เดินกันตามถนนไปเรื่อยๆเพื่อที่จะไปถนนอินซาดง ระหว่างทางที่เดินไปบนถนนซัมชองดงเต็มไปด้วยแกลลอรี่ และร้านกาแฟน่าจริงๆ

เดินมาทางนี้จะผ่านข้างๆวังคยองบก (경복궁) ด้วย บริเวณนี้จะมีตำรวจเดินอยู่เยอะเลย ที่สำคัญ…ตำรวจหล่อ 555

ถึงแล้วววว อินซาดง (인사동) เป็น Antique Street ที่มีสินค้าเก่า สินค้าดั้งเดิมขายอยู่ นอกจากนี้ยังมีของที่ระลึกให้เลือกอีกมากมาย ราคาก็ไม่แพงด้วย เราเองก็หมดไปกับเส้นนี้หลายอยู่ ของกระจุกกระจิกน่ารักเยอะแยะเลย เสียดายที่นี่ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมาเพราะมันแต่เดินดูของ 5555

และที่พลาดไม่ได้ที่เป็นสัญลักษณ์ของอินซาดง ก็คือ ขนมปังอุนจิ หรือ ตุงปัง (똥빵) ขนมปังไส้ถั่วแดง ชิ้นละ 1,000 วอน แนะนำให้กินตอนร้อนๆค่ะ อร่อย ขายอยู่ที่ตึกชัมชีกิล (쌈지길) อากาศหนาวๆเย็นๆแบบนี้ได้กินอะไรร้อนๆก็ดีเหมือนกัน

จากนั้นก็ขึ้นใต้ดินไปเดินเล่นแถวจัตุรัสควางฮวามุน (광화문광장) คลองชองกเยชอน (청계천) ช่วงที่เราไปกำลังเตรียมตกแต่งเทศกาลคริสมาสต์กันอยู่เลย แต่เสียดายทริปนี้เรากลับก่อนที่เค้าจะเริ่มเปิดไฟ

ในส่วนของมือเย็นน้านนน มีเพื่อนคนเกาหลีของเพื่อนเราที่ไปด้วยกันมาพาไปกิน เป็นร้าน 건대민벅 MinBurg – 민벅 อยู่ย่านมหาวิทยาลัยคอนกุก เรานั่งไปลงที่สถานี konkuk univ. เป็นอาหารพวก พิซซ่า สเต็ก สลัด พิซซ่า

พิซซ่า อร่อยมากกกก

สลัดก็ดีงามม

สเต็กก็โอ แต่แบบเราสั่งสเต็กกันมาหลายจานมาก กินจนรู้สึกเลี่ยน 5555 สุดท้ายสเต็กเหลือทุกจาน

ปล.ไม่ว่าจะย่านมหาลัยไหนก็เด็กๆเต็มไปหมดเลย อาหารตามีทุกวัน ดีงามมากข่าาา 5555

จบวันที่สองด้วยมื้อนี้
กลับที่พัก
นอนนน ~ ~

 

———————————————————————————-

♡ วันที่ 3: ยออีโดพาร์ค – มยองดง – โซลทาวเวอร์

วันนี้ตั้งใจว่าจะไปเดินเล่นที่ยออึยโดพาร์ค (여의도) เลยนั่งใต้ดินไปลงสถานี Yeouido เดินไปเรื่อยๆ ไหร่ก็ไม่ถึงสักที จำได้ว่าในแผนที่มันไม่ไกลขนาดนี้ ดูไปดูมา อ้าว ตูลงผิดสถานี 55555 สถานีที่ใกล้ว่าเป็นสถานี Yeouinaru

ย่านนี้เป็นย่านที่คนทำงานอยู่เยอะ เดินไปทางไหนก็เจอแต่หนุ่มสาวออฟฟิศ

ถึงสักที เดินกันขาลากค่ะ 55555

ว่าแต่ทำไมเงียบมาก เรามาผิดฤดูใช่มั้ย – – เจอแต่อาจุมม่า อาจอชิ มาเดินออกกำลังกาย
และความตั้งใจที่จะมาปั่นจักรยานกินลมชมวิวที่นี่เป็นอันต้องพับไป เพราะร้านเช่าจักรยานปิด! //ร้องงงง
ค่ะ ในเมื่อไม่มีไรให้ทำ นั่งมองแม่น้ำฮันเฉยๆก็ได้ 55555

แพลนต่อไปของวันนี้คือจะไปช้อปปิ้งที่มยองดง ก็เลยไปหาอะไรกินที่นั้นซะเลย ทีนี้..กินไรดีล่ะ?? กูเกิ้ลสิคะ 5555
มื้อกลางวันของวันนี้เลยตกเป็นของร้าน Myeongdong Kyoja เป็นร้านบะหมี่ และมันดูในตำนานของมยองดง

ไม่ได้ไปกินเกี๊ยวแฝดสาม ได้กินอันนี้ก็ยังดี อร่อยเหมือนกันค่ะ กัดไปคำแรกนี่อื้อหืออออ แทบร้อง ร้อนมากกก สงสารตัวเอง ฮ่าๆๆ

จากตอนแรกที่ว่าจะเดินช้อปปิ้ง เปลี่ยนแผนค่ะ ขึ้นไปโซลทาวเวอร์ก่อนแล้วค่อยลงมาช้อป จะได้ไม่ต้องถือของหนัก เลยเดินกันไปขึ้นรถบัส Namsan Sunhwan Shuttle Bus สาย เป็นการขึ้นรถบัสครั้งแรกตั้งแต่อยู่โซลมา ใช้บัตร T-money เช่นเดียวกับการขึ้นใต้ดินเลยค่ะ แปะบัตรตอนขึ้นและก็ตอนลงอีกรอบนึง

ถึงแล้วววว N Seoul Tower (N 서울타워) คนเยอะอีกตามเคย มาช่วงเย็นๆ พระอาทิตย์ตกดิน แสงสวยไปอีกแบบ

โซลยามเย็น

วันนี้เปิดไฟสีเขียวค่ะ

โซลยามค่ำคืน

ใครจะมาที่นี่แนะนำให้มาช่วงเวลานี้นะคะ จะได้เห็นทั้งตอนกลางวัน และตอนกลางคืนเลย สวยคนละแบบ คุ้มมม

จากนั้นเราก็นั่งรถบัสลงกลับมาที่มยองดงต่อ shopping time ค่ะ หมดกันไปเยอะเลยทีเดียวผู้หญิงอย่างเราก็คงหนีไม่พ้นเครื่องสำอางค์ ทั้งซื้อใช้เองและคนอื่นฝากซื้อ
ตอนลงมาเจอวง NSONIC ถ่ายรายการอยู่ แต่เราไม่รู้จักอ่ะ 5555

เดินกันไปเรื่อยๆ ไปเจอร้าน Milky Bee ขายไอศกรีมรูปดอกกุหลาบ สวยด้วย อร่อยด้วย

รสโยเกิร์ต สตรอเบอร์รี่ และชาเขียว

ชื่อว่าเป็นตลาดมยองดงแล้ว ไม่ว่าจะเวลาไหน ก็ยังเต็มไปด้วยผู้คนเสมอ

ปิดท้ายวันนี้ด้วยมื้อเย็นที่ฮง-ันที่ร้านหมูย่าง แซมาอึลชิกตัง(새마을식당)

เราสั่งหมูย่างกับซุปกิมจิ มาเป็นหม้อเลยทีเดียว เสิร์ฟพร้อมกับข้าวถ้วยใหญ่และสาหร่าย เอามาคลุกๆเข้าด้วยกัน กินคู่กับหมูย่าง อร่อยยยย

หน้าตาอาจจะดูเลอะเทอะไปหน่อย แต่รับรองอร่อยเหาะ >< //พิมพ์ไปน้ำลายไหลไป

ใครมาแถวถงแด แนะนำร้านนี้เลยยย อย่าพลาดๆ

———————————————————————————-

อีก 3 วันหลังจะอยู่ใน Part 2 นะคะ

♡ วันที่ 4: สวนสาธารณะฮานึล – ตลาดกวางจัง – คาเฟ่ในซัมชองดง

♡ วันที่ 5: หมู่บ้านจิตรกรรมฝาผนังอีฮวา – มยองดง – ฮงแด

♡ วันที่ 6: ย่านม.ฮงอิก – อินชอน – ดอนเมือง

อ่าน Part 2 ต่อกันได้ที่ >>>http://pantip.com/topic/35093010

ขอบคุณรีวิวดีๆ จาก คุณวาฟเฟิลบลู สมาชิกเว็บไซต์พันทิป

ติดตาม travel.truelife.com อีกช่องทางที่

ทุกเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาหาร และที่พัก คลิกที่ http://travel.truelife.com